พิธีกรรมบวชควาย หรือที่รู้จักกันในชื่อบวชควายจ่า ซึ่งหมายถึงการนำเอาคนที่สืบเชื้อสายควายจ่าจากบรรพบุรุษมาทำพิธีบวช ที่ศาลพระภูมิปู่เผ้าเจ้าโฮงแดง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 ที่บ้านแมด ต.เชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ชาวบ้านกว่า 300 คน ได้มาร่วมพิธีตั้งแต่เข้า โดยนำเอาพ่อสุนตันเข้าพิธีบวชเป็นควาย ตามความเชื่อของชาวบ้านที่เป็นไปตามความต้องการของเจ้าปู่โฮงแดง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน ทีต้องการให้คนเข้าสู่พิธีการบวชเพื่อเป็นควายสื่อสารกับดวงวิญญาณของปู่เจ้าโฮงแดง
โดยก่อนบวชควาย คนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นควายจ่าประจำหมู่บ้าน ซึ่งมีการสืบทอดทางสายเลือด จะต้องมีการแต่งหน้า ทาตัว สวมหมวก โดยมีผู้ประกอบพิธีให้เรียกนางปรนนิบัติ ที่มีหน้าที่ดำเนินการ จะให้คนอื่นทำไม่ได้ โดยการแต่งกาย เครื่องประกอบการแต่งกายที่สำคัญได้แก่ หมวก สายสร้อยหมากกะโหล่ง อวัยวะเพศชาย และขน ซึ่งชาวบ้านถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
เมื่อบวชเสร็จ จะมีการแห่ควายจ่ารอบหมู่บ้าน โดยการแห่จะต้องมีการจัดขบวนตามองค์ประกอบที่จะต้องดำเนินการ และลืมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นขบวนกองเส็ง อุปกรณ์บริวารของควายจ่า นางรำ และรวมไปถึงเหล่าบริวารนางวัวที่รายล้อม เมื่อเดินแห่รอบหมู่บ้านเสร็จเป็นอันเสร็จพิธี
นอกจากการบวชควายจ่านี้จะเป็นการทำตามความเชื่อของบรรพบุรุษ ของชาวบ้านในอำเภอเชียงขวัญที่มีทำกันในจำนวน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านหมูม้น บ้านหวายหลึม บ้านแมด และบ้านเขืองแล้ว หมู่บ้านอื่น ๆ ในประเทศไทยไม่มีที่ไหนสืบทอดประเพณีและพิธีกรรมนี้ จึงถือได้ว่า พิธีกรรมนี้ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในโลก และจะดำเนินการในช่วงบุญเดือน 6 ก่อนการจุดบั้งไฟขอฝน และหากปีไหนชาวบ้านไม่ได้บวชควาย หรือสมมุติคนให้เป็นควาย หรือ เอาคนอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นควายมาบวช ปีนั้น บั้งไฟหมู่บ้านนี้จะจุดไม่ขึ้น หรือแม้จะขึ้นก็อาจจะแตกทำลายชีวิตและข้าวของ ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าที่จะละเลยต่อพิธีกรรมนี้
พิธีกรรมที่เห็นนี้ นอกจากจะแสดงออกถึงการเคารพต่อบรรพบุรุษแล้วยังแสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของคนหมู่บ้าน ที่รวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ปฏิบัติสืบทอดประเพณีที่งดงามจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เคยละเว้น
ภาพ/ข่าว:สจ.ทินกร อ่อนประทุม
