“อินทผาลัม” พืชแห่งอนาคต ตลาดต้องการ ลงทุนปลูก 2-3 ปี ให้ผลผลิต 3 ชั่วอายุคน ขายได้ราคาสูง!
คณะกรรมการ ศพก.ร้อยเอ็ด 20 อำเภอในจังหวัดร้อยเอ็ดเยี่ยมแปลงอินทผาลัมทุ่งกุลา
นายยงยุทธ ศรีนวล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต ได้รับมอบหมายจากนายเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินการประชุมคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จังหวัดร้อยเอ็ด 20 อำเภอ ที่ ศพก.นายแสวง มะโนลัย ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย ใจกลางทุ่งกุลาร้องไห้ นายสีทวน คำงาม เกษตรอำเภอเกษตรวิสัย นำนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรอำนวยความสะดวก ดร.รณวฤทธิ์ ปริฉัตรตระกูล ประธาน ศพก.จังหวัดร้อยเอ็ด นำการประชุมพร้อมสรุปปัญหาอุปสรรค แนวทางการพัฒนา ศพก.หลัก 20 แห่ง และ ศพก.เครือข่าย พร้อมให้เป็นศูนย์เรียนรู้ฯที่มีชีวิต เกษตรกรทั่วไปสามารถ เข้าไปเรียนรู้ได้ เรื่อง ดิน น้ำ ข้าว พืช สัตว์ ประมง แปรรูปผลผลิต บัญชีฟาร์ม เกษตรอินทรีย์ สู่การตลาดด้วยผลผลิตคุณภาพ มีประธาน ศพก.แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน พร้อมมีการแลกเปลี่ยน ของฝาก ต้นไม้ กล้าไม้ และรับของฝากกลับไป รับประทานอาหารจาก ศพก.นายแสวง มะโนลัย ดื่มมะพร้าวน้ำหอม ชื่นฉ่ำหัวใจเกษตรกร และผู้เดินทางมาใจกลางทุ่งกุลาร้องไห้
นายยุงยุทธ ศรีนวล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต นำคณะกรรมการ ศพก.20อำเภอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จาก 20 อำเภอ เดินทางไปเยี่ยมแปลงอินทผาลัมทุ่งกุลาฯ บ้านหนองอ่าง ตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย เดินทางเข้าในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร เป็นพื้นที่กว่า 200 ไร่ การต้อรับจาก คุณเสกสันต์ สีรินทร์ เจ้าของทุ่งกว้างบนบ้านหลังใหญ่ ใจกลางทุ่งกุลาร้องไปได้ ที่ชื่อว่า “ทุ่งทองอินทผาลัม” พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา
คุณเสกสันต์ สีรินทร์ โทร.088-8037777 เล่าให้ฟังว่า ที่มาจับ “อินทผาลัม” เพราะเป็นพืชแห่งอนาคต ลงทุนปลูก 2-3 ปี ให้ผลผลิต 70 – 100 ปี 3 ชั่วอายุคน ที่สำคัญ ผลผลิตสด ราคา 500-700 บาท/กิโลกรัม ผลผลิต สุก ราคาสูงขึ้น 1,000 บาท/กิโลกรัม ผลผลิตอบแห้งราคาสูงขึ้น กว่า 5,000 บาท/กิโลกรัม ตลาดมีความต้องการสูงมาก ไม่มีขายในท้องตลาดทั่วไป หารับประทานยากมากๆ ในอนาคตพื้นที่ตรงนี้ เป็นแหล่งผลิต น้ำดื่มอินทผาลัม ที่ใหญ่ที่สุดในท้องทุ่งกุลาร้องไห้ ที่นี่ “อินทผาลัม มากกว่า 15 สายพันธุ์” พันธุ์บาฮี คือสายพันธุ์หลัก ของทุ่งทองอินทผาลัม