ชาวร้อยเอ็ดเฮ!! ภูเขาขยะแสนตันกำลังจะหายไป ด้วย “โรงกำจัดขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะและปุ๋ยอินทรีย์”
เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ได้ติดป้าย ประกาศโครงการ “ก่อสร้างระบบจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) และปุ๋ยอินทรีย์”
รับเหมาก่อสร้างโดย บริษัท วรรธน์สรร จำกัด ระยะเวลาในการก่อสร้าง 520 วัน ลงวันที่ 30 มีนาคม 2560 มูลค่าการก่อสร้าง 187,600,000.- บาท
ความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการ “ระบบจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) และปุ๋ยอินทรีย์” ของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มูลค่า 187.6 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในเบื้องต้น ทราบว่าขณะนี้มีขยะสะสมเป็นภูเขากว่าแสนตัน โดยมีการนำขยะมาทิ้งที่นี่ทุกวัน วันละประมาณ 132 ตันและมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อบต.เหนือเมือง, อบต.รอบเมือง และ อบต.ดงลาน
ทั้งนี้ในการก่อสร้างเบื้องต้น ได้มีการนำขยะบางส่วนมาฝังกลบปรับพื้นที่ในการก่อสร้างด้วย คิดเป็นปริมาณขยะทั้งสิ้นกว่า 40,000 ตัน พร้อมทั้งกำลังตอกเสาเข็มเพื่อทดสอบความแข็งแรงของพื้นที่ที่จะให้สร้างโรงกำจัดขยะ จากนั้นจะเป็นการก่อสร้างเต็มรูปแบบตามระยะเวลาที่ได้ประกาศในสัญญา แหล่งข่าวกล่าว
ปัญหาขยะล้นเมืองร้อยเอ็ด เป็นปัญหาที่เกิดการสั่งสมมาอย่างยาวนาน ได้ถึงขีดสุดเมื่อมีประชาชนได้ส่งภาพขยะล้นจากที่จัดเก็บจนมาถึงริมถนน เมื่อปี 2559
จากนั้นท่านผู้ว่าฯ ได้ลงมาเร่งแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยการแก้จากต้นทางให้เทศบาลเมืองต้นแบบคัดแยก
ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ดลงพื้นที่สำรวจปัญหาบ่อทิ้งขยะ หลังชาวบ้านเดือดร้อนขยะล้นกองข้างถนนกลิ่นเหม็นคลุ้ง-กีดขวางการสัญจร แนะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางให้ เผยเป็นบ่อขยะของเทศบาลเมืองใช้มานานร่วม 30 ปี เร่งวางแผนจัดการขยะอย่างยั่งยืน
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนายชยันต์ ศิริมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อขยะเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด บริเวณพื้นที่บ้านหนองนาสร้าง หมู่ 19 ต.เหนือเมือง ริมถนนร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 5 กิโลเมตร โดยมี นายวัฒนพงษ์ ชิตทรงสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด พร้อมส่วนงานที่เกี่ยวข้อง รายงานสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับหมักหมมมานาน
นายวัฒนพงษ์ ชิตทรงสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ดูแลงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า บ่อขยะแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ เก็บขยะมานาน 30 ปี ทางเทศบาลฯ เคยพยายามแก้ปัญหาขยะล้นพื้นที่มาโดยตลอด โดยเมื่อปี 2557 เคยมีบริษัทเข้ามาสัมปทานแก้ปัญหานำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขายให้ภาคอุตสาหกรรม แต่ทำได้ไม่นานราคาน้ำมันลดลง จึงยกเลิกโครงการเพราะภาคอุตสาหกรรมหันกลับไปใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกลงแทนจนกลายเป็นปัญหา
ปัจจุบันมีขยะจากเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเองมาทิ้งวันละ 60 ตัน และจากอีก 6 องค์กรปกครองท้องถิ่นนำมาทิ้งอีก 40 ตัน รวมเป็น 100 ตัน/วัน ทำให้ขยะล้นออกมากองริมถนน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของการใช้ถนนสายร้อยเอ็ด-กาฬสินธ์ ซึ่งปัญหาการทิ้งขยะล้นถนนเกิดจากการที่ไม่ได้เกรดขยะจากทางเข้ามากองในบ่อขยะ ทำให้หน่วยงานอื่นเข้าไปทิ้งข้างในไม่ได้ ก็แอบมาทิ้งริมถนนจนกลายเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขทุกวัน
อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลฯ ก็พยายามควบคุมเฝ้าระวังแก้ไขด้วยการตั้งเวรยามไม่ให้ทิ้งบนไหล่ถนน ในขณะเดียวกันการแก้ปัญหาระยะยาว เทศบาลฯ ได้ทำสัญญาจ้างเหมาการจัดเก็บขยะถาวร โดยได้ทำสัญญาจ้างเหมากับบริษัทกำจัดขยะแล้วในวงเงิน 187 ล้าน 6 แสนบาท เข้ามาแก้ปัญหา แต่ยังติดขัดเรื่องการเคลียร์สถานที่ ตามกำหนดต้องแก้ปัญหาดังกล่าวให้สำเร็จภายในเดือนตุลาคมนี้
