12 ที่เที่ยวมหาสารคาม เมืองใจกลางอีสานห้ามพลาด!!

  • Admin Joey
  • August 7, 2017
  • Comments Off on 12 ที่เที่ยวมหาสารคาม เมืองใจกลางอีสานห้ามพลาด!!

รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวมหาสารคาม สะดือแห่งอีสานที่น่าสนใจ มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงามมากมาย บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริง

การไปเที่ยวภาคอีสาน หลายคนอาจจะมองข้ามจังหวัดมหาสารคามกันไป ซึ่งแท้จริงแล้วจังหวัดนี้ก็น่าเที่ยวไม่ใช่เล่น เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมให้ไปเที่ยวกันมากมาย ที่สำคัญยังเงียบสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสาน วันนี้เราจึงได้รวบรวมที่เที่ยวมหาสารคาม ห้ามพลาดมาฝากกัน จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1. พระธาตุนาดูน (อ.นาดูน)

พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น และที่สำคัญยิ่งก็คือการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา

การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร

2. พระพุทธรูปมิ่งเมือง (อ.กันทรวิชัย)

พระพุทธมิ่งเมือง วัดสุวรรณาวาส เป็นพระพุทธรุปทรงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ เป็นปูชนียะวัตถุที่ควรค่าแก่การเคารพสักการบูชายิ่ง แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “หลวงพ่อพระยืน” เป็นพระพุทธรูปที่พึ่งทางใจของชาวพุทธ เป็นที่เคารพบูชาของชาวมหาสารคามและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
พระพุทธรูปองค์นี้เป็นปางสรงน้ำ มีความสูงตลอดองค์ 4 เมตร กว้าง 1 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง เป็นพระพุทธรูปที่นิยมสร้างในสมัยก่อนยุคสุโขทัย พระพักตร์หันไปทางทิศใต้ เป็นพระพุทธรูปที่ท้าวลินทอง เจ้าครองเมืองคันธวิชัยในสมัยจุลศักราช 147(1328) สร้างขึ้นเพื่อทดแทนคุณมารดา(นางบัวคำ) ถือเป็นปูชนียวัตถุเก่าแก่ คู้บ้านคู่เมืองตามประวัติที่หาได้จากใบเสมาที่ผังอยู่ใกล้พระยืน ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสำคัญของชาติในปี 2478

ที่ตั้ง วัดสุวรรณาวาส ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

3. พระพุทธรูปยืนมงคล (อ.กันทรวิชัย)

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชาวมหาสารคามอีกองค์หนึ่ง ตั้งอยู่ที่วัดพุทธมงคล ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย มีลักษณะตามแบบศิลปะทวารวดีเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง สร้างด้วยหินทรายแดงเช่นเดียวกัน สูงประมาณ 4 เมตร พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันคือเมื่ออำเภอกันทรวิชัยฝนแล้ง ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฏว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสองค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นี้เป็นอันมากพระพุทธรูปยืนมงคล ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย

พระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่ วัดพุทธมงคล ตำบลคันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร

4. หาดวังโก (อ.โกสุมพิสัย)

หาดวังโก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเดื่อ ตำบลหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย มีลักษณะเป็นชายหาดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ริมลำน้ำชี ซึ่งเกิดจากตะกอนทรายทับถมตามธรรมชาติบริเวณโค้งน้ำของแม่น้ำชี จนทำให้มีทรายมากมายมากองอยู่บริเวณนี้ กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวมหาสารคาม สามารถลงเล่นน้ำได้ในช่วงน้ำลด มีบานาน่าโบ๊ท เจ็ตสกีให้บริการ รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และเก้าอี้ผ้าใบ
เปิดบริการ 08.00 น. – 18.00 น. ทุกวัน เป็นทะเลน้ำจืดที่มีเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมาย เช่น บานาน่าโบ้ท โดนัสสกี ยังมีเปลและร่มไว้สำหรับนอนพักตากอากาศ อาบแดด มีร้านอาหารต่าง ๆ หลายร้านด้วยกัน
การเดินทางโดยรถยนต์ : ไปตามเส้นทางมหาสารคาม-โกสุมพิสัย–ขอนแก่น หาดวังโก จะอยู่ขวามือถ้าเรามุ่งหน้าไปขอนแก่นออกจากโกสุมมาได้ไม่ไกลนัก
ภาพภูมิทัศน์ของหาดวังโก : ภูมิทัศน์ บริเวณถนนรอบๆ หาดวังโก ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง ของ จังหวัดมหาสารคาม

