แบบนี้ก็ได้เหรอ!! หมอเหวง จวกยับ หนังสือปวศ.ไทยโดยกรมศิลป์ อวยบิ๊กตู่ ผู้นำปฎิรูปประชาธิปไตย!?

  • Admin admin
  • April 20, 2018
  • Comments Off on แบบนี้ก็ได้เหรอ!! หมอเหวง จวกยับ หนังสือปวศ.ไทยโดยกรมศิลป์ อวยบิ๊กตู่ ผู้นำปฎิรูปประชาธิปไตย!?

นพ.เหวง โตจิราการ อดีตสส.พรรคเพื่อไทย โพสต์แสดงความเห็นกรณีหนังสือประวัติศาสตร์ไทยที่เขียนโดยกรมศิลปากร โดยมีเนื้อหาในประเด็นการเมืองปัจจุบัน แต่ถูกวิจารณ์ว่ามีการพูดถึงประเด็นการเมืองที่บิดเบือน โดยระบุว่า

ข้อความบางตอนจากตำราประวัติศาสตร์ไทยของกรมศิลปากร 2558

“ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ และตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารประเทศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้หลักคุณธรรม เพื่อนำประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” (จากหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยโดยกรมศิลปากร2558 หน้าสุดท้าย น.195)

ไม่น่าเชื่อว่ากรมศิลปากรจะกล้าหาญผลิตหนังสือประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่เป็นความจริงอย่างโจ๋งครึ่มขนาดนี้

1.ในเรื่องคอร์รัปชั่นโกงกิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง

มีกรณีมากมายในสมัยคสช.ที่มีข้อสงสัยแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้และไม่ได้รับคำชี้แจงให้กระจ่างชัดว่า “มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง”หรือไม่เช่น

1.1.กรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำงบประมาณหมื่นล้าน

1.2.กรณีรถไฟความเร็วสูงใช้ม.44ออกประกาศเพื่อเร่งให้มีการดำเนินการโดยห้ามใช้กฏหมายที่ควบคุมการจัดซื้อจัดจ้างการควบคุมการก่อสร้างการจัดการประมูลเพื่อรัฐได้ประโยชน์สูงสุดหลายฉบับ รถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณแผ่นดินหลายแสนล้านบาทแต่จงใจดำเนินการโดยงดใช้มาตรการปกติที่ควบคุมตรวจสอบได้

1.3.การเทงบประมาณแผ่นดินจำนวนหลายแสนล้านบาทลงไปยังโครงการไทยนิยมยั่งยืนซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้และไม่มีดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการใดๆ

2.ในกรณีของการปฏิรูปประเทศ คสช.ใช้อำนาจเผด็จการเพื่อดำเนินการทางการเมืองและทางบริหารให้เป็นไปตามอำเภอใจของตนเองเช่น

2.1.การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จำนวนนับร้อยนับพันตามอำเภอใจของคสช.โดยไม่ได้ตั้งบนหลักการของผลงานคุณธรรมความสามารถใดๆ

2.2.การประกาศยกเลิกการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและใช้อำนาจเผด็จการของตนแต่งตั้งคนที่ตนไว้วางใจได้เข้ามาแทนที่

2.3.เปลี่ยนโครงสร้างความมั่นคงของประเทศให้ขยายอำนาจเข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “บรรเทาสาธารณภัย”ทำให้หน่วยงานความมั่นคงครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้นเป็นการขยายบทบาทการควบคุมบงการของหน่วยงานกอ.รมน.หรือหน่วยงานทางทหารมากยิ่งขึ้นทำให้รัฐไทยกำลังกลายสภาพไปเป็นรัฐทหารมากยิ่งขึ้นทุกที

3.ในกรณีของการปฎิรูปการเมืองก็เปลี่ยประเทศให้เป็นรัฐข้าราชการที่อยู่ภายใต้การชี้นำของทหาร

3.1.โดยกำหนดลงไปในรธน.ให้มี สว.แต่งตั้งจากคสช.250คน มีข้าราชการประจำจากสายงานมั่นคง6ตำแหน่ง ซึ่งสว.250คนมีอำนาจให้คุณให้โทษกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนรวมทั้งองค์กรอิสระด้วย รธน.ฉบับนี้ทำให้ประเทศกลับไปสู่รัฐข้าราชการทหารอย่างเห็นได้ชัด

3.2.เลือกปฏิบัติต่อองค์กรอิสระ จัดการแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง “เซตซีโร่”สององค์กร “ต่ออายุทั้งที่น่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ”ห้าองค์กร ทั้งนี้เป็นการดำเนินการที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความพอใจของคสช.

3.3.ใช้อำนาจม.44ปลดสมชัย ศรีสุทธิยากรกกต.ที่คสช.ไม่โปรดปราน เท่ากับยืนยันว่า คสช.มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายต่อบุคคลในองค์กรอิสระได้ทุกคน

4.ส่วนเรื่องใช้หลักคุณธรรมนำประเทศนั้น

เพียงแค่ตัวอย่างเรื่อง “แหวนบิดา นาฬิกาเพื่อน”เท่านี้ก็ไม่อาจจะยืนอย่างสง่าผ่าเผยต่อหน้าคนไทยทั้งชาติและนานาอารยะประเทศทั่วโลกได้แล้ว

นี่เป็นเพียงตัวอย่างฉกาจฉกรรจ์บางตัวอย่างเท่านั้น

ที่บ่งชี้ว่า ตำราประวัติศาสตร์ไทยของกรมศิลปากรในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อความสำคัญตอนนี้ไม่เป็นจริงโดยสิ้นเชิง

ที่มา:มติชนออนไลน์

Facebook Comments