ชาวร้อยเอ็ดช่วยโหวต “น้องฟักแฟง” มิสแกรนด์ร้อยเอ็ด 2017 รักษาอันดับหนึ่ง ลุ้นเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

ณ เวลานี้ น้องฟักแฟง มีคะแนนโหวต..ขึ้นเป็นอันดับ1 แล้ว.. วันนี้ขอแรงใจ แรงเชียร์ แรงโหวต จากชาวร้อยเอ็ดเพื่อรักษาอันดับหนึ่งนี้ไว้ได้ เพราะ ถ้าได้โหวตอันดับหนึ่งจะติดสาวงามหนึ่งใน 10 โดยอัตโนมัติ ปิดโหวต วันที่ 29 มิถุนายนเวลา 19.00 น.
ร่วมโหวตเชียร์ น้องฟักแฟง มิสแกรนด์ร้อยเอ็ด (ส่ง SMS ไม่จำกัดครั้ง พิมพ์ MGT48มาที่ 4174001)

ถือว่าเป็นสุดยอดความสวยและเป็นตัวแทนของจังหวัดร้อยเอ็ดเลยทีเดียว กับ “น้องฟักแฟง” นางสาวธันยพร พงษ์กุล นิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เนื่องในโอกาสชนะการประกวดมิสแกรนด์ร้อยเอ็ดเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2017 วันนี้ทางแจ้งข่าว ไม่พลาดที่จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักแบบใกล้ชิดกับน้อกฟักแฟง สาวสวย และเก่งคนนี้เลยดีกว่า

ข้อมูลส่วนตัวน้องฟักแฟง

ชื่อ : ธันยพร พงษ์กุล (ฟักแฟง)
อายุ : 21
น้ำหนัก : 50
ส่วนสูง : 170
ปัจจุบันศึกษา : คณะมนุษย์ฯ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ (หลักสูตรอินเตอร์) สื่อสารภาษาอังกฤษได้ ภาษาจีนได้นิดหน่อย
ความสามารถพิเศษ : เล่นดนตรีพื้นบ้านอิสาน (โปงลาง,แคน) ดนตรีสากล (กีต้าร์,ไวโอลิน,เปียโน,กลอง) ร้องเพลงได้

ทั้งนี้ น้องฟักแฟง เป็นบุตรสาวของคุณพ่อ นายพงษ์ศักดิ์ พงษ์กุล อาชีพ พนักงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (เกษียณ) เป็นคนร้อยเอ็ด (บ้านโนนเมือง) และคุณแม่ นางรพีพรรณ พงษ์กุล อาชีพ รับราชการครู เป็นคนมหาสารคาม น้องฟักแฟงมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนางงามเวทีระดับประเทศอีกสักครั้ง และเรียนจบหวังเป็น แอร์โฮสเตส ซึ่งนับว่าน้องฟักแฟง เป็นมิสแกรนด์ร้อยเอ็ด คนที่ 2 หลังจากที่ น.ส.สุวรรณา พาลา หรือ น้องกุ้ง สาวสวยตาคม ได้ตำแหน่งมิสแกรนด์ร้อยเอ็ดคนแรกไป เมื่อปีที่ผ่านมา

อยากให้ชาวร้อยเอ็ดส่งกำลังใจแรงเชียร์มาให้เธอ ก่อนMiss Grand Thailand 2017เดินทางไปเก็บตัว Miss Grand Thailand 2017 กับเพื่อนนางงามอีก 76 จังหวัด ที่จังหวัดเชียงใหม่

โดยการประกวดครั้งต่อไปจะประกวดที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 การประกวดรอบชุดราตรีและชุดว่ายน้ำจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ที่จะได้รับการประกาศชื่อในการประกวดรอบตัดสินซึ่งมีกำหนดจัดในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคกรุงเทพมหานครทั้งนี้ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประกวดบนเวทีมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2017

สำหรับบัตรเข้าชมงาน ประกวด Miss Grand Thailand 2017 รอบตัดสินวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560 เวลาแสดง Grand Concert 20.30 – 22.00 น และ Final Coronation 22.30 เป็นต้นไป (ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7)

***สำรองที่นั่ง โทร 02 559 0120 – 2 , 02 530 9655 – 6 , 081 879 5628 , 081 733 8868 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น.***

ขอบคุณรูปภาพจาก ประเสริฐ อัศวแสงพิทักษ์ / Mahasarakham University / Supakrit Chatjarukul @ นัวร์สตูดิโอ

ด่วน!! รถพลิกคว่ำลงคลอง หน้าปตท.โพนทอง 2 พลเมืองดีช่วยชีวิตได้ทัน

วันนี้(28/6/60) เมื่อเวลาประมาณ 22.15 เกิดเหตุรถยนต์สีขาว ทะเบียน กจ 9275 ร้อยเอ็ด เสียหลักชนหลักกิโลเเละเสาไฟข้างทางพลิกคว่ำหลายตลบไถลตกคลองน้ำ ตรงข้ามร้านเซเว่น ปั้มน้ำมัน ปตท.ไทยเพิ่มพูน บ้านหนองผักเเว่นทางออกไปโพนทอง คุณลุงคนขับถูกช่วยชีวิตออกมาได้และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย ขณะนี้กำลังทำการติดต่อญาติให้มาดูแล ขอบคุณพี่พลเมืองดี 2 คนนี้ที่รีบเข้าไปช่วยเหลือก่อนรถพยาบาลจะมา

ที่มา: Dear’Arreeya Namprai / เวียงเเก้ว ออแกไนช์เซอร์ ร้อยเอ็ด

นายก แต่งกลอน ‘ประเทศไทย 4.0’

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวช่วงท้ายของการแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขอฝากบทกลอนที่ตนได้เขียวไว้อย่างรวดเร็วในห้องประชุม โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยและไทยแลนด์ 4.0 เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะพูดหรือออกคำสั่ง คนก็ไม่ค่อยสนใจรับฟัง จนก่อให้เกิดความขัดแย้งกันอยู่เรื่อยไป อย่างไรก็ตาม กลอนที่แต่งนั้นอาจไม่โยงเหมือนบทกลอน แต่แต่งเป็นบท บทละ 4 บรรทัด โดยใช้ภาษาง่ายๆ ถ้าไม่มีคนฟังต่อไปก็คงต้องร้องลิเกแล้ว ทั้งนี้ กลอนที่แต่งมีชื่อว่า “ประเทศไทย 4.0” มีเนื้อหาดังนี้

คำว่าไทย คือไทย ด้วยใจรัก
ร่วมใจภักดิ์ ต่อชาติ ศาสนา
สถาบัน คงอยู่ คู่นานมา
เป็นม่านฟ้า ปกป้อง สวนผองไทย

มาวันนี้ สืบสาน ทำงานต่อ
แผ่นดินพ่อ แผ่นดินแม่ ช่วยแก้ไข
ให้ยั่งยืน ตื่นเถิด สังคมไทย
ก้าวต่อไป อนาคต ให้มั่นคง

เราลูกหลาน ช่วยสาน สืบงานต่อ
อย่ารังรอ ขัดแย้ง แกล้งเหล่าขาน
ทำวันนี้ ดีกว่า ปล่อยช้านาน
ทำเพื่อบ้าน เมืองเรา ให้เท่ากัน

ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ
เปลี่ยนชีวิต รายได้น้อย ช่วยส่งเสริม
คนละน้อย ร้อยท่อ ช่วยต่อเติม
เร่งส่งเสริม รายได้ ให้มั่นคง

พัฒนาคน การศึกษา พาไทยรุ่ง
ล้วนต้องมุ่ง ตามประสงค์ จำนงหมาย
สร้างสังคม ปลอดภัย ไม่วุ่นวาย
ช่วยผ่อนคลาย มีสุข ทุกครอบครัว

ที่สำคัญ วันนี้ คือกฎหมาย
ไม่ท้าทาย ยึดถือ เป็นพื้นฐาน
ช่วยกันทำ ช่วยเริ่ม เสริมยาวนาน
เป็นการงาน ขอไทย ร้อยใจกัน

ประชารัฐ ช่วยเสริม ใช้เติมแต่ง
ทุกหนแห่ง กินกรรม ทำสร้างสรรค์
ไทยเจริญ ด้วยไทย ไปพร้อมกัน
ทำความฝัน ต้องการ ให้เป็นจริง

ต้องลดแรง เร่งขจัด ความขัดแย้ง
ลดระแวง เชื่อมั่น เพื่อวันหน้า
สืบสานต่อ โบราณ นานเนามา
ให้ก้าวหน้า ด้วยไทย ใจมั่นคง

สู่เศรษฐกิจ สี่จุดศูนย์ จากมูลฐาน
ทุกกิจการ พัฒนา อย่าไหลหลง
สู้อาชีพ สู้งาน บ้านมั่นคง
มุ่งจำนง ปวงชน ทุกคนไทย

ที่มา: มติชน

‘จินตหรา’น้ำตาไหล!! หาเลี้ยงครอบครัว 20 ชีวิต ทิ้งกันไม่ได้ ด่าแต่ก็ให้-ส่งเงินแทบหมด(คลิป)

สาวหมอลำซิ่งเสียงพิณ “จินตหรา พูนลาภ” ออกมาเปิดใจถึงความฝันเห็นพญานาค ความผูกพัน 3-4 ปี และการไปบวงสรวงที่คำชะโนดของลูกทุ่งหมอลำสาว จินตหรา พูนลาภ จนได้รับพญานาคมา เจ้าตัวเปิดใจว่า ฝันมา 3 ปี เลยตัดสินใจออกเพลงเกี่ยวกับ พญานาค ใจช้ำที่คำชะโนด ความเชื่อก็เจออิทธิฤทธิ์ระหว่างไปบวงสรวง ออกไปรำตัวเบา ทั้งที่ไม่ได้ฝึกมา และยังเจอเมฆเป็นรูปพญานาคปรากฏอีก เป็นความเชื่อที่เรารู้สึกมาตลอดหลายๆอย่าง เราศรัทธาจริง แล้วแต่คนจะมองว่าเราไปโปรโมตเพลงหรืออะไร


ส่วนเมื่อพูดถึงครอบครัวเจ้าตัวก็ถึงกับน้ำตาไหลว่า อยู่มาตั้งแต่ครอบครัวลำบาก คนจน คนต่างจังหวัด เรามาทำงาน เราก็ทิ้งกันไม่ได้ ส่งเสียครอบครัว 20 ชีวิต มีทั้งพี่น้อง ลูกหลาน รายได้ที่ได้มาแต่ละครั้ง 80% ก็จะให้ครอบครัว ส่วนอีก 20% เราก็จะเก็บสะสมของตัวเอง ซื้อบ้านซื้อรถของตัวเองบ้าง แต่เงินส่วนใหญ่คือให้พี่น้อง บางครั้งก็เหนื่อยงานแต่มีความสุข เพราะเวลาเอาเงินให้เค้า มันจะเป็นความภูมิใจลึกๆ อย่างเราให้เงินเค้า เค้าซื้อรถ เราเห็นเค้าได้นั่งรถ เป็นความภูมิใจ เห็นบ้านเค้าเราก็ภูมิใจ เป็นน้ำพักน้ำแรงเรา ตอนนี้ก็ปลูกสวนมะนาวให้น้อง เราเห็นทุกอย่างที่ให้เค้า มันออกดอกออกผล เราก็ภูมิใจ


“เราจะมีสองอารมณ์ เวลาพี่น้องมาเอาเงินก็มีด่าว่าบ้าง แต่เราก็ดีใจทีหลังที่ได้ให้ เพราะเค้าอยู่สบายไม่ได้ไปเอาเงินคนอื่น แต่เวลาพี่น้องมาขอเงินอีก เราก็ปวดหัวอีก อต่อยากฝากลูกอีสานหรือคนที่มาทำงานกรุงเทพฯ หรือ ต่างจังหวัด อย่าลืมบ้านเกิด อย่าลืมครอบครัว”

Historical embedded content is inactive.

cr.ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ


จินตหรา พูนลาภ มีชื่อจริงว่า “ทองใบ จันทร์เหลือง” เป็นซุปเปอร์สตาร์นักร้องลูกทุ่งหมอลำหมายเลข 1 ของประเทศไทย การันตีได้จากการครองขวัญใจมหาชนและมีเพลงดังต่อเนื่องกันเป็นเวลายาวนาน มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย อาทิเพลง รักสลายดอกฝ้ายบาน พลังรัก ได้รับสมญานามว่า “นักร้องสาวเสียงพิณ” ,”แหบเสน่ห์” และ “ลูกคอ 9 ชั้น” พร้อมเอกลักษณ์ประจำตัวคือ ผมม้าสั้น และยังเป็นศิลปินต้นแบบของหลายๆศิลปินในยุคปัจจุบัน


ผลงานเพลงชุดแรกที่บันทึกเสียงคือ “ถูกหลอกออกโรงเรียน” สังกัดค่ายแกรมมี่ โดยได้รับการสนับสนุนจากปรีชา ทรัพย์โสภา นักจัดรายการวิทยุประเภทเล่าข่าวยามเช้าที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จด้วยเพลง “วานเพื่อนเขียนจดหมาย” ทำยอดขายได้ 8 แสนชุด งานเพลงในยุคแรกเป็นแบบลูกทุ่งภาคกลาง และลูกทุ่งอีสาน แต่หลังจากมีผลงาน 4 ชุด ได้เริ่มออกผลงานแนวหมอลำ หลังชุดที่ 16 ชาย สีบัวเลิศ ผู้ปั้นจินตหรา พูนลาภให้โด่งดัง ได้แยกตัวออกจากค่ายแกรมมี่ มาเปิดเป็นค่ายมาสเตอร์เทป โดยได้จินตหรา พูนลาภเป็นศิลปินเบอร์หนึ่งของค่าย จินตหรา พูนลาภได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในการร่วมงานกับเบิร์ด ธงไชย ในเพลง “แฟนจ๋า” และ “มาทำไม” และในปี พ.ศ. 2547 ได้ร่วมแสดงบนเวทีเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส ที่สิงคโปร์ กับธงไชย แมคอินไตย์ แคทรียา อิงลิช และนัท มีเรีย


ซึ่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 จินตหรา พูนลาภ ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหม่อาร์สยาม ในสังกัดอาร์เอส หลังจากที่ค่ายเดิมคือมาสเตอร์เทปปิดตัวลง


ชีวิตครอบครัว สมรสกับกอบกิตติ กวีสุนทรกุล หรือ “จังโก้” นักประพันธ์เพลงสังกัดค่ายเพลงพันธมิตร และผู้จัดการวงจินตหรา พูนลาภ

ไม่ใช่ 5 วัน!!!…นายกฯยืนยันหนักแน่น วันหยุด พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (รายละเอียด)

เอาชัดๆอีกรอบ!!!…นายกฯยืนยันหนักแน่น วันหยุด พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ไม่ใช่ 5 วัน

วันนี้ 27 มิ.ย.60 เวลา 12.58 น. ทางศูนย์บริการข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ค ชี้แจงเนื่องจากกรณีในขณะนี้มีการแชร์เรื่อง การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร.๙” ว่า ให้มีการประกาศเป็นวันหยุดเป็นเวลา 5 วันนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงคือ ครม.ได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 เห็นชอบการกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร.๙” เป็นวันหยุดราชการ ตามหนังสือที่ นร 0505/ว 205 ลงวันที่ 26 เม.ย. 2560

ทางด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่า รัฐบาลประกาศให้วันที่ 26 ต.ค.60 ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้เป็นวันหยุดราชการเพียงวันเดียว หลังจากมีกระแสข่าวในโลกโซเซียลว่าจะมีการประกาศวันหยุดเพิ่มเป็น 5 วัน

ขณะที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีชี้แจงกรณีวันหยุดราชการประจำปี วันใดตรงกับวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ให้เลื่อนวันหยุดราชการประจำปีวันนั้นไปหยุดในวันทำการถัดไป โดยให้หยุดชดเชยได้ไม่เกิน 1 วัน ดังนั้น วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 ก.ค. 2560 และวันเข้าพรรษาตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2560 จึงหยุดชดเชยในวันจันทร์ ที่ 10 ก.ค. 2560 ได้ 1 วันเท่านั้น

ที่มา : ศูนย์บริการข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี

ที่สุดในโลก!! แห่เทียนพรรษาเมืองอุบลฯ ความยิ่งใหญ่ตระการตา กับความเป็นมาที่หลายคนไม่เคยรู้

ประวัติความเป็นมาของเทียนพรรษาเมืองอุบลฯ

พรรษา คือ ช่วงระยะเวลา 3 เดือนในฤดูฝนที่พระภิกษุสงฆ์จะต้องปฏิบัติธรรมอยู่วัดใดวัดหนึ่งโดยตลอดจะไปค้างคืนที่วัดอื่นไม่ได้ ข้อห้ามที่ให้พระอยู่วัดใดวัดหนึ่งตลอด 3 เดือนนี้ เพราะฤดูฝนเป็นฤดูเพาะปลูก ข้าวกล้าพืชผลของชาวบ้านกำลังเขียวขจี ถ้าพระออกเดินทางในฤดูนี้จะไปเหยียบย่ำข้าวกล้าพืชผลของชาวบ้านเสียหายได้ พระพุทธเจ้าจึงได้บัญญัติให้พระภิกษุสงฆ์หยุดเข้าพรรษาหรือหยุดพักฝน 3 เดือนไม่ให้จาริกเดินทางไปค้างคืนที่อื่นๆ (เข้าพรรษาแปลว่าพักฝน) การเข้าพรรษาจึงมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลหรือตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้า

วันเข้าพรรษา คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติหรืออยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมแล้วนับไปอีก 3 เดือนก็จะเป็นวันออกพรรษา ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรืออยู่ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี เมื่อพระต้องหยุดพักฝนหรือหยุดเข้าพรรษาทำให้พระมีเวลาศึกษาหาความรู้โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ เวลาอ่านหนังสือให้เข้าใจและจดจำได้ดีที่สุดคือเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่เงียบสงบทำสมาธิได้ง่าย ในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าเวลาพระจะอ่านหนังสือจึงจุดเทียน เมื่อชาวบ้านทราบจึงทำเทียนไปถวายพระ โดยเฉพาะการถวายในวันเข้าพรรษา ซึ่งถือว่าได้บุญกุศลมากยิ่งนัก นั่นคือจะทำให้ชีวิตของผู้ถวายมีความสุขสบาย สว่างไสว ไม่มืดมน หรืออีกนัยหนึ่งเป็นผู้มีปัญญา มีความรู้ เฉลียวฉลาดนั่นเอง ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Bright การถวายเทียนแด่พระในวันเข้าพรรษาจึงเป็นประเพณีของชาวพุทธมาแต่โบราณกาลนับเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในปัจจุบันชาวบ้านสมัยใหม่จะนิยมถวายหลอดไฟฟ้าแทน เพราะมีความสว่างมากกว่าเทียน ใช้งานง่าย สะดวก และได้บุญกุศลมากเช่นกัน

ชาวอุบลฯ ก็เหมือนกับชาวพุทธทั่วไป เมื่อถึงวันเข้าพรรษาก็จะนำเทียนไปถวายพระ ในสมัยก่อนยังไม่มีเทียนสำเร็จรูปขาย ชาวบ้านจะใช้ขี้ผึ้งซึ่งได้จากรังผึ้งมาต้มให้ละลายแล้วเอาฝ้ายที่จะทำเป็นไส้เทียนจุ่มลงไปในน้ำผึ้งที่ละลายนั้น ปล่อยให้เย็นพอที่จะเอามือคลึงให้ขี้ผึ้งโอบล้อมไส้เทียนให้เต็ม (วิธีการแบบนี้ชาวอุบลฯ เรียกว่า “ฟั่นเทียน”) จากนั้นนำมาตัดตามขนาดที่ต้องการ เสร็จเรียบร้อยก็จะเป็นเทียนที่พร้อมนำไปถวายพระได้
การนำเทียนไปถวายพระของชาวอุบลฯ ในสมัยก่อน ไม่ได้มีการแห่แหนหรือการประกวดประชันกันอย่างทุกวันนี้ เป็นแต่เพียงการถวายเทียนพร้อมกับเครื่องไทยธรรมไทยทานอื่นๆ รับศีลรับพรจากพระ

แล้วก็กลับบ้าน สาเหตุที่การถวายเทียนจะต้องมีการแห่แหนและมีการประกวดประชันอย่างทุกวันนี้ เล่ากันว่าเริ่มมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ได้เป็นข้าหลวงใหญ่มาปกครองมณฑลลาวกาว ซึ่งมีที่ตั้งมณฑลอยู่ที่เมืองอุบลฯ ได้เห็นการบาดเจ็บล้มตายของชาวบ้านจากงานประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งมีทั้งบาดเจ็บล้มตายเพราะบั้งไฟระเบิดหรือตกใส่บ้านเรือน หรือบาดเจ็บล้มตายเพราะการทะเลาะวิวาทตีรันฟันแทงเพราะความเมามายในสุรา หรือบางครั้งเพราะการละเล่นโคลนตมที่สนุกสนานเกินเลย หรือการละเล่นตุ๊กตาไม้ในท่าทางร่วมเพศตามแบบฉบับของงานบุญบั้งไฟ เรื่องต่างๆ เหล่านี้พระองค์ท่านทรงเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ดีไม่งาม จึงให้ยกเลิกการจัดงานบุญบั้งไฟและให้เปลี่ยนเป็นการแห่เทียนพรรษาแล้วนำไปถวายพระแทน

เทียนพรรษา ในสมัยพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์นั้นจะเป็นการทำเทียนร่วมกันของชาวบ้านในแต่ละคุ้ม (คุ้ม คือ กลุ่มชุมชนเล็กๆ ของชุมชนใหญ่ ในแต่ละหมู่บ้านจะมีหลายคุ้ม) โดยการนำขี้ผึ้งมารวมกัน ต้มให้ละลายแล้วเทใส่เบ้าหลอม ตกแต่งให้สวยงามแล้วใส่คานหามหรือบรรทุกใส่เกวียน นำเข้าขบวนแล้วแห่ไปรวมกันที่หน้าศาลากลางมณฑล เมื่อทุกคุ้มมารวมพร้อมกันแล้ว พระองค์จะประทานรางวัลให้กับคุ้มที่ทำต้นเทียนได้สวยงาม เสร็จแล้วจะให้จับฉลากว่าคุ้มไหนจะถวายเทียนวัดอะไร เมื่อรู้ว่าจะไปถวายวัดอะไรแล้วแต่ละคุ้มก็จะแห่แหนไปถวายวัดนั้น การแห่เทียนพรรษาจึงเริ่มมีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

การทำเทียนพรรษาของชาวบ้านแต่ละคุ้มในระยะแรกนี้ จะเป็นเทียนที่สามารถจุดใช้งานได้จริง มีขนาดเท่ากับต้นไผ่ (เพราะใช้ต้นไผ่เป็นเบ้าหลอม) บางคุ้มก็จะเท่ากับต้นกล้วย แล้วแต่ว่าคุ้มไหนจะหาเบ้าหลอมและหาขี้ผึ้งได้มากน้อยแค่ไหน ผิวต้นเทียนจะเรียบมันไม่มีลวดลาย แต่จะแต่งต้นเทียนโดยใช้กระดาษสีตัดเป็นเส้นหรือเป็นลวดลาย แล้วนำมาพันรอบต้นเทียนหรือติดกับต้นเทียนเป็นกลุ่มลวดลายต่างๆ บางคุ้มก็จะใช้วิธีนำเทียนเล่มเล็กๆ มามัดรวมกันให้เป็นเทียนต้นใหญ่ หรือบางครั้งประหยัดเงินค่าเทียนก็จะใช้ไม้กลมๆ หรือไม้เสาทำเป็นแกนแล้วนำเทียนมัดรอบแกนเสา ตกแต่งด้วยกระดาษเพื่อไม่ให้เห็นเชือกที่มัด (วิธีนี้เริ่มขึ้นเมื่อมีเทียนสมัยใหม่และมีขายทั่วไปแล้ว จึงเป็นการประหยัดเวลาเพราะไม่ต้องต้มขี้ผึ้ง)

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีประกอบกับมีการแข่งขันให้รางวัล คุ้มที่ตกแต่งต้นเทียนได้สวยงามแปลกแตกต่างไปจากต้นเทียนคุ้มอื่น จึงมักจะได้รับรางวัลชนะเลิศอยู่เสมอ การประดับตกแต่งต้นเทียนแบบใหม่ๆ จึงเกิดขึ้น นั่นคือจากเดิมที่ใช้กระดาษติดเป็นลวดลายต่างๆ ก็เปลี่ยนเป็นการใช้ขี้ผึ้งหล่อลวดลายจากแบบพิมพ์ก่อนแล้วจึงนำไปติดที่ต้นเทียน ซึ่งจะทำให้ต้นเทียนมีความสวยงามกว่าติดด้วยกระดาษ ต้นเทียนคุ้มที่ตกแต่งแบบนี้จึงมักจะได้รับรางวัลชนะเลิศอยู่เสมอๆ เช่นเดิม เมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายปี การตกแต่งแบบติดพิมพ์ด้วยเทียนก็ซ้ำซากจำเจ คุ้มที่อยากชนะจึงต้องหาวิธีตกแต่งต้นเทียนที่แปลกแตกต่างออกไป การแกะสลักลงไปในเนื้อต้นเทียนให้เป็นรูปและลวดลายต่างๆ จึงเกิดขึ้น และคุ้มที่จัดทำแบบนี้ก็ได้รับชัยชนะ เมื่อการตกแต่งต้นเทียนให้สวยงามมีวิธีการแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการแบ่งประเภทต้นเทียนและให้มีรางวัลชนะเลิศแต่ละประเภทเกิดขึ้น ต้นเทียนในเวลาต่อมาจึงมีสองแบบ คือ แบบติดพิมพ์และแบบแกะสลัก

