รถไฟทางคู่ บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม มูลค่า 6 หมื่นล้าน เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ-สะพานข้ามโขง 3
Historical embedded content is inactive.
นายสถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ กรรมการหอการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐานของหอการค้าไทย เปิดเผยหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และกระทรวงคมนาคม ว่า กกร.ขอให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางราง โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-ร้อยเอ็ดมุกดาหาร-นครพนม 354 กิโลเมตร 6 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนแนว ระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันตก-ตะวันออก (อีสต์-เวสต์ อีโคโนมิก คอร์ริดอร์)

อย่างไรก็ตาม กระทรวงชี้แจงว่ามีแผนจะดำเนินโครงการดังกล่าวในช่วงปี 2560-2561 และขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)
นายสถาพร กล่าวว่า กกร.ยังขอให้มีการเร่งรัดการขยายถนนในเส้นทาง อ.แม่สอด จ.ตาก-เพชรบูรณ์-กาฬสินธุ์มุกดาหาร ให้เป็น 4 ช่วงจราจรตลอดเส้นทาง เนื่องจากปัจจุบันยังมีช่วง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ที่ยังไม่มีการขยายเส้นทาง เนื่องจากโครงการยังไม่ผ่านอีไอเอ รวมทั้งเร่งรัดโครงการขยายสนามบินร้อยเอ็ด และสนามบินสกลนครให้เป็นไปตามแผน ตลอดจนเร่งรัดก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (ท่าเรือครุยส์) ที่ จ.กระบี่ ด้วย แทนที่จะพิจารณาก่อสร้างเฉพาะที่เกาะสมุยเท่านั้น

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงได้ศึกษาและออกแบบรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่นครพนม เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างประมวลผลการศึกษาเพื่อเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติได้ในเดือน ต.ค.นี้ หาก ครม.อนุมัติ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะเปิดประกวดราคาควบคู่กับการทำอีไอเอ

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางรางในโครงการรถไฟทางคู่จาก อ.แม่สอด-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร ที่สถานีบ้านไผ่นั้น ฝ่ายไทยได้ให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้ามาศึกษา ส่วนรถไฟทางคู่ช่วงท่าเรือน้ำลึกทวาย-กาญจนบุรี-กรุงเทพฯแหลมฉบัง กระทรวงมีแผนจะเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟไปยัง อ.อรัญประเทศ และเข้าไปยังกัมพูชาด้วย

นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดโครงการต่างๆ เช่น การเชื่อมโยงเส้นทางกับประเทศเพื่อนบ้านไทยกัมพูชา และมาเลเซีย การเร่งรัดก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) การปรับปรุงถนนและสร้างท่าเรือสำราญ

โครงการดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้การบริหารโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเร่งสรุปผลการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ที่ยื่นเรื่องให้พิจารณาไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 โดยได้มีการประชุมพิจารณาอีไอเอครั้งที่ 6 เมื่อเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมา ผลการรับฟังความเห็นประชาชนครบ 3 ครั้งซึ่งล้วนต้องการให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว ปัจจุบันการออกแบบโครงการแล้วเสร็จ ล่าสุดคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.อนุมัติให้ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 ที่ผ่านมาขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่จะต้องเวนคืนรวม 929 หลังคาเรือน รวมค่าเวนคืน 4,529 ล้านบาท

เส้นทางนี้จัดเป็นรถไฟสายใหม่ที่แยกจากสถานีบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 354 กิโลเมตร (บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม)กรอบวงเงินลงทุน 60,353 ล้านบาท ผ่านพื้นที่ทางราบเป็นส่วนใหญ่ สร้างง่ายเนื่องจากได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ หลังจากนี้เตรียมนำเสนอกระทรวงคมนาคมเพือ่ นำ เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้ดำเนินการ เมือ่ ผ่านการพิจารณาอีไอเอจึงจะสามารถเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการก่อสร้างโดยคาดว่า ครม.จะอนุมัติเพื่อเปิดประมูลหาตัวผู้รับจ้างได้ภายในปลายปีนี้เพื่อเริ่มก่อสร้างในปี 2560

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ยังได้ให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาด้านรูปแบบการร่วมลงทุนรองรับไว้ด้วย โดยจุดเด่นคือแนวเส้นทางสามารถเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนมและประตูการค้าชายแดนด้านสะพานข้ามแม่นํ้าโขงแห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม ประการสำคัญแนวเส้นทางยังเชื่อมโยงกับเส้นทางจากแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ที่จะเป็นแนวเส้นทางเชื่อมฝั่งตะวันตกของไทยในอนาคตได้อีกด้วย
ที่มา: โพสต์ทูเดย์ / ประชาชาติธุรกิจ / ภาพประกอบข่าว