5. ทุ่งปอเทือง (อ.เชียงยืน)

ทุ่งปอเทือง ตั้งอยู่บริเวณทุ่งนาริมถนนหมายเลข 12 หลักกิโลเมตรที่ 588+100 ในเขตตำบลโพนทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา เนื่องจากจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการรณรงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ลดการเผาตอซัง แล้วหันมาปลูกพืชบำรุงดิน ดังนั้น อำเภอเชียงยืน จึงได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงยืน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำปอเทืองมาปลูกเพื่อให้เป็นปุ๋ยพืชสด จนกระทั่งปอเทืองที่ปลูกไว้ออกดอกสีเหลืองอร่ามสวยงามเต็มทุ่งนา สร้างจุดสนใจให้ผู้คนผ่านไปมาได้จอดรถข้างทาง เพื่อแวะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยความประทับใจ

6. สะพานไม้แกดำ (อ.แกดำ)

สะพานไม้แกดำ อีกหนึ่งสะพานไม้เก่าแก่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดมหาสารคามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเที่ยวชม เพื่อสัมผัสของกลิ่นไอแห่งความเป็นชาวบ้านกับสะพานที่ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดตากว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวและความหลากทางธรรมชาติ ถือว่าเป็นสะพานสุด unseen อีกแห่งหนึ่ง ที่ควรค่าแห่งการเดินทางมาเช็คอิน

สะพานไม้ที่ทอดยาวไปยังอ่างเก็บน้ำหนองแกดำซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติของอำเภอแกดำ มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแกดำ บ้านหัวขัว บ้านโพธิ์ศรี เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อชาวอำเภอแกดำ เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งสัตว์น้ำ พื้ชน้ำ เช่น บัวแดง แหน สาหร่ายหางกระรอก เป็นต้น นอกจากนี้ในหน้าหนาวยังสามารถพบเห็นนกเป็ดน้ำบินหนีหนาวมาจากไซบีเรีย มาอาศัยในบริเวณหนองแกดำด้วย

7. สะดืออีสาน (อ.โกสุมพิสัย)

สะดืออีสาน หรือบึงกุย ตั้งอยู่ที่หมู่ 13 ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย มีความเชื่อกันว่าที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางของภาคอีสาน จึงเรียกกันว่าสะดืออีสาน มีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,750 ไร่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำมากมาย เป็นแหล่งทำมาหากินที่สำคัญของชาวมหาสารคาม อีกทั้งโดยรอบบึงยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ น่ามาเที่ยวพักผ่อน มีอาคารรูปทรงสวยงามตั้งเป็นสัญลักษณ์โดดเด่น ภายในพื้นที่มีอาณาเขตที่กว้างขวาง มีการจัดตกแต่งเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่น สามารถมองเห็นวิวสวยของ “บึงกุย” บึงน้ำขนาดใหญ่ได้อย่างสวยงาม ซึ่งเหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจ และเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ สะดืออีสานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ที่เปรียบเสมือนเป็นจุดพิกัดกึ่งกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักนิยมเดินทางมาเก็บภาพประทับใจ เพื่อเป็นการบันทึกความทรงจำว่าครั้งหนึ่งได้เคยมายืนอยู่ ณ ศูนย์กลางของภาคอีสานแล้ว

8. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำดูนลำพัน (อ.นาเชือก)

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำดูนลำพัน ตั้งอยู่ที่ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 343 ไร่ มีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด บริเวณหนองดูนจะเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีตาน้ำผุดขึ้นมาตามธรรมชาติตลอด ดินจึงมีความชื้นสูง ซึ่งสามารถทำให้สามารถพบเห็นปูทูลกระหม่อม หรือปูแป้ง ปูน้ำจืดสีสันสดใสในบริเวณนี้อีกด้วย

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำดูนลำพัน มีลักษณะเป็นป่าธรรมชาติ มีน้ำไหลเฉพาะที่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าป่าน้ำซับ นอกจากนั้นยังมีพืชและสัตว์ที่ไม่ค่อยพบในที่อื่น ๆ เช่น ต้นลำพันหรือธูปฤาษี เห็ดลาบ ปลาคอกั้ง งูเขาและปูทูลกระหม่อม (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงพระราชทานชื่อ) หรือปูแป้งเป็นปูน้ำจืดที่สวยที่สุดในโลก ตัวขนาดใหญ่กว่าปูนา ลำตัวมีหลายสี เช่น ม่วง ส้ม เหลืองและขาว ซึ่งจะพบเฉพาะที่ป่าดูนลำพันแห่งนี้เท่านั้น นอกจากนี้ป่าดูนลำพันยังเป็นแหล่งดูนกและศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศ

9. แก่งเลิงจาน (อ.เมืองมหาสารคาม)

แก่งเลิงจาน แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดอีกหนึ่งแห่งของมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมืองมหาสารคาม

แก่งเลิงจานหรืออ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน (Kaeng Leng Chan) ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของตัวเมือง ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง  จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีลักษณะเป็นบึงน้ำกว้าง ภายในมีสวนสุขภาพแก่งเลิงจานที่กว้าง โล่ง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและการออกกำลังกาย พิพิธภัณฑ์ ศาลากลางน้ำ และอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปมาและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและทัศนศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน หากท่านมีเวลาก็น่าไปพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาธรรมชาติแถบนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดินจะมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก

10. วนอุทยานโกสัมพี (อ.โกสุมพิสัย)

วนอุทยานโกสัมพี ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง ในเขตสุขาภิบาล อำเภอโกสุมพิสัย มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 125 ไร่ ลักษณะเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติ ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ พร้อมทั้งสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะลิงวอกที่มีอยู่มากมาย และยังมีศาลเจ้าปู่ให้มากราบไหว้ขอพรกันอีกด้วย ที่นี่มีพื้นที่กางเต็นท์ให้ ใครอยากมากางเต็นท์นอนชมดาวก็ทำได้เช่นกัน

11. วัดป่าวังน้ำเย็น (อ.เมืองมหาสารคาม)

“วัดพุทธวนาราม” หรือ วัดป่าวังน้ำเย็น ตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พื้นที่กว่า 30 ไร่ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวัดที่ถูกต้องเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2555 สังกัดสงฆ์มหานิกาย

ปัจจุบัน พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ พระเกจิชื่อดัง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าวังน้ำเย็น

ความเป็นมาของการสร้างวัดป่าวังน้ำเย็น สืบเนื่อง จากในปี พ.ศ.2549 ขณะที่พระอาจารย์สุริยันต์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบูรพาเทพนิมิต อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ท่านเป็นศิษย์ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสาน ทำให้ญาติโยมชาวมหาสารคามมีความเลื่อมใสศรัทธา ร่วมบริจาคที่ดินบริเวณที่ตั้งวัดป่าวังน้ำเย็นในปัจจุบัน ให้พระอาจารย์ สุริยันต์ สร้างวัด

ซึ่งพระอาจารย์สุริยันต์ก็รับนิมนต์ โดยร่วมแรงร่วมใจกับญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ พัฒนาที่รกร้างว่างเปล่าผืนนี้ จนกลายสภาพเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรือง

พุทธศาสนิกชนที่ผ่านเข้าไปในเขตวัดแห่งนี้ จะพบถาวรวัตถุ อาทิ ศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองขนาดใหญ่เสา 112 ต้น ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างจากไม้เนื้อแข็งประกอบด้วยไม้แดง ไม้ประดู่ ตกแต่งด้วยไม้สักทอง มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท และหอระฆังสร้างจากไม้สักขนาดใหญ่เป็นต้น

12. วัดหนองหูลิง (อ.แกดำ)

วัดหนองหูลิง ตั้งอยู่ที่ตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของมหาสารคาม ด้วยมีการสร้างโบสถ์อย่างสวยงามในรูปทรงเรืออนันตนาคราชสีเหลืองทองอร่าม พร้อมลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงามและวิจิตรบรรจง สามารถมากราบไหว้ขอพรได้ทุกวัน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวส่วนหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม ยังมีแหล่งท่องเที่ยวดี ๆ เด่น ๆ ให้ไปเที่ยวชมกันอีกมากมาย ใครมาเที่ยวภาคอีสาน ก็ลองพิจารณาแวะมาเที่ยวมหาสารคามกันสักนิดนะคะ รับรองว่าประทับใจไม่แพ้การไปเที่ยวจังหวัดอื่น ๆ ของอีสานเลยทีเดียว 🙂

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ททท., mahasarakham.go.th, radio.prd.go.th, info.dla.go.th, i-san.tourismthailand.org, dnp.go.th, sarakhamrid.com, วัดหนองหูลิง

ภาพโดย : กวีนักเดินทาง, เครดิตตามภาพ

Comments

comments