อย่างไรก็ตามทั้งสองแบบก็ยังเป็นแต่เพียงต้นเทียนอย่างเดียว ไม่มีองค์ประกอบอื่นมากมายนัก โดยเฉพาะฐานต้นเทียนก็เป็นฐานที่ทำขึ้นเพื่อไม่ให้ต้นเทียนล้มเท่านั้น คุ้มที่อยากชนะจึงต้องหาวิธีตกแต่งที่แตกต่างออกไปอีกเช่นเดิม ด้วยเหตุนี้การตกแต่งฐานต้นเทียนให้แปลกแตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะการตกแต่งให้เป็นรูปลอยตัว ของสัตว์ในวรรณคดีหรือเรื่องราวทางพุทธประวัติ ในอากัปกริยาต่างๆ ก็เกิดขึ้น เช่นเดิมคุ้มที่จัดทำแบบนี้ก็ชนะ และถ้าคุ้มอื่นทำตามคุ้มที่อยากชนะในปีต่อไปก็จะทำให้แปลกแตกต่างๆ หรือทำให้ใหญ่ ให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นเรื่องราวเหตุการณ์ทางวรรณคดีหรือทางพุทธประวัติที่ครบสมบูรณ์ในต้นเทียนต้นเดียวหรือขบวนเดียว ผู้ชมดูแล้วเพลิดเพลิน ได้ความรู้ ได้อรรถรส อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ด้วยต้นเทียนและการแห่เทียนพรรษาของเมืองอุบลฯ มีมานานนับร้อยปี จึงมีวิวัฒนาการมากมายหลายแบบหลายมิติดังที่กล่าวมา จากการแห่เทียนธรรมดาที่เรียบง่ายเป็นการแห่เทียนที่มีการร้องรำทำเพลงและการแสดงต่างๆ มากมาย จากการรวมกลุ่มร่วมมือร่วมแรงของชาวบ้านคุ้มต่างๆ ในราคาถูกเป็นการจัดทำของกลุ่มชาวบ้านกลุ่มพ่อค้าและข้าราชการต่างๆ ที่มีราคาแพง จากการแบกหามบรรทุกใส่เกวียนเป็นการบรรทุกใส่รถ จากรถคันเล็กเป็นรถคันใหญ่ จากรถคันใหญ่เป็นรถหลายคัน จากรถคันสั้นเป็นรถคันยาว จากรางวัลเพียงไม่กี่บาทก็เป็นรางวัลหลายแสนบาท จากการดำเนินงานตามลำพังของจังหวัดอุบลฯ ก็เป็นการดำเนินงานร่วมกันกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จากที่ไม่มีนักท่องเที่ยวก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ วิวัฒนาการมากมายหลายแบบหลายมิติเช่นนี้ ด้วยเพราะความอยากให้ต้นเทียนมีความแปลกแตกต่าง มีความสวยงาม มีความยิ่งใหญ่และชัยชนะ

ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งจากภาคราชการ เอกชน และชาวบ้านคุ้มต่างๆ ในวันนี้ เทียนและการแห่เทียนพรรษาของเมืองอุบลฯ จึงนำมาซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้เมืองอุบลฯ จึงเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวอุบลฯ ยิ่งนัก

หมายเหตุ
เทียนและการแห่เทียนพรรษาของเมืองอุบลฯ ถึงแม้จะมีความยิ่งใหญ่ สวยงาม วิจิตร ตระการตา ทั้งขบวนแห่และต้นเทียน และมีกิจกรรมประกอบงานมากมาย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เริ่มจะซ้ำและจำเจในความรู้สึกของคนอุบลฯแล้ว ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาคนอุบลฯก็จะคิดหาวิธีการที่แปลกแตกต่างออกไปเพื่อให้ได้สิ่งใหม่ๆ แปลกๆ ตามมา หนึ่งในความแปลก แตกต่าง ที่ได้ยินได้ฟังมานั้น คือ การแห่เทียนทางน้ำ ทั้งนี้เพราะอุบลฯ มีแม่น้ำมูลเป็นแม่น้ำสายสำคัญและไหลผ่านตัวเมืองด้วย การแห่เทียนทางน้ำจะทำให้มีกิจกรรมและวิธีการต่างๆ มากมาย ทั้งทางขวนแห่และการจัดทำต้นเทียน อีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำอีกด้วย (มีผู้เสนอให้แห่ทางน้ำหนึ่งวัน ทางบกหนึ่งวัน เริ่มขบวนแห่ที่หาดคูเดื่อสิ้นสุดที่หาดวัดใต้ ให้มีเรือแพ เรือพาย เรือแข่ง และเรืออื่นๆ เป็นเรือประกอบ มีเรือต้นเทียนเป็นเรือหลัก เรือต้นเทียนจะเป็นเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ในน้ำเป็นเรือพอขึ้นบกวิ่งเป็นรถเข้าขบวนแห่ทางบกได้เลย มีการประกวดทั้งบนบกและในน้ำ เสร็จแล้วนำไปถวายวัดที่อยู่ฝั่งน้ำ เช่น วัดสุปัฎนาราม วัดหลวง วัดใต้ เป็นต้น)

ที่มา: หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี

ภาพโดย :  Monopook Pook / คนล่าแสง

เรดาร์พังเป็นแถบ! 15 สาวประเภทสองมาแรงที่ต้องจับตามองในปี 2017 นี้

ทุกวันนี้ผู้หญิงข้ามเพศก้าวเข้ามามีบทบาทในวงการบันเทิงหรืออยู่ในสปอตไลท์สังคมมากขึ้น เวทีและพื้นที่ต่างๆ ก็ก้าวพ้นออกจากกรอบคิดแบบเดิมๆ พร้อมกับหยิบยื่นโอกาสให้กับพวกเธอมากขึ้นเช่นกัน ทำให้มีสาวประเภทสองหลายคนที่ก้าวเบียดขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้หญิงแท้ๆ ได้อย่างน่าชื่นชม

และนี่คือ 15 สาวประเภทสองที่ต้องจับตามองในปี 2017 นี้ เพราะพวกเธอมาแบบครบเครื่องจริงๆ ทั้งรูปร่างหน้าตาที่สวยจนดูไม่ออกว่าข้ามเพศมา ไหนจะความรู้ความสามารถที่ไม่เป็นรอง มีสาวๆ คนไหนติดโผบ้าง เราไปดูกันเลย

1. ปอย – ตรีชฎา เพชรรัตน์

เธอคนนี้เป็นไอดอลของสาวประเภทสองแทบทุกนาง ลองถามสาวสองรุ่นใหม่ๆ ดูได้ มีแม่ปอยเป็นต้นแบบกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะสวยจนติดอันดับ 1 ใน100 ของคนที่มีใบหน้าสวยงามที่สุดในโลกแล้ว ยังเพียบพร้อมไปด้วยความเป็นกุลสตรี เรียนเก่ง ฉลาด ทำงานเก่ง แถมวางตัวดีอีกต่างหาก

“น้องปอย” สูง 171 เซ็นติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม อายุย่าง 29 ปี แต่ดูเหมือนสาว 19 มากกว่า เธอเป็นสาวปักษ์ใต้เชื้อสายจีน เกิดที่พังงา มาโตที่ภูเก็ต และจบ ม.ต้นที่สุราษฎร์ธานี

น้องปอยแปลงเพศตั้งแต่อายุ 18 ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาประกวดมิสทิฟฟานี่ในปี 2547 และพิชิตตำแหน่งไปครองตามความคาดหมาย จากนั้นเธอเป็นตัวแทนประเทศไทยไปสู้ศึกเวทีนางงามจักรวาลสำหรับสาวประเภทสองอย่าง Miss International Queen 2004 และมงลงแบบไม่ค้านสายตา เป็นประตูให้ก้าวสู่วงการบันเทิงเต็มตัว มีผลงานทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ โฆษณา มิวสิควิดีโอ ภาพยนตร์และละครมาถึงทุกวัน

