วันที่ 25 พ.ย. 60 ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนว่า ทุกวันนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากสะพานคอนกรีตข้ามลำน้ำมูล ซึ่งเป็นสะพาน”สามสัมพันธ์” ของกรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย สร้างไว้เมื่อปี 2543 ที่ใช้เชื่อมเส้นทางระหว่าง ต.ทับใหญ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ กับ บ้านหมากยาง ต.สามขา อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด เกิดการทรุดตัวและแตกร้าวเป็นทางยาว จนมีการปิดไม่ให้รถบรรทุกผ่าน โดยการนำเอาท่อคอนกรีตมาปิดทางขึ้นสะพานไว้ โดยเหลือเพียงช่องให้รถขนาดเล็กเช่นรถกระบะและรถเก๋งผ่านไปได้เท่านั้น ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานหลายเดือนแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลแก้ไขให้ ทำให้บรรดารถบรรทุกสินค้าและชาวบ้านที่ต้องใช้สะพานแห่งนี้เป็นทางผ่าน ต่างได้รับความเดือดร้อน และยังต้องทนหวาดเสียวกลัวสะพานจะทรุดตัวพังลงอีกด้วย ซึ่งบรรดารถบรรทุกต้องวิ่งอ้อมไปใช้อีกเส้นทาง ซึ่งไกลและเสียค่าใช้จ่ายที่มากกว่า เนื่องจากไม่สามารถผ่านสะพานนี้ได้
ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังสะพานดังกล่าว ที่บ้านหมากยาง หมู่ที่ 6 ต.สามขา อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งก็ได้พบว่าที่บริเวณกลางสะพาน มีรอยแตกร้าวเป็นทางยาว กว้างประมาณ 2-3 นิ้ว ยาวไปตามรอยต่อทั้งสองฝั่งจำนวน 1 แห่ง และยังพบว่ามีการทรุดตัวของพื้นสะพานจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาบนสะพานแห่งนี้ จะรู้สึกเหมือนกับตกลงไปในแอ่งขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ที่ต้องผ่านขึ้นมาบนสะพานแห่งนี้ ต่างพากันหวาดเสียวไปตามๆกัน เพราะกลัวว่าสะพานจะทรุดและพังลงไป จนเกิดอันตรายกับผู้ที่จำเป็นต้องขับรถผ่านสะพานแห่งนี้ได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
โดย นายอนันต์ ศรีโพธิ์งาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านหมากยาง ต.สามขา อ.โพนทราย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สะพานแห่งนี้ได้เกิดการทรุดตัวมานานหลายเดือนแล้ว ซึ่งตนและเทศบาลตำบลสามขา ก็ได้เคยทำหนังสือแจ้งไปทางจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด รวมทั้งถนนที่ชำรุดด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงเหมือนเดิม จึงอยากจะขอวิงวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้เข้ามาดำเนินการซ่อมแซมให้โดยด่วน เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและได้ร้องเรียนมานานแล้ว เพราะเกรงว่าสะพานจะทรุดพังลง จนเกิดอันตรายกับผู้ที่ผ่านไปมาได้ และเนื่องจากสะพานแห่งนี้เป็นสะพานหลักที่เชื่อมระหว่าง 2 อำเภอและ 2 จังหวัด คือ อ.โพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด และ อ.รัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ที่คนทั้ง 2 จังหวัดจะไปมาหากันได้สะดวก และในปัจจุบันก็มีผู้ที่มาใช้เส้นทางนี้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ขอขอบคุณ : ข่าว/ภาพ สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด
