พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างสัญญาเงินกู้โครงการก่อสร้างทางสายหลัก 4 ช่องทางจราจร ระยะที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงอำเภอหนองหาน-อำเภอพังโคน ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงสกลนคร-นครพนม และทางหลวงหมายเลข 23 ช่วงร้อยเอ็ด-ยโสธร ระยะทาง 124.9 กิโลเมตร ระหว่างกระทรวงการคลังที่ดำเนินการกู้เงินในนามรัฐบาลจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) วงเงิน 99.40 ล้านดอลลาร์ (3,400 ล้านบาท) โดย การก่อสร้าง 3 เส้นทางนี้ อยู่ภายใต้การลงทุนรวมทั้งสิ้น 6,808 ล้านบาท โดยให้ใช้เงินงบประมาณต่อเงินกู้ 50 ต่อ 50 ซึ่งในส่วนเงินกู้นั้นจะใช้เงินกู้จากเอดีบี
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานว่า ในการกู้ครั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงเนื่องจาก สถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยน จะมีการเบิกจ่ายเงินจากเอดีบีเพียงครั้งเดียว จะช่วยลด และการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์กับผู้กู้มากกว่าการดำเนินการทยอยกู้แบบที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้บรรจุแผนการกู้เงินสำหรับโครงการดังกล่าวไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะเรียบร้อยแล้วในปีงบประมาณ 2561 วงเงิน 3,404 ล้านบาท
สำหรับเงื่อนไขการกู้ครั้งนี้ จะมีอายุการกู้เงินอยู่ที่ 13 ปี ระยะปลอดดอกเบี้ย 3 ปี สำหรับอัตราดอกเบี้ยต่อปีอยู่ที่ ดอกเบี้ย 6 เดือน ณ ตลาดไลบอร์ (LIBOR) บวกส่วนต่างและส่วนลดประเทศสมาชิก (Spread-Rebate) ตามประกาศของเอดีบี ณ 11 ก.ค. 2560 ที่คิดส่วนต่าง (Spread) อยู่ที่ 0.5% ต่อปี ลดส่วนลดสำหรับประเทศสมาชิก (Rebate) 0.05% ต่อปี ด้านค่าธรรมเนียมผูกพันการกู้ คิด 0.15% ต่อปี โดยคำนวณจากยอดเงินกู้ที่ยังไม่เบิกจ่าย และเริ่มคำนวณภายหลังจากวันที่ลงนามในสัญญาเงินกู้แล้ว 60 วัน
ข้อมูล:ข่าวสด