แค่โด่งดังในไทยยังไม่พอ ปี 2556 น้องปอยโกอินเตอร์เต็มตัวด้วยการเซ็นสัญญากับบริษัทวงการบันเทิงฮ่องกง มีทั้งงานถ่ายแบบ เดินแบบ ถ่ายโฆษณาและภาพยนตร์ฮ่องกง ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีชื่อเสียงเพียบ ตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กกับดาราฮ่องกงตัวพ่อก็เคยมาแล้ว กลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของเกาะฮ่องกงที่ทุกคนจับตามอง (ภาพจากหนึ่งในผลงานภาพยนตร์ของเธอที่ฮ่องกง)

ไม่เท่านั้น น้องปอยยังให้ความสำคัญกับการศึกษาด้วย นอกจากจะจบนิติศาสตร์ สาขากฎหมายระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญแล้ว ปัจจุบันเธอยังศึกษาปริญญาตรีใบที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจความงามของเธอด้วย หนุ่มๆ สามารถแอบส่องความสวยของน้องปอยได้ที่อินสตาแกรม @poydtreechada

2. โยชิ – รินรดา ธุระพันธ์

สาวสองวัยใสรุ่นใหม่เห็นจะไม่มีใครดังเกิน “น้องโยชิ” คนนี้ไปได้ ด้วยความสวยหวานแบบหญิงแท้ๆ ทำเอาหนุ่มๆ ทั่วประเทศเรดาร์พังกันไปเป็นแถบ น้องโยชิอายุ 20 ปี สูง 173 เซ็นติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม เป็นสาวน้อยจากร้อยเอ็ด เห็นหน้าเกาหลีแบบนี้เธอพูดภาษาอีสานไฟแล่บ

สาวน้อยคนนี้เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่เรียน ม.ปลายที่ รร.มัธยมวัดธาตุทอง เนื่องจากเธอทำกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งถือป้ายโรงเรียน รำไทย ฯลฯ และมีการแชร์ภาพขณะเธอทำกิจกรรมต่างๆ ลงในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้น้องโยชิกลายเป็นเน็ตไอดอลสุดฮต วงการบันเทิงเลยรีบตะครุบตัวมาเป็นดาวดวงใหม่ ป้อนงานให้เพียบ ทั้งมิวสิควิดีโอ โฆษณา และภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย น้องโยชิก็ตัดสินใจศัลยกรรมหน้าอกและผ่าตัดแปลงเพศ กลายเป็นผู้หญิงเต็มตัว พร้อมโดดลงสมัครเวทีประกวดสาวประเภทสอง “มิสทิฟฟานี่ 2017” ที่แจ้งกิดปอย ตรีชฎามาแล้ว ซึ่งน้องโยชิก็บอกว่าพี่ปอยนี่แหละคือไอดอลของเธอ และตอนนี้น้องโยชิก็ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อย

ด้านการศึกษา ปัจจุบันน้องโยชิเป็นนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาพน้องโยชิสวยใสในชุดนักศึกษา ทำเอาหนุ่มๆ ทั่วประเทศเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กัน ไปตามติดชีวิตของน้องโยชิกันได้ที่อินสตาแกรม @yoshirinrada

3. ขนมจีน – มณฑนะ จุฑาทัศน์

“น้องขนมจีน” สาวน้อยชื่อน่ากินคนนี้อายุเพิ่งจะย่าง 20 ปี เป็นสาวฉะเชิงเทรา สูง 168 เซ็นติเมตร หนัก 53 กิโลกรัม ฉายานี้ได้มาหลังเธอเดินทางไปรายงานตัวคัดเลือกทหารกองเกินที่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา พอเธอบอกว่า “ชื่อนายมณฑนะ และมาเกณฑ์ทหาร” เท่านั้นแหละ ผู้คนก็ฮือฮา ยกกล้องมาถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลมีเดียกันให้วุ่น สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นถึงกับต้องตามมารายงานข่าว

น้องขนมจีนโด่งดังชั่วข้ามคืน เธอบอกว่าแค่วันเดียวมีคนติดตามในเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นถึง 40,000 คน สิ่งหนึ่งที่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ น้องขนมจีนไม่ใช่คนที่สวยจัด แต่คะแนนความน่ารักเอาไปเลย 100 เต็ม แถมมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก และดูเป็นผู้หญิงแท้ๆ ไปหมดทุกมุม ทุกอิริยาบถ

น้องขนมจีนเริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งทางโรงเรียนอนุญาตให้แต่งหญิงได้ถ้ามีผู้ปกครองมารับรอง เธอศัลยกรรมหน้าอกตอนอายุ 18 ปี แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์

น้องขนมจีนเรียนจบจากโรงเรียนพาณิชยการ ฉะเชิงเทรา ปัจจุบันทำงานเป็นพีอาร์ร้านเสร่อ บาร์ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เธอบอกว่าต้องการเก็บเงินเป็นทุนการศึกษาสำหรับเรียนต่อ ความฝันของน้องขนมจีนคืออยากทำงานในวงการบันเทิง หรือเป็นแอร์โฮสเตส เข้าไปแอดเพื่อนหรือติดตามน้องขนมจีนได้ที่เฟซบุ๊ก Monthana Chuthatus

4. เฟรม – วรณัน นลัทวรสกุล

“น้องเฟรม” สาวเหนือจากลำปางคนนี้ สูง 169 เซ็นติเมตร หนัก 47 กิโลกรัม หลายคนอาจคิดว่าเธอมาจากเวทีประกวดสาวประเภทสองแน่ๆ เพราะสวยระดับนางงามซะขนาดนี้ แต่จริงๆ แล้วน้องเฟรมกลับไม่เคยผ่านเวทีประกวดใดๆ นอกจากเวทีสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่เท่านั้น

น้องเฟรมแจ้งเกิดจากการไปคัดเลือกทหารเมื่อปี 2558 ที่ลำปาง ความสวยเหนือหญิงแท้ของน้องเฟรมทำให้เธอได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนได้รับฉายา “มิสทหารเกณฑ์” น้องเฟรมเล่าว่าหลังเกณฑ์ทหารเสร็จ เธอกลับบ้านเข้านอนตามปกติ รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาเห็นภาพตัวเองได้รับการแชร์เต็มหน้าฟีดไปหมด

น้องเฟรมเริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนพาณิชยการในลำปาง พอเรียนจบตอนอายุ 18 ปีก็ผ่าตัดแปลงเพศเป็นหญิงเต็มตัว แล้วมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อ ตอนนี้เธอเป็นนักศึกษาปี 4 ภาควิชาวิทยุและโทรทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเธอยังครองตำแหน่ง Miss Charity Star 2013 หรือ “ดาวเทียม” ของมหาวิทยาลัยด้วย

น้องเฟรมชอบถ่ายรูป ความสามารถพิเศษของเธอคือรำไทย เธอใฝ่ฝันอยากเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็กๆ สวยขนาดนี้ต่อให้ไม่ฝันก็ต้องได้เป็นดาราแน่นอน ตอนนี้น้องเฟรมได้เป็นนักแสดงหน้าใหม่ของช่อง 3 เป็นที่เรียบร้อย ผลงานละครเรื่องแรกของเธอ “สายลับจับแอ๊บ” กำลังจะลงจอเร็วๆ นี้ ติดตามดาราช่อง 3 คนใหม่คนนี้ได้ที่อินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ @genawor

5. บลอสซั่ม – ชนัญชิดา รุ่งเพชรรัตน์

สาวสวยแพงลุคเกาหลีคนนี้ เดิมมีชื่อเล่นว่า “บอส” และเปลี่ยนมาเป็น “บลอสซั่ม” ซึ่งเหมาะกับรูปลักษณ์ของเธอมากกว่า บลอสซั่มอายุ 25 ปี สูง 177 เซ็นติเมตร หนัก 54 กิโลกรัม การันตีความสวยของเธอด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสทิฟฟานี่ 2013 แถมพ่วงด้วยตำแหน่งนางงามผิวสวยหรือ Miss Silky Sexy Skin มาอีกตำแหน่ง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผิวของเธอสวยจริงอะไรจริง ทั้งขาวใสและนวลเนียน