เป็นต้นเพราะเลี้ยงเนื้อเยือ ราคาต้นละ 700-1,000 บาท ราคาต้นพันธุ์อินทาลัม ตั้งแต่ 700 บาท จนถึงราคา 8,000 บาท การวางแผนปลูก แบบแผนที่ทหารเรือ คือ ทุกมุมมอง ทุกแถว จากเรียงแถวเข้าหาตัวบ้าน เป็นเรื่องแปลกที่นายทหารเรือ “นำแผนที่ทหารเรือมาวางแผนปลูกพืช “อินทผารัม” สวยงามมาก วันนี้ คณะนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ไปท่องเที่ยว ศึกษาดูงาน “ดูแล้วทึ่ง” ในความสามารถของเจ้าของผู้จัดการแปลง อินทผาลัม แห่งท้องทุ่งกุลาร้องไห้ ผมสร้างแปลงอินทผาลัมที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จาก หลุมหินลูกรังเก่า แปลงยูคาลิปตั๊สเก่า ขุดรากถอนโคนต้นยูคาลิบต้น มีนักธรณีวิทยาเดินทางมาสำรวจน้ำใต้ดิน น้ำดี ดินน้ำไม่เค็ม วางแผนการใช้น้ำ ระบบน้ำ เงินลงทุนสูงนะครับ ปีแรก ใช้จ่ายเงินเดือนละ 1,200,000 บาท ระยะปลูก 7?7 เมตร พื้นที่ 200 ไร่ 25-30 ต้น/ไร่ ต้นพันธุ์ 1,000 บาท/ต้น ค่าขุด ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ระบบน้ำ อย่างน้อย 2,000 บาท /หลุม ค่าแรงงานต้องดูแลก่อนให้ผลผลิต ทุนนอนมากมาย ทั้ง ค่าที่ดิน แต่ความคาดหวัง คือท้องทุ่งแห่งนี้ คือ อินทผาลัม ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่ง บ้านหนองอ่าง ตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด
คุณเสกสันต์ สีรินทร์ บอกว่า หลุมปลูกขนาด 1x1x1 เมตร ผสมดินปลูก ปุ๋ยหมัก ปุยคอก ฟางข้าว อินทรียวัตถุ หมักไว้ 1 ปี ให้ปลอดจากเชื้อรา ดูแลรักษาอย่างดีมาก คนงาน เดินดู ครบทุกต้น ทุกแถว/วัน ไม่ใช้ปล่อยระบบน้ำหยด อย่างเดียว ต้องดูทุกต้น ทุกวัน มีปัญหารีบแก้ไขทันที่ วันนี้ ต้องดูแล “อินทผาลัมอย่างดี” เพื่ออนาคต 70-100 ปี ครับ ตะวันออกกลางมีความต้องการสูงมาก น้ำตาลอินทผาลัม ลดเบาหวาน
นายถนอม เหล็กศรี เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ปี 2554 บ้านหนองทัพไทย ตำบลหนองทัพไทย อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ประธาน ศพก.ที่เดินทางมาศึกษาดูงาน บอกว่า เห็นแล้วทึ่ง คุ้มค่าจริงๆการทาครั้งนี้ ตนเองดูที่ระบบการปลูก ระบบน้ำ การจัดการ การวางแผน ระยะสั้น ระยะยาว ปี 2560 ต้นอินทผาลัม ยังเล็ก ปี 2561-2563 ผมจะกลับมาท่องเที่ยวอีกครับ อินทผาลัม ให้ผลผลิต 70-100 ปี ที่สำคัญ 1 ต้น มีรายได้มากกว่า นาข้าว 5 ไร่ /ปี ปาล์มน้ำมัน 1 ต้นให้ผลผลิต 500 ก.ก./ปี ราคา ก.ก.ละ 6 บาท ต้นละ 3,000 บาท/ปี เท่ากับ นาข้าว 1 ไร่ /ปี อินทผาลัม 500 ก.ก./ต้น ราคา ก.ก.ละ 500-700 บาท เป็นเงิน 25,000 บาท /ต้น นาข้าว 5-6 ไร่/ปีเลยทีเดียวครับ ผมขอเป็นเครือข่าย อินทผาลัมครับ นายถนอมเหล็กศรี กล่าว
ที่มา: Seksan Seerin