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดกล่าวว่า ปัญหาขยะถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่ต้องเร่งจัดการขยะ เป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญหลังเดินทางมารับตำแหน่ง จากการรับฟังรายงานข้อมูลพบว่า เป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการ
“การแก้ปัญหาเบื้องต้นต้องขนย้ายขยะที่ล้นไปกองริมถนนให้ได้เพื่อให้หน่วยงานอื่น สามารถเข้าไปทิ้งขยะด้านหลังของพื้นที่ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และชุมชนโดยรอบ รวมทั้งแก้ปัญหาล้นถนนส่งผลกระทบต่อการใช้เส้นทางที่จะเกิดอันตรายได้ให้เด็ดขาด พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านหน้าให้สวยงาม เรื่องนี้ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน”
สำหรับปัญหาการที่มีขยะจำนวนมากวันละเป็น 100 ตันนั้น ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ดกล่าวว่า น่าจะมีการใช้การแก้ปัญหาขยะจากต้นทางด้วย โดยให้นโยบายว่า เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่รองรับขยะที่ตนเองมีวันละ 60 ตัน น่าจะเป็นต้นแบบ จัดระบบการคัดแยกขยะให้เป็นรูปธรรม เช่นตลาดผักก็สามารถแยกขยะออกไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทนที่จะขนมาทิ้งน่าจะลดปริมาณลงได้กว่าครึ่ง
และเมื่อทำได้เป็นต้นแบบแล้ว ก็ให้อีก 6 ท้องถิ่นที่ร่วมทิ้งขยะ นำวิธีการแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาแต่ต้นทางเข้ามาใช้เช่นกัน พร้อมกันนั้น ทุกภาคส่วนต้องช่วยรณรงค์ปลูกฝังให้ประชาชน ชุมชน ร่วมโครงการคัดแยกขยะ ซึ่งเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดรับเป็นเจ้าภาพหลักดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป
ที่มา: Manager Online
ทั้งนี้ โครงการกำจัดขยะ เป็นโครงการอันดับต้นๆ ที่ชาวร้อยเอ็ดต้องการเห็นมากที่สุด โดยโครงการนี้ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อช่วงปี 2558 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
วันนี้(13 พฤษภาคม 2558) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสุนทรเทพ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายสุริยะ วิริยะสวัสดิ์ ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด นายสุรพงษ์ สายโอภาศ นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ดร.วัฒนพงษ์ ชิตทรงสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ส่วนเกี่ยวข้องให้การต้อนรับนายวิจารย์ สิมาฉายา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ซึ่งประกอบด้วย พันเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว คณะทำงาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการจัดทำแผนงบประมาณด้านการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายประจำปี 2559 การลงพื้นที่จัดประชุมในวันนี้เพื่อติดตามความพร้อมในการดำเนินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ2559(โครงการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง และปุ๋ยอินทรีย์)จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมลงพื้นที่ติดตามความพร้อมในการดำเนินการโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สถานที่กำจัดขยะเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
นายวิจารย์ สิมาฉายา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีโรดแมปการจัดการขยะฉบับคสช. 300 ตันต่อวันต่อแห่ง ซึ่งต้องสร้างไม่ต่ำกว่า 25 แห่ง ขยะแห่งชาติกับกฎหมายการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์”จังหวัดร้อยเอ็ดก็เป็นอีก1แห่งที่รัฐบาลเลือกมาเพื่อเป็นโครงการนำร่องที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างเสร็จสัพ คาดว่าจะได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการลดขยะที่ต้นทางและแสดงความคิดเห็นในการร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะโดยงบประมาณที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนกว่า200ล้านทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดและเทศบาลข้างเคียงในจังหวัดร้อยเอ็ดอีกด้วย
นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวแทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ช่วงท้ายว่า ต้องขอบขอบคุณรัฐบาล คสช. ทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาขยะของเมืองร้อยเอ็ดและอีก 21 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้เป็นจังหวัดนำร่องในการจัดการขยะฯแบบบูรนาการภายใต้โรดแมปการจัดการขยะฉบับคสช คืนความสุขให้กับประชาชน ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดแล้วล่ะว่าต้องการให้ปัญหาขยะที่อยู่คู่จังหวัดร้อยเอ็ดมายาวนานได้รับการแก้ไขหรือไม่ ฉะนั้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 เวลา 09.00น. ณ โรงแรมสาเกตุนคร จะมีการทำประชาพิจารณ์ ว่าประชาชนมีความต้องการให้เกิดโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด หรือไม่ อย่างไร ทุกท่านไม่ติดภารกิจอะไรเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นในโครงการดังกล่าวได้ นายกบรรจง กล่าว
ความเป็นมาโครงการ “ระบบกำจัดขยะ” ของเมืองร้อยเอ็ด เริ่มต้นเมื่อปี 2555 มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงบ่ายที่ผ่านมา (11 พ.ค.55) เวลา 14.00 น. นายวันชาติ วงศ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เรียกประชุมด่วนรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ , ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ท้องถิ่นจังหวัด , หัวหน้าสำนักงานจังหวัด, ประชาสัมพันธ์จังหวัด, อุตสาหกรรมจังหวัด, นายกเทศมนตีเมืองร้อยเอ็ด และนายก อบต.เหนือเมือ, อบต.รอบเมือง, อบต.ดงลานและ จนท.ผู้เกี่ยวข้อง 20 คน ณ ห้องประชุมบ่อพันขัน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อประชุมเร่งรัดหาแนวทางแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และอีก 3 อบต. บนเนื้อที่ 20 ไร่ ในพื้นที่ อบต.เหนือเมือง (ทางออกจังหวัดกาฬสินธุ์) ห่างจากตัวจังหวัด 2 กม. ที่ส่งผลกระทบปริมาณขยะเพิ่มขึ้นรวมทั้งส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ของ อบต.เหนือเมือง ได้รับผลกระทบเดือดร้อนหนักในปัจจุบัน ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและจริงจัง
มติที่ประชุมเห็นชอบกำหนดเป้าหมายร่วมกัน เดินหน้าเร่งรัดแก้ไขการทิ้งขยะบริเวณดังกล่าวเป็น 2 ระยะ โดยแยกเป็นระยะแรกเร่งด่วน เริ่มเดือนพฤษภาคม นี้ เป็นต้นไป มอบให้เทศบาลเมืองฯ สร้างรั้วกำแพงล้อมรอบ ป้องกันขยะที่ล้นออกภายนอกบริเวณ นอกจากนั้นมอบให้ อบต.เหนือเมืองร่วมกับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดตั้งชุดเก็บขยะรอบบริเวณทุกวัน, รวมทั้งตั้งชุด รปภ. ควบคุมการลักลอบทิ้งขยะมักง่ายรอบบริเวณของภาคเอกชนอย่างเข้มงวดสำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว เตรียมเดินหน้านำร่องการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ โดยจำลองเช่นเดียวกับ จ.ภูเก็ต ที่แก้ไขได้สำเร็จ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้ผลประโยชน์ในชุมชนต่อไป
สถานที่ทิ้งขยะของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ปัจจุบันมี อบต.เหนือเมือง, อบต.ดงลาน และ อบต.รอบเมือง มาใช้บริการทิ้งขยะ โดยมีปริมาณขยะ 132 ตัน/วัน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ประชาชน 4 หมู่บ้านกว่า 800 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบหนัก นับเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยางนานยังไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างจริงจังต่อไป
ระะบจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF)
เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel, RDF) คือ การนำขยะมูลฝอยที่ผ่านการคัดแยกแล้ว มาผ่านกระบวนการแปรรูปและจัดการต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมี ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงขยะ
ระบบเชื้อเพลิงขยะ มีทั้งข้อดี และข้อกำจัด ดังนี้
ข้อดี
– มีค่าความร้อนสูงเทียบเท่ากับชีวมวล และมีความชื้นต่ำ
– เป็นระบบเชื้อเพลิงที่ง่ายต่อการจัดเก็บ การบริหารจัดการ การขนส่ง และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย
– เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้ทั้งพลังงานความร้อน และพลังงานไฟฟ้า
ข้อเสีย
– จำเป็นต้องคัดแยกขยะมูลฝอยก่อนนำเข้าสู่ระบบ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในการคัดแยกขยะสูง
– ในการขนส่งเชื้อเพลิงเพื่อนำไปพลังงานในรูปแบบต่างๆ จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายระบบโลจิสติกส์เกิดขึ้น
– เป็นระบบเชื้อเพลิง ที่ต้องระบบอื่นที่นำมารองรับเพื่อรองรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงขยะเป็นพลังงานอีกต่อหนึ่ง