บลอสซั่มยังเข้าประกวดรายการเรียลลิตี้ค้นหานางแบบหน้าใหม่ The Face Thailand 3 ซึ่งถือเป็นปีแรกที่เปิดกว้างให้สาวประเภทสองเข้าร่วมด้วย ออร่ากระแทกตาของบลอสซั่มทำให้เธอได้รับความสนใจและถูกยกเป็นตัวเก็งทันทีตั้งแต่เปิดตัว

ซึ่งแม้สุดท้ายแล้วบลอสซั่มจะไม่ใช่ผู้ชนะของ The Face Thailand แต่เธอก็เป็นสาวสองที่ถูกคัดออกเป็นคนสุดท้าย พร้อมกันนั้นก็กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้จักและหลงรักผู้หญิงลุคอินเตอร์คนนี้

ด้านการศึกษาก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะบลอสซั่มจบเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร หนุ่มๆ คนไหนอยากรู้จักเธอมากกว่านี้ ฟอลโลว์อินสตาแกรมของเธอได้ที่ @ladyblossom

6. โม – จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน

“น้องโม” เป็นคนกรุงเทพฯ อายุ 25 ปี สูง 175 เซ็นติเมตร สัดส่วน 32-24-34 ดีกรีไม่ธรรมดา เธอเป็นเจ้าของตำแหน่ง “มิสทิฟฟานี่ 2016” แล้วยังเหมาขวัญใจสื่อมวลชนและนางงามผิวสวยมาครองอีก 2 ตำแหน่ง จากนั้นน้องโมไปเป็นตัวแทนประกวดบนเวทีนางงามจักรวาลสาวประเภทสอง Miss International Queen 2016 และเธอก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง สามารถคว้ามงกุฏมาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

น้องโมยอมรับว่าได้ผ่านการศัลยกรรมความงามครั้งใหญ่ๆ มาสามครั้งสามคราด้วยกัน คือ เสริมจมูก เสริมหน้าอก และผ่าตัดแปลงเพศ แต่ใครเห็นภาพน้องโมสมัยยังไม่ผ่านการศัลยกรรมก็ต้องบอกว่าเบ้าหน้าสวยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนนี้ก็แค่ดูเป๊ะมากขึ้น

น้องโมยังเคยสร้างความฮือฮาด้วยการไปออกรายการเกมโชว์ร้องเพลง I Can See Your Voice ซึ่งเธอเซอร์ไพรส์คนดูด้วยใบหน้าสวยหวาน แต่ร้องเพลง “บัวลอย” ของวงคาราบาวด้วยเสียงแมนๆ แบบผู้ชาย ตั้งแต่นั้นมาน้องโมเลยได้ฉายาฮาๆ มาอีกฉายาว่า “โม บัวลอย”

ด้านการศึกษา น้องโมจบปริญญาตรี สาขาออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปัจจุบันเธอเป็นดีไซเนอร์ นี่เองเหตุผลที่สาวสวยคนนี้ดูดีมีรสนิยมไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ตามส่องรสนิยมเลิศๆ ของเธอได้ที่อินสตาแกรม @mojiratchaya_official

7. ฮาน่า – ณธฉัตร ชาญเชี่ยว

“ฮาน่า” เดิมชื่อเล่น “โค้ก” เกิดที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นลูกคนโตของครอบครัว ปัจจุบันเธออายุ 26 ปี สูง 180 เซ็นติเมตร เธอเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายจากเวทีประกวดมิสทิฟฟานี่เมื่อปี 2558

ฮาน่ายังเข้าประกวด The Face Thailand 3 ซีซั่นเดียวกับบลอสซั่ม ด้วยผิวสีแทน ลุคอินเตอร์ ทั้งเผ็ดทั้งแซ่บ ทำให้เธอมีแฟนคลับตามเชียร์ทันทีตั้งแต่วันที่เธอมาออดิชั่น และแม้เธอจะโดนคัดออกแต่ก็แจ้งเกิดให้สาวคนนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ งานถ่ายแบบ เดินแบบ โชว์ตัว หลั่งไหลเข้ามาเพียบ

ฮาน่าสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ระหว่างเรียนเธอเข้าประกวดสาวประเภทสองและชนะเลิศได้เป็น Miss Lady Lady ประจำปี 2554 ของมหาวิทยาลัยด้วย

ตอนนี้ฮาน่าเป็นนางแบบ แต่ความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอคือการได้เป็นนางแบบชุดชั้นในแบรนด์ระดับโลกอย่าง Victoria’s Secret ซึ่งจากศักยภาพของเธอ เราเชื่อว่าฮาน่าทำได้แน่นอน ขอแค่มีโอกาสเท่านั้น ไปเอาใจช่วยเธอได้ที่อินสตาแกรม @hanasha_ch

8. หลิงหลิง – ปิยะดา อินทะวง

“น้องหลิงหลิง” เป็นสาวสองจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา คือประเทศลาว แต่ก็มีผลงานในวงการบันเทิงบ้านเราอยู่ไม่น้อย หลิงหลิงอายุ 24 ปี พ่อกับแม่เป็นหมอด้วยกันทั้งคู่ เดิมเธอมีชื่อว่า “อานง” แต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นหลิงหลิงตามชื่อตัวละครที่ปอย ตรีชฎา ไอดอลของเธอรับบทในละครเรื่อง “หมวยอินเตอร์”

หลิงหลิงเป็นสาวประเภทสองคนแรกในประวัติศาสตร์ลาวที่เข้าประกวดบนเวทีระดับ­โลก Miss International Queen 2014 และคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 มาครอง จากนั้นเธอก็มาทำงานในประเทศไทย และมีผลงานการแสดงเรื่อง “สงครามนางงาม ซีซั่น 2” ซึ่งเธอรับบทเป็น “มิวมิว”

หลังคว้ารองอันดับ 2 Miss International Queen 2014 มาครอง รัฐบาลลาวก็อนุญาตให้หลิงหลิงใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” ในพาสปอร์ตและเอกสารราชการต่างๆ เป็นการตอบแทนที่เธอสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ตอนนี้หลิงหลิงเลยกลายเป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบ ทั้งกายทั้งใจ และตามกฎหมายด้วย

หลิงหลิงยังได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนแรกของลาวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทำให้สาวสองชาวลาวคนอื่นๆ ได้มีที่ยืนในสังคม นอกจากนี้หลิงหลิงยังเป็นสาวสองคนเดียวในลาวที่ได้นุ่งผ้าซิ่นไปเรียนอีกด้วย ตามติดชีวิตน่าสนใจของหลิงหลิงได้ที่อินสตาแกรมของเธอ @lingpiyadar

9. อารยา บัว

“อารยา บัว” หรือ “บัว” คือนางแบบข้ามเพศคนแรกของไทยที่ได้เซ็นสัญญากับ Trans Models ซึ่งเป็นโมเดลลิ่งระดับโลกในนิวยอร์กที่มีแต่นางแบบ-นายแบบข้ามเพศในสังกัด

บัวกำลังไปได้สวยมากๆ บนเส้นทางสายโมเดลระดับโลก ด้วยความสูง 175 เซ็นติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม สัดส่วน 33.5-25-34 กอปรกับความยูนีคแกมเอ็กโซติกของเธอ ทำให้บัวเป็นนบางแบบข้ามเพศที่มีจุดขายและดูแตกต่าง

ปีที่แล้ว บัวบินกลับมาไทยเพื่อเข้าประกวดมิสทิฟฟานี่ 2016 เธอเป็นหนึ่งในตัวเก็งและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก แม้บัวจะไม่ใช่ผู้ชนะบนเวทีนี้ในปีนั้น (น้องโม จิรัชยา คว้ามงกุฏไปในปีนั้น) แต่ก็ทำให้คนไทยรู้จักเธอมากขึ้น และเอาใจช่วยเธอบนเส้นทางโมเดลระดับโลก

ล่าสุดบัวได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนางแบบของงาน New York Fashion Week ss17 โดยเธอเดินแบบให้กับแบรนด์ดีไซเนอร์ชื่อดังหลายแบรนด์ อาทิ MimiTran, Indashio, Dmarsh Couture และแบรนด์ไทยที่โกอินเตอร์ถึงนิวยอร์กอย่าง Thunyatorn นับเป็นก้าวสำคัญของสาวประเภทสองของไทย ไปให้กำลังใจเธอได้ด้วยการฟอลโลว์อินสตาแกรม @rockraek

