เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2561 ที่จังหวัดนครพนม ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำในลำห้วยและแม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขง ประกอบกับน้ำเหนือที่ไหลบ่ามาจาก จ.เลย จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ รวมทั้งมวลน้ำจำนวนมหาศาลจากฝั่ง สปป.ลาวไหลมาสมทบ ทำให้น้ำโขงได้เอ่อล้นตลิ่ง ไหลทะลักเข้าท่วมบริเวณจุดผ่อนปรนชั่วคราวไทย-ลาว บ.หนาด หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง ซ้ำรอยปี 2558 แล้ว
โดยมวลน้ำจำนวนมากได้เอ่อล้นตลิ่งไหลทะลัก เข้าท่วมอาคารจุดผ่อนปรนดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารติดพื้นไว้สำหรับให้เจ้าหน้าที่จากอำเภอเมือง ตม. อส.และ ตชด.ไว้ตรวจตราบุคคลต่างด้าวเข้า-ออกระหว่างประเทศ และยังมีอาคารเอนกประสงค์ 2 หลัง ซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณจำนวน 5 ล้านบาท มีระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตรเศษ เจ้าหน้าที่ต้องรีบขนย้ายโต๊ะเก้าอี้ โซฟา และคอมเพรสเซอร์แอร์ 5 ตัว ออกจากพื้นที่กันจ้าละหวั่นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันนี้แล้ว
นายพงษ์พันธ์ คำมั่น ผู้ใหญ่บ้าน บ.หนาด หมู่ 2 กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักและตกสะสมมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งมีพายุและมรสุมหลายลูก พัดกระหน่ำทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันมานานร่วม 20 วัน ทำให้แม่น้ำโขงได้เอ่อล้นตลิ่งเขื่อนเรียงหินตั้งแต่ช่วงบ้านบึงหล่ม หมู่ 6 ไปจนถึงวัดแก่งเมือง ความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ถูกน้ำเอ่อไหลทะลักท่วมมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. จนกระทั่งถึงวันนี้ท่วมสูง 1 เมตรเศษแล้ว ซึ่งน้ำโขงได้เอ่อทะลักล้นตลิ่งและท่วมสูงหนักกว่าปี 2558 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ น้ำโขงยังได้เอ่อล้นพื้นที่การเกษตร บ้านท่าค้อ ต.ขามเฒ่า อ.เมือง และเส้นทางจักรยาน บริเวณบ้านดอนนางหงส์ หมู่ 7 อ.ธาตุพนม ระยะทางยาว 2.7 กิโลเมตร ตลอดแนวระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตรเศษ และไหลทะลักเข้าท่วมสะพานข้ามห้วยบังฮวก บริเวณตรงข้ามกับวัดมรุกขนคร ระดับน้ำสูง 15-20 ซ.ม.แล้ว
ขณะเดียวกันทาง จ.นครพนม ให้แต่ละอำเภอเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่อยู่ติดลำน้ำไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขง วันนี้วัดได้ 11.52 เมตร ยังคงมีระดับเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ห่างจากระดับวิกฤติเพียง 1.48 เมตร ซึ่งส่งผลให้ลำน้ำสาขาไหลระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้ช้า
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล
