นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินออกสินเชื่อเคหะกตัญญูดูแลบุพการี สินเชื่อเพื่อนำไปซื้อบ้านพร้อมที่ดินหรือคอนโดมีเนียม หรือซื้อที่ดินและปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดินที่มีอาคารของผู้กู้หรือคู่สมรสปลูกสร้างอยู่แล้ว ปลูกสร้างหรือต่อเติม ซ่อมแซมอาคารในที่ดินซึ่งเป็นของผู้กู้หรือคู่สมรส รวมถึงรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น
ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องเป็นบุตรที่อุปการะเลี้ยงดูบิดาและ/หรือมารดาของตนเองหรือคู่สมรส ปู่ ย่า ตา ยาย ของตนเอง โดยต้องอาศัยอยู่ร่วมกับบิดา และ/หรือมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา และ/หรือมารดา จากกรมสรรพากรไม่น้อยกว่า 1 ปีภาษี ซึ่งผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 1 ปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4 ปี เท่ากับ 4% กรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.125% กรณีไม่ทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ
นอกจากนี้ ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 4-6% หรือ 1-1.5 เท่าของจีดีพี คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อเติบโตที่ 8 หมื่นล้านบาท – 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนี้ตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มเอสเอ็มอีไว้ที่จำนวน 4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 40% ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างกลุ่มเอสเอ็มอีปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อสตาร์ทอัพในปีนี้ไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดีในปีนี้ ธนาคารจะเน้นสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น แบ่งเป็น กลุ่มเอสเอ็มอีที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม หรือเรียกว่าเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพ และอีกกลุ่มคือกลุ่มไมโคร หรือสมอลล์ ที่ไม่มีนวัตกรรม ส่วนเอสเอ็มอีที่มีวงเงินกู้เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป มีแผนจะขยายศูนย์ธุรกิจลูกค้าเอสเอ็มอี ที่ปัจจุบันที่มีอยู่แค่ 18 แห่ง เป็น 80 แห่งทั่วประเทศ
ที่มา:ข่าวสด
