เชิญเที่ยวงาน “เที่ยวชมกู่ ดูบุญบั้งไฟกู่กาสิงห์ 2-6 พ.ค.61” ที่ อ.เกษตรวิสัย “ร้อยเอ็ด” (คลิป)

เทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ร่วมกับ หน่วยราชการ ผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพ และพ่อค้า ประชาชนภายในเขตเทศบาล ได้ร่วมกันจัดงานขึ้นในวันเสาร์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟประจำปี 2561 ได้กำหนดขึ้นในระหว่างวันที่ 2-6 พฤษภาคม 2561 ชมการประกวดบั้งไฟสวยงาม ขบวนฟ้อนรำ การละเล่นวิถีชีวิตชาวบ้าน การเดินโชว์ผ้าไหมของผาแดงนางไอ่ การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. เพื่อสืบสานอนุรักษ์ และฟื้นฟูประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสานให้คงอยู่สืบไป
2. เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ได้ทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ และสร้างเสริมความรัก ความสามัคคี ของคนในชุมชน
3. เพื่อเป็นการสร้างเสริม ความรัก ความภาคภูมิใจและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในเขตตำบลกู่กาสิงห์

Historical embedded content is inactive.

โดยจัดให้มีมรสพสมโภชน์งานดังนี้
วันที่ 2 พ.ค.2561 ชมคอนเสิร์ต วง น.นาฏศิลป์
วันที่ 3 พ.ค.2561 ชมคอนเสิร์ต วงมหาหิงค์
วันที่ 4 พ.ค.2561 ชมคอนเสิร์ต วงคาราบาว
วันที่ 5 พ.ค.2561 ชมหมอลำคณะ เสียงอีสาน
วันที่ 6 พ.ค.2561 ชมคอนเสิร์ต วงย่องบ่าง

ประวัติความเป็นมา

บริเวณที่ตั้งบ้านกู่กาสิงห์ในปัจจุบัน เดิมเป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ต่อเนื่องมาถึงสมัยประวัติศาสตร์ในสมัยวัฒนธรรมเขมร ดังปรากฎภาชนะดินเผาในพิธีกรรมการฝังศพครั้งที่ ๒ และโบราณสถานขอม กู่กาสิงห์ กู่โพนวิจและกู่โพนระฆัง (กู่ มีความหมายเดียวกับ ปราสาท) ตั้งอยู่ในชุมชนเดิมบริเวณทำเลที่ตั้งชุมชนเป็นป่ารกทึบไม่มีคนอยู่อาศัย บริเวณปรางค์กู่เป็นป่าไผ่ปกคลุมไปด้วยป่าไผ่ บ้างก็ว่าในบางฤดูกาลจะมีนายพรานมาสร้างที่พักดักยิงสัตว์ หรือเป็นที่หลบซ่อนของโจรผู้ร้ายที่มาจากเขตแดนจังหวัดสุรินทร์

คุณพ่อสอน นามเขต กล่าวว่า เดิมชาวบ้านกู่กาสิงห์เป็นชาวเมืองสุวรรณภูมิ อาศัยอยู่ที่บ้านเหม่า ต่อมาได้พากันอพยพไปตั้งเมืองจตุรพักตรพิมานกับขุพรมพิทักษ์ ภายหลังเป็นพระธาดาอำนวยเดช (ต้นสกุลสุวรรณธาดา) อยี่เมืองจตุรพักตรพิมานได้ ๗-๘ ปี เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๖ พ่อใหญ่ตาแสงลือ (ต้นสกุลศรีกู่กา) พ่อใหไญ่พระจันทร์ (ต้นสกุลศรีเที่ยว) พ่อใหญ่เพียราช (ต้นสกุลอุปวงษา) และพ่อใหญ่สักขา (ต้นสกุลบัวเบิก ภายหลังท่านนี้เดินทางกลับไปอยู่ที่เมืองจัตุรพักตรพิมานเช่นเดิม) ได้พากันอพยพย้อนกลับมาตั้งภูมิลำเนาที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ณ บริเวณคุ้มน้อย(หมู่ที่ ๓) ในปัจจุบัน โดยอ้างว่าได้รับการกดขี่ข่มเหงจากเจ้านายที่ปกครองไม่เป็นธรรม และได้ยึดถือเอาซื่อโบราณสถานขอมซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน เป็นชื่อที่เป็นมงคลนาม ว่า บ้านกู่กาสิงห์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากนั้นชาวเมืองสุวรรณภูมิ เมื่อทราบว่าคนที่รู้จักมักคุ้นกันมาแต่เดิมได้อพยพตามเข้ามาอยู่อาศัยที่คุ้มน้อยด้วย เนื่องจากว่าเป็นถิ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีครัวเรือนหนาแน่นขึ้นกลุ่มคนที่มาจากเมืองจตุรพักตรพิมานจึงย้ายไปอยู่คุ้มหนองกกหรือคุ้มใหญ่ (หมู่ที่ ๒) ส่วนกลุ่มมาจากบ้านจานทุ่ง บ้านดงมัน ตำบลสิงห์โคก อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่คุ้มตะวันตก ซึ่งเดิมทีเป็นที่โล่งไม่มีต้นไม้ เป็นที่เลี้ยงวัวควายของชาวบ้าน โดยภาพรวมเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ส่วนที่มาจากชาวบ้านจานเป็นชาวไทยโคราช เรียกว่าไทยเบิ้งด้วยชาวไทยเบิ่งมีภาษาสำเนียงพูดเป็นเอกลักษณ์ คนทั่วไปจึงเรียกคุ้มตะวันตกว่าคุ้มบ้านจานเดิมบ้านกู่กาสิงห์ขึ้นกับเขตปกครองของตำบลหนองแวง ตำบลเมืองบัวตามลำดับ จนกระทั่งปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ แยกตั้งเป็นตำบลกู่กาสิงห์ มีนายบ่มศักดิ์ กลบรัตน์ เป็นกำนันคนแรก ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ ยกฐานะการปกครองเป็นเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ มีพื้นที่ปกครอง ๘.๓ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม ๕ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกู่กาสิงห์ หมู่ที่ ๑ บ้านกู่น้อย หมู่ที่ ๓ บ้านหนองเมืองแสน หมู่ที่ ๒ บ้านหนองสิม หมู่ที่ ๙ ตั้งเป็นกลุ่มบ้านอยู่ด้วยกัน ส่วนบ้านหนองอีดำ หมู่ที่ ๔ ตั้งอยู่ต่างหากห่างไปประมาณ ๕๐๐ เมตร ปัจจุบันมีทั้งสิ้น ๑,๓๔๘ ครัวเรือนประชากร ๕,๕๓๗ คน

ในด้านการท่องเที่ยวปลายปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ กรมศิลปากรเข้าไปขุดบูรณะกู่กาสิงห์ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ ทางราชการจัดงานเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรในทุ่งกุลาร้องไห้ ชื่องาน “กินข้าวทุ่งฯ นุ่งผ้าไหม” ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ คณะนักวิจัยได้รับงบประมาณจัดทำการวิจัยท้องถิ่น เรื่องการศึกษารูปแบบกิจกรรมและการจัดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เหมาะสมศักยภาพชุมชน เมื่องานวิจัยเสร็จสิ้นได้ตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นเจ้าภาพจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ จังหวัดร้อยเอ็ดได้เข้าไปเปิดแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง

เรียบเรียงข่าวโดย Admin Saxman

Comments

comments