ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง เบส อรพิมพ์ นักพูดชื่อดัง ดูหมิ่นคนอีสาน

0
ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง เบส อรพิมพ์ นักพูดชื่อดัง ดูหมิ่นคนอีสาน

ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง เบส นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล นักพูดชื่อดัง คดีกล่าวหา บรรยายดูหมิ่นคนอีสาน ชี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย เจ้าตัวรู้สึกสบายใจขึ้น ขออโหสิกรรมไม่ติดใจอะไรแล้ว

วันที่ 31 ส.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในกรณีที่ นายนพดล สีดาทัน โจทก์ ยื่นฟ้องนางสาวอรพิมพ์ รักษาผล จำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท คดีนี้ ‘โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้พูดดูหมิ่นประมาท ใส่ความโจทก์และคนอีสานให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า โจทก์และคนอีสานทุกคนเป็นคนไม่ดี เป็นคนเนรคุณ ทำให้โจทก์และคนอีสานเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและเกลียดชังจากกรณีหมิ่นประมาท

ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดขอนแก่น) วินิจฉัยว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาไม่ได้เจาะจงหมายถึงโจทก์ จึงยังไม่เป็นความผิด จึงพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยยังมิได้มีการสืบพยานหรือการไต่สวน โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า การจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท จะต้องเป็นการใส่ความโดยระบุผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันแน่นอน หรือหากไม่ระบุถึงตัวบุคคล ก็ต้อง หมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ การที่โจทก์อ้างว่า จำเลยกล่าวถึงคนอีสานทั่วๆ ไป มิได้เจาะจงว่าเป็นผู้ใด ดังนั้น คนอีสานคนใดคนหนึ่งจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย แม้โจทก์จะเป็นคนอีสาน ก็ไม่เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องโจทก์

การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นการวินิจฉัยในชั้นรับคำฟ้อง โดยได้พิจารณาจากคำฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า ฟ้องของโจทก์มิได้ครบองค์ประกอบของความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยได้พูดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ศาลมิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม หากข้อความที่ นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล ได้บรรยายไปมีข้อความที่หมิ่นประมาทคนอีสานทั้งหมดจริง คนที่รับฟังการบรรยายในครั้งนี้ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตภาคอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ก็เป็นคนอีสาน ซึ่งมีความรู้​ ความเข้าใจ​ สามารถวิเคราะห์​ได้ว่า การบรรยายทั้งหมดเป็นการหมิ่นประมาท​คนอีสานหรือไม่​ ก็คงจะไม่นิ่งนอนใจและมีสิทธิ์แจ้งความร้องทุกข์ แต่การบรรยายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ปี 2559 โดยไม่มีผู้ที่รับฟังการบรรยายคนใดโต้แย้งหรือร้องทุกข์ใดๆ

กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นได้ว่า เป็นการจงใจตัดคลิปวิดีโอการบรรยายของ นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล ซึ่งตัดเฉพาะข้อความสั้นๆ แล้วนำมาเผยแพร่กับสาธารณชนทางสื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้ดูคลิปที่ทำการตัดมานั้นเกิดความเข้าใจผิดในตัวนางสาวอรพิมพ์ รักษาผล คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล มิได้ดูหมิ่นคนอีสาน ตามที่เป็นข่าวเมื่อปีที่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปเพราะบุคคลไม่หวังดีจงใจกลั่นแกล้งและทำให้เสียชื่อเสียง

ด้านเบส-อรพิมพ์ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อทราบคำตัดสินของศาล ทุกวันนี้ขออโหสิกรรม ไม่ติดใจอะไรแล้ว ช่วงที่ผ่านมายังคงรับไปบรรยายเรื่องคุณธรรมให้กับเยาวชนตามจังหวัดต่างๆ ทุกภาค ได้รับกำลังใจทุกแห่งที่ไปพูด โดยเฉพาะชาวอีสานให้กำลังใจมากจนซาบซึ้งใจ “เบสเข้าใจการทำงานของตัวเอง และน้อมรับคำแนะนำ คำติชมต่างๆ ขอบคุณผู้ใหญ่และทุกๆ คนที่ให้กำลังใจ ก็จะทำหน้าที่เพื่อช่วยแนะนำให้เยาวชนมีคุณธรรมและเป็นคนดีในสังคมต่อไป”
ที่มา: ไทยรัฐ

ข่าวเดิม
โลกออนไลน์แห่วิจารณ์ น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบส นักพูดชื่อดัง หลังมีคลิปท่อนหนึ่งกล่าวพาดพิงชาวอีสานว่าลืมในหลวง

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจาก เฟซบุ๊กเพจ The Clip by ห้องพักรายวันซอยอุดมสุข 51 ที่ได้โพสต์คลิป น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบส นักพูดชื่อดัง โดยท่อนหนึ่งระหว่างการพูดสร้างแรงบันดาลใจ ปรากฏว่าเหมือนจะมีคำพูดซึ่งพาดพิงชาวอีสานว่าลืมในหลวง จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์เป็นอย่างมาก

โดยคลิปดังกล่าวถูกบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2559 ก่อนจะถูกกล่าวถึงอย่างหนักอีกครั้งในช่วงนี้ หลังมีท่อนหนึ่งที่ น.ส.อรพิมพ์ กล่าวว่า “พี่จะไม่ถามว่ารักในหลวงไหม รู้อย่างเดียวว่าคนอีสาน (เว้นช่วงพูด) ในหลวงเสด็จฯ บ่อยมาก และช่วยคุณเยอะมาก คนอีสานคะ โปรดฟัง ในหลวงรักพวกคุณ แปลกนะที่บางที พวกคุณลืมในหลวงเนอะ แปลกอะ พี่ไม่ได้ว่านะ พี่เข้าใจ เพราะคุณมันเกิดช้าไง ?

ทั้งนี้หลังจากที่โลกออกไลน์ได้รับชม ก็เกิดกระแสพิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นนี้ น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงแต่อย่างใด

สำหรับ น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล ถือเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง และได้รับความชื่นชมเกี่ยวกับการพูดในเรื่องของในหลวง ร.9 ก่อนที่ล่าสุด เธอจะกลายเป็นข่าวดัง เมื่อได้ออกมาเปิดเผยว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศไทยไม่ออกวีซ่าให้ไปพูดเรื่องเกี่ยวกับในหลวง แต่หลังจากนั้นก็เผยว่าสาเหตุที่วีซ่าไม่ผ่านอาจเป็นเพราะไม่ได้มีงานประจำและยังมีปัญหาเรื่องเครดิตบูโร

Historical embedded content is inactive.

Comments

comments