10. ร็อค – ขวัญลดา รุ่งโรจน์อำภา

“น้องร็อค” เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายของเวทีมิสทิฟฟานี่ 2017 เป็นที่กล่าวขานถึงความสวยละมุนอย่างกับหญิงแท้ ถึงกับมีคนเอาความสวยของเธอไปเทียบกับดาราสาวไทย ฐิสา – วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร และดาราเกาหลีอย่างคิมแตฮี ว่ามีความคล้ายคลึงกันเหลือเกิน

โดย “ป้อม วินิจ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังระดับประเทศถึงกับออกโรงคอนเฟิร์มด้วยตัวเองว่า น้องร็อคไม่เคยผ่านการศัลยกรรมใบหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งน้องร็อคเองก็โชว์ภาพสมัยยังเป็นนักเรียนมัธยมให้ดูว่าหน้าเหมือนกับตอนนี้นั่นแหละ เพียงแต่ผมยาวขึ้นเลยทำให้ดูเป็นสาวแท้มากขึ้น

น้องร็อคอายุเพิ่ง 19 ปี เธอเป็นนักศึกษาจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และเธอยังคว้าตำแหน่ง “ดาวเทียม ประจำปี 2559” ของสถาบันมาครองด้วย ซึ่งที่ผ่านมาน้องร็อคก็กวาดมงกุฏมาจากหลายเวที อาทิ รองชนะเลิศอันดับ 2 Miss Queen Sodsai House 2017, นางงามเกษตรจำแลง 2559, มิสสิชลคอมเพล็กซ์ 2559 เป็นต้น

อันที่จริงน้องร็อคโกอินเตอร์ก่อนขึ้นเวทีมิสทิฟฟานี่ด้วยซ้ำ เธอมีดีกรีเป็นถึงนางเอกภาพยนตร์จีน ถ่ายทำเสร็จและจัดงานพรมแดงเปิดตัวหนังไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังได้รับการทาบทามให้เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าที่จีนอีกหลายตัว แต่น้องร็อคก็ยอมทิ้งโอกาสไปเพื่อมาลงประกวดมิสทิฟฟานี่ ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของเธอ ตามติดชีวิตน้องร็อคได้ที่อินสตาแกรม @rock_kwanlada

11. บูม – ปัณนิตา เดชานันท์

“น้องบูม” หนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย จากเวทีมิสทิฟฟานี่ 2017 ด้วยลุคผิวแทน ตาคม ผมดำ และเซ็กซี่ ทำให้เธอขึ้นแท่น 1 ใน 4 ตัวเก็งที่จะได้ครองมงกุฏทันทีที่เปิดตัว

ยิ่งล่าสุดน้องบูมได้ช่างแต่งหน้ามือทองอย่าง “ป้อม วินิจ” มาแปลงโฉมให้ ก็ยิ่งสร้างความฮือฮา เพราะสวยคมเซ็กซี่สไตล์เดียวกับปู ไปรยา และนาตาชา เปลี่ยนวิถี จนได้รับฉายา “แฝดปูไปรยา” มาครองเลยทีเดียว

สื่อหลายแขนงยังพร้อมใจยกให้น้องบูมติดทำเนียบ “สาวประเภทสองที่สวยที่สุดในปี 2560” อีกต่างหาก

หุน่มๆ สามารถฟอลโลว์อินสตาแกรมของน้องบูมเพื่อส่องความสวยอินเตอร์ของเธอได้ที่ @boom_boomys

12. โอเล่ – ภิชญาดา ฉัตรคำเจริญ

“น้องโอเล่” ขึ้นแท่นเป็นสาวประเภทสองขวัญใจชาวโซเชียลอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมโปรโมทภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Wonder Woman ในเมืองไทย จับน้องโอเล่มาคอสเพลย์เป็น “วันเดอร์วูแมน” เดินสายโปรโมทตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ และในช่วงเวลานั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอไม่ใช่สาวแท้

น้องโอเล่เล่าที่มาที่ไปของการได้มาคอสเป็นวันเดอร์วูแมนว่า เธอไปแคสต์งานที่บริษัทแห่งหนึ่ง แม้จะพลาดงานชิ้นนั้นไป แต่บริษัทเห็นว่าน้องโอเล่มีแคแรกเตอร์เหมือนตัวการ์ตูนเรื่อง Wonder Woman เลยจับเธอไปลองชุดนี้ และก็ปรากฏว่าเธอสวมได้พอดีแถมดูดีเว่อร์อีกต่างหาก เลยเป็นที่มาของการได้งานโปรโมทหนังชิ้นนี้มาครองแบบสบายๆ

ด้านชีวิตส่วนตัว น้องโอเล่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ก็รับงานและแคสต์งานตามโมเดลลิ่งต่างๆ ในเวลาว่างด้วย ซึ่งที่ผ่านมาน้องโอเล่ก็มีงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาอยู่เป็นระยะ

ตอนนี้น้องโอเล่เริ่มมีแฟนคลับแล้ว ส่วนใหญ่ตามมาจากข่าวที่เธอคอสเป็นวันเดอร์วูแมนนี่แหละ เมื่อน้องโอเล่ลงคิวงานในเฟซบุ๊กส่วนตัวก็เริ่มมีแฟนคลับไปตามเชียร์และให้กำลังใจ หนุ่มๆ คนไหนสนใจอยากเป็นฟนคลับ ติดตามความเคลื่อนไหวและผลงานของน้องโอเล่ได้ที่เฟซบุ๊ก r.pichya

13. มิก รชยา

“น้องมิก” สาวหวานละมุน กิริยาท่าทีอ่อนหวาน พูดจาสุภาพเรียบร้อยน่ารักคนนี้ เป็นเจ้าของตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสทิฟฟานี่ 2014 และเชื่อว่าตอนนี้หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอมากขึ้น เพราะน้องมิกเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว มีทั้งงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา รวมทั้งเป็นสาวสองคนแรกที่ได้ออกรายการ Take Me Out Thailand

น้องมิกแปลงเพศตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปี 2 แต่เพิ่งทำหน้าอกตอนอายุ 22 ปี หลังเรียนจบ เพื่อเข้าประกวดเวทีมิสทิฟฟานี่โดยเฉพาะ น้องมิกบอกว่าเธอเป็นคนตัวเล็ก เมื่อเทียบกับสาวประเภทสองคนอื่นๆ จึงเข้าประกวดอย่างไม่คาดหวังอะไรมากนัก

น้องมิกเรียนจบจากวิทยาลัยนาฎศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาศิลป์ ความสามารถพิเศษของเธอคือการรำไทย เธอสามารถร่ายรำได้อย่างงดงาม อ่อนช้อยเป็นอย่างมาก โดยน้องมิกบอกว่าเรียนรำไทยมาตั้งแต่เด็กๆ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอสามารถเอาชนะใจกรรมการจนคว้ารางวัลจากเวทีมิสทิฟฟานี่มาครองได้สำเร็จ

ผลงานล่าสุดที่ทำให้น้องมิกเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือการได้แสดงละครเรื่อง “นางแค้น” ประกบสาวสองตัวแม่อย่างปอย ตรีชฎา โดยมีฉากที่เธอกับพี่ปอยต้องตบตีกันเพื่อแย่งผู้ชายด้วย ซึ่งน้องมิกบอกว่าทั้งตื่นเต้นและเกร็งเพราะเธอมีพี่ปอยเป็นไอดอลอยู่ก่อนแล้ว หนุ่มๆ ตามไปให้กำลังใจน้องมิกกันได้ที่อินสตาแกรม @mix_rachaya

14. นาเดียร์ – ภัทรา วิรุฬห์ธนกิจ

“น้องนาเดียร์” เป็นเจ้าของตำแหน่ง Miss Mimosa Queen Thailand 2015 ซึ่งเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในตอนนั้นหลังมีภาพเธอสวมมงกุฏปรากฏตามสื่อต่างๆ เนื่องจากสวยจัดสไตล์นาตาลี เกลโบว่า แถมสวยเนียนๆ ไม่มีวี่แววความเป็นชายปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย

น้องนาเดียร์มาดังเปรี้ยงอีกรอบเมื่อเธอเดินทางไปรายงานตัวเกณฑ์ทหารที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อปี 2560 นี่เอง เพราะทั้งเจ้าหน้าที่ หนุ่มๆ และประชาชนที่มาร่วมงานพร้อมใจกันถ่ายรูปและแชร์ภาพของเธอลงโซเชียลมีเดียอย่างพร้อมเพรียง

