คนผิดต้องรับโทษ!! อธิบดีราชทัณฑ์มอบ 1 แสน ซับน้ำตาแม่เฒ่า ลูกชายถูกรุมตีตายในคุกศรีสะเกษ

  • Admin admin
  • April 22, 2019
  • Comments Off on คนผิดต้องรับโทษ!! อธิบดีราชทัณฑ์มอบ 1 แสน ซับน้ำตาแม่เฒ่า ลูกชายถูกรุมตีตายในคุกศรีสะเกษ

วันที่ 22 เม.ย.62 ที่บ้านเลขที่ 23 ม.9 บ้านนิคมหนองฉลอง ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี แม่ของนายพรหมปัญญา เกษหอม ซึ่งถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ แล้วถูกรุมตีตายในสถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ พุทธชาติ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ ได้เดินทางมาเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายพรหมปัญญา ลูกชายของตน

โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับตนและครอบครัวญาติพี่น้อง ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้นายพรหมปัญญาเสียชีวิตในสถานกักขังดังกล่าว พร้อมทั้งได้มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือเยียวยาช่วยค่าทำศพลูกชายของตน จำนวน 100,000 บาท และยืนยันว่าจะสอบสวนเรื่องนี้เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและจะนำตัวคนทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เนื่องจากเกิดเหตุในสถานกักขังที่มีผู้ต้องขังอยู่จำนวนมากและผู้คุมดูแลอย่างใกล้ชิดจะต้องมีคำตอบในเรื่องนี้ โดยจะเร่งดำเนินการโดยด่วนที่สุด

ทางด้านนางเทวรรณ์ แสนสะอาด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 บ้านนิคมหนองฉลอง กล่าวว่า ตนและนางสุรินทร์เป็นเครือญาติกันและจากการที่ตนและนางสุรินทร์ได้ไปตรวจสอบที่สถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ เพื่อหาเบาะแสการเสียชีวิตของนายพรหมปัญญาแล้ว พบว่าภายในสถานกักขังมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์อย่างชัดเจน

แต่ทราบว่าทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้นำเอาภาพทั้งหมดไปแล้ว ตนได้ประกาศกับชาวบ้านนิคมหนองฉลองซึ่งส่วนมากเป็นเครือญาติกันทั้งหมดแล้วว่า หากคดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พวกตนจะแห่ศพของนายพรหมปัญญาไปร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตามจับคนร้ายที่ทำร้ายนายพรหมปัญญาจนทำให้เสียชีวิตมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากนายพรหมปัญญาเป็นคนดีมีจิตใจที่ดีงาม ช่วยเหลืองานการต่างๆ ของญาติพี่น้อง และช่วยเหลืองานในหมู่บ้านเป็นอย่างดีมาโดยตลอด คนดีต้องมาตายในคุกเพราะคดีเพียงเล็กน้อยแบบนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้

ทั้งนี้ ช่วงเย็นวานนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะ ได้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่สถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ กรณีนายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย และถูกศาลสั่งปรับเมาแล้วขับ เป็นเงิน 6,000 บาท แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงได้ถูกคุมขังอยู่ในสถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ แทนค่าปรับได้เสียชีวิตภายในสถานที่กักขัง โดยตามร่างกายมีแผลฟกช้ำทั้งตัว ปากเจ่อ ศีรษะบวม โดยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ณรัชต์ได้หารือกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการนำเอาผู้ต้องขังที่อยู่ในเหตุการณ์มาทำการสอบสวนเบื้องต้น โดยมีนางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 9 บ้านนิคมหนองฉลอง ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ แม่ผู้เสียชีวิตกับญาติพี่น้องมารอพบเพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ทางเจ้าหน้าที่สถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ แจ้งว่า ภาพในกล้องวงจรปิดและเอกสารต่างๆ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้นำไปใช้ในการประกอบสำนวนคดีหมดแล้ว

ต่อมา พ.ต.อ.ณรัชต์ได้พบกับนางสุรินทร์และญาติพี่น้อง ซึ่งได้มีการกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พ.ต.อ.ณรัชต์ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และให้นางสุรินทร์กลับไปบ้านที่ อ.ขุขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์และคณะจะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพด้วย

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเกิดอุบัติเหตุจากการลื่นล้มในห้องน้ำ ทำให้นายพรหมปัญญาเสียชีวิต ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นการก้าวล่วงพนักงานสอบสวนเกินไป เอาเป็นว่าเหตุผลที่ทางเจ้าหน้าที่หรือว่ามีการให้เหตุผลโดยพยานผู้ต้องขังด้วยกันไว้ว่า ผู้ตายลื่นล้มเองนั้น เป็นเหตุผลที่ไม่น่าเชื่อ ตนคิดว่าจากประสบการณ์คาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกกลุ้มรุมทำร้ายมากกว่าจนทำให้ นายพรหมปัญญา เสียชีวิต ซึ่งบังเอิญว่าสถานกักขังแห่งนี้มีห้องขังขนาดเล็กต้องอยู่กันอย่างแออัดยัดเยียด โดยห้องนี้กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร เท่ากับ 50 ตร.ม.ตามหลักแล้วจะรองรับผู้ต้องขังเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น แต่ขณะนี้อยู่กันในห้องขังจำนวนมากถึง 237 คน ตนจะสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

โดยจะแต่งตั้งให้ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.อุบลราชธานี เป็นประธานกรรมการสอบสวน เนื่องจากมีศักดิ์สูงกว่าสถานที่กักขัง จ.ศรีสะเกษ พร้อมทั้งจะสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ ทั้งโดยตรงและใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกจากพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นการปรามเหมือนกับการลงโทษกลายๆ ว่าท่านปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ผิดพลาดที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ส่วนในการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น ตนจะมอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือค่าทำศพเป็นการเบื้องต้น และจะหาทางเยียวยาช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

ทางด้านนางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวเพิ่มเติมว่า เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เนื่องจากลูกชายเป็นคนตั้งใจทำมาหากิน เรียนจบปริญญาตรีแล้วก็มาช่วยดูแลแม่ เนื่องจากแม่อยู่คนเดียว ตนกำลังไปกู้ยืมเงินมาเพื่อจะสร้างร้านซ่อมจักรยานยนต์ไว้ให้ลูกชายทำมาหากิน แต่ลูกชายต้องมาเสียชีวิตอย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ตนจะขอต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับลูกชายจนถึงที่สุดและยังไม่เผาศพลูกชาย จนกว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพ/ข่าว:mgronline

Facebook Comments