ในวันธรรมดา น้องนาเดียร์ก็เป็นแค่เด็กสาวใสๆ คนหนึ่งที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ปัจจุบันเธอศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการเพชรเกษม ภาพของน้องนาเดียร์ในชุดนักศึกษาสวยน่ารักสมวัยทำเอาหนุ่มๆ ทั่วประเทศลืมไปเลยว่าเธอเป็นสาวประเภทสอง

ปัจจุบันน้องนาเดียร์เริ่มมีผลงานในวงการบันเทิง ทั้งถ่ายแบบนิตยสาร เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าและสถานความงามต่างๆ ติดตามผลงานและไลฟ์สไตล์ของเธอได้ที่อินสตาแกรม @nadia_wiruntanakid

15. จีจี้ – ธีรดา บุญนิยม

หลายคนน่าจะคุ้นหน้า “น้องจีจี้” ดีอยู่แล้ว เพราะเธอคว้า 3 รางวัลรวดจากเวทีมิสทิฟฟานี่เมื่อปี 2554 ทั้งรองมิสทิฟฟานี่, เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และขวัญใจช่างภาพ

หลังจากนั้นน้องจีจี้ก็เริ่มมีงานโฆษณาเข้ามามากมาย ทั้งโฆษณาชุดชั้นใน Sabina ที่ทุกคนจำวลี “ชิดกว่าชม” ได้ดีมาถึงทุกวัน แล้วยังมีโฆษณาเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน IKEA และถ่ายนิตยสารอีกหลายเล่ม ทั้ง Fashion, Woman และสุดสัปดาห์

ล่าสุดจีจี้ยังเข้าประกวด The Face Thailand ซีซั่น 3 ที่เปิดโอกาสให้สาวประเภทสองเข้าร่วมด้วยเป็นปีแรก (รุ่นเดียวกับบลอสซั่มและฮาน่า) ซึ่งจีจี้ถือเป็นตัวเก็งคนหนึ่ง ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างล้นหลาม ถึงแม้ว่าเธอจะไปไม่ถึงฝั่งฝันก็ตาม

ด้านการศึกษา น้องจีจี้เรียนจบสาขาวิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ติดตามไลฟ์สไตล์ชิคๆ อินเทรนด์ของน้องจีจี้ได้ที่อินสตาแกรมของเธอ @gegee_wipwup

การมีที่ยืนแถวหน้าในสังคมของสาวๆ ประเภทสองเหล่านี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าสังคมไทยเปิดกว้างขึ้นและกำลังจะก้าวพ้นเรื่องเพศสภาพ หันไปมองเรื่องศักยภาพและความสามารถมากขึ้น พร้อมกันนั้นก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงข้าเพศทุกท่านที่กำลังค้นหาตัวเองหรือกำลังต่อสู้เพื่อที่ทางในสังคม พยายามต่อไปนะ สักวันพวกคุณจะต้องชนะ!

เด็กร้อยเอ็ดเจ๋ง!! แข่งขันนาฏมวยไทย สร้างประวัติศาสตร์ ชนะเลิศทั้ง ม.ต้น-ม.ปลาย จาก หนองพอกวิทยาลัย

เด็กร้อยเอ็ดเจ๋ง!! แข่งขันนาฏมวยไทย สร้างประวัติศาสตร์ ชนะเลิศทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย จาก รร.หนองพอกวิทยาลัย

ผลการแข่งขันนาฏมวยไทย รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ทีมนาฏมวยไทย รร.หนองพอกวิทยาลัย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ชนะเลิศสร้างประวัติศาสตร์ ชนะเลิศทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย ได้ถ้วยพระราชทาน ร.10 2 ถ้วยพร้อมเงินรางวัลทีมละ 300,000 บาท รวม 600,000 บาทครับ

ทั้งนี้ บริษัทอีซูซุได้จัด “นาฏมวยไทยอีซูซุ” ปีที่ 8 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมทุนการศึกษารวมกว่า 1 ล้านบาท

มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันนาฏมวยไทยอีซูซุ
ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องสู่ปีที่ 8 แล้วและได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขันที่มากขึ้นในแต่ละปี ทำให้เราได้มีโอกาสเห็นถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของเยาวชนไทย รวมทั้ง เราได้นำทีมเยาวชนมากความสามารถ
ร่วมแสดงในกิจกรรมต่างๆของรัฐบาล ที่นอกจากจะเป็นการปลูกฝังเยาวชนให้มีใจรักในศิลปะการป้องกันตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยแล้วนั้น ยังเป็นการปูพื้นฐานการคิด และพัฒนาศักยภาพ พร้อมการทำงานร่วมกันเป็นทีมให้แก่เยาวชนอีกด้วย”

แจ้งข่าวโดย Sakulsak Satnaco

โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ ถ้วยรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทั้ง 2 รุ่น ม.ปลาย และ ม.ต้น ในระดับประเทศ ในการแข่งขัน นาฏมวยไทยอีซุซุ 2017

ขอบคุณภาพจาก: โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย

ห้างแทบแตก! ลำไย ไหทองคำ นุ่งยีนส์โชว์เพลง คนแห่ชมเต็มลาน-เกาะระเบียงชะโงกแน่น

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่เฟสบุ๊คของ นายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ เจ้าของค่ายเพลงไหทองคำ เรคคอร์ด ได้เผยแพร่ภาพในเฟซบุ๊ก “ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” ของตนโดยเป็นภาพนักร้องสาวลำไย ไหทองคำสวมเสื้อยีนส์แขนยาวและกางกางขาสั้น รองเท้าส้นสูงขณะร้องเพลง และเต้นบนเวทีใน ห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าชมแน่นขนัดเต็มลานหน้าเวที

นอกจากนี้ บริเวณระเบียงของชั้นต่างๆก็มีคนเบียดเสียดชะโงกหน้าลงมาชมการแสดงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่อยู่บนบันไดเลื่อนก็ต่างหันมามองลำไย

ข้อความของ นายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ มีดังนี้ “ลำไย มาเลาะหลักสี่ไอทีสแควร์…ห้างแทบแตก”สาวขาเลาะฟีเวอร์”
ชมภาพ ห้างแตก ในมินิคอนเสิร์ต “ลำไย ไหทองคำ” ที่ห้าง ไอทีสแคว์ กันได้เลยจ้า

ที่มา ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์

รวมพลคนน่ารัก หนุ่มหล่อ สาวสวยจากรั้วรร.สตรีศึกษา ร้อยเอ็ด (ส่งภาพมาเพิ่มเลยจ้า)

วันนี้เราจะมาร่วมสนุกกัน เชิญชวนชาวสตรีศึกษาร้อยเอ็ด ส่งภาพตัวเองหรือเพื่อนๆ ที่คิดว่าน่ารักน่าชัง หนุ่มหล่อสาวสวย กำลังเรียนอยู่ หรือจบไปแล้ว ส่งกันเข้าเยอะๆ นะจ้ะ แอดมินจะลงให้ครบเลยจ้า แล้วอย่าลืมกดแชร์ และเข้ามาชมภาพอัพเดทเรื่อยๆนะจ้ะ เริ่มกันเลย

ธัญญ่า อาร์สยาม เพิ่งจบ ม.6 โรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด ตอนนี้เข้าปี 1 ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จร้า


เฟิร์น ชอบคนนี้มากๆ >_<

ออย คนนี้หมวยๆ น่ารักสุดๆ


เป้ อดีตประธานนักเรียน น่ารักมากๆ


พลอย คนชื่อพลอยน่ารักกันทุกคนเลย >_<


พลอยยย เต้นโคฟ ชื่อวง ATHENA สวยยย


น้องมิหมิว to be idol 7 ระดับประเทศ ในการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี to be number one ประจำปี 2560

ผมชื่อออย นะคร้าบ

น้องมิว ชนะเลิศในการประกวด boy and girl จังหวัดร้อยเอ็ด2557

น้องฟิล์มชนะเลิศในการประกวด boy & girl จังหวัดร้อยเอ็ด 2558 และ เป็นนักแสดง หนังเรื่อง ผู้บ่าวไทบ้าน รับบทเป็น หมอปลาวาฬ

กำลังเรียน ม4 จร้า

น้องมิหมิว to be idol 7 ระดับประเทศ ในการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี to be number one ประจำปี 2560

ผมชื่อ ขอนลอย ครับหล่อสุดในสตรี

พี่ป็อป ศิษย์เก่าสตรีศึกษาจ้า


น้องต้นน้ำชั้น ม.1 คะ

#### ภาพถัดไปรออยู่น้าาา ส่งมาที่เม้นเลยจ้า ####