เวลา 03.30 น.วันที่ 8 มี.ค. 61 ร.ต.อ.ทวนทอง ศิริจักรพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งวิ่งตามถนนรอบเมืองร้อยเอ็ดด้านนอก แล้วแหกโค้ง พุ่งลงชนคนหาปลาจำนวน 2 คน ที่ตลิ่งกันพังด้านนอกของลำคลองคูเมืองร้อยเอ็ด ที่ข้างป่าช้าวัดบูรพาภิราม (พระอารามหลวง) ด้านทิศตะวันออก ถนนผดุงพานิช ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
ร.ต.อ.ทวนทอง ศิริจักรพงษ์ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพกู้ภัยนครสาเกต ไปที่เกิดเหตุ พบนายสุริยา ทวีสุข อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 บ้านเหล่าแขม หมู่ 3 ต.นิเวศน์ อ.วัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด สวมกางเกงขายาว เสื้อแขนยาวสีดำ เปียกน้ำ นั่งร้องไห้อยู่ไหล่ถนนรอบเมืองด้านนอก ในบริเวณที่เกิดเหตุ แล้วแสดงตัวว่าเป็นคนขับรถเก๋งคันที่เกิดเหตุขณะเดียวกันพบนายสำรวย บ่าวโท อายุ 40 ปีอยู่บ้านเลขที่ 89 บ้านโนนปากคา หมู่ 8 ต.น้ำคำ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร สวมเสื้อคอโปโลสีแดงเปียกน้ำ นอนอยู่ไหล่ถนน ร้องครวญครางว่า เจ็บกระดูกไหปลาร้าข้างขวามือและเจ็บตามลำตัวอย่างรุนแรง พร้อมกับบอกว่า ให้ช่วยเหลือเพื่อนคือนายโชคดี มณีฉาย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/14 คุ้มสระบัว ถนนเพลินจิต อ.เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งขาขวาขาด กำลังแช่อยู่ในน้ำลำคลองคูเมือง
เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกูภัยนครสาเกต จึงช่วยกันยื่นมือลงไปดึงเอานายโชคดีขึ้นจากน้ำมานอนที่ตลิ่งกันพัง ทำบาดแผลที่ขาขวาซึ่งเท้าข้างขวาขาดออกจากข้อเท้า ส่วนชิ้นส่วนเท้าข้างขวา ซึ่งขาดออก วางอยู่หลังตลิ่งกันพัง ใกล้กับจุดรถเก๋งชนแล้วเบียดขาติดกับขอบตลิ่งกันพัง ต่อจากนั้น หน่วยกู้ชีพพีร์คำทอนของ รพ.ร้อยเอ็ด และ หน่วยกู้ชีพกู้ภัยนครสาเกต จึงนำเอา นายโชคดี กับนายสำรวย ส่ง รพ.ร้อยเอ็ด เพื่อตรวจรักษา
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายโชคดี กับนายสำรวย ให้การว่า ก่อนหน้าพากันเดินตามตลิ่งกันพัง เพื่อหาจับปลา ทันใดนั้นได้ยินเสียงรถวิ่งตามถนนมาด้วยความเร็วสูงแล้วมีเสียงชนของบางอย่าง ต่อจากนั้น ทั้ง 2 คน จึงถูกรถชน โดยตัวถังรถเก๋งเบียดขาขวาท่อนล่างของนายโชคดีอย่างรุนแรง ทำให้ทั้ง 2 คน กระเด็นลงไปในน้ำคลองรอบเมืองร้อยเอ็ด แล้วมีเสียงของหนักตกลงในน้ำตามมาอย่างรวดเร็ว ต่อมานายโชคดี และนายสำรวย พยายามปีนขอบตลิ่งกันพังเพื่อขึ้นจากน้ำ ปรากฏว่านายสำรวยปีนขึ้นมาได้ทั้งที่แขนซ้ายอ่อนแรง ส่วนนายโชคดีปีนขึ้นไม่ได้ เพราะเจ็บปวดที่ขาข้างขวาอย่างรุนแรง และมาทราบตอนหลังว่าเท้าขวาขาดออกจากขา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำ
ส่วนนายสุริยา ถูกนำไปสอบสวนที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ในขณะที่รถเก๋งยังจมอยู่ในน้ำลำคลองคูเมือง ซึ่งลึกประมาณ 3 เมตร นายสุริยาให้การเบื้องต้น ว่า ก่อนหน้าเสร็จจากทำงานที่โรงเบียร์ร้อยเอ็ด ถนนคชพลายุกต์ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร จึงขับรถเก๋งฮอนด้า ซิวิค สีน้ำเงินทะเบียน ฉธ – 5725 – กรุงเทพมหานคร ซึ่งซื้อต่อจากคนที่รูจักกันมาเป็นเงินจำนวนกว่า 6 หมื่นบาท เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมานี้ เพื่อเดินทางจะกลับบ้าน แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งเสียหลักชนขอบถนนรอบเมืองร้อยเอ็ดด้านนอก ซึ่งยกสูง ทำให้รถเก๋งเหินพุ่งลงไปกระแทกที่ตลิ่งกันพัง ก่อนตกลงไปจมน้ำในคลองคูเมืองร้อยเอ็ด ต่อจากนั้น จึงหาทางช่วยเหลือตนเองออกจากรถเก๋ง โดยการหมุนกรกะจกข้างที่นั่งคนขับลง ให้น้ำไหลเข้า แล้วมุดตัวออกมาว่ายน้ำเข้าหาตลิ่งกันพัง ก่อนไปนั่งที่ไหล่ถนน ร้องไห้ด้วยความตกใจ โทรศัพท์มือถือโดนน้ำเข้าใช้ไม่ได้ ต่อมามีเพื่อนผ่านมาพบจึงขอใช้โทรศัพท์แจ้งเหตุให้เมียซึ่งคลอดลูกได้ 6 เดือน ทราบเหตุ เดินทางมาดูแลในที่เกิดเหตุ และ ที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด นายสุริยา บอก ร.ต.อ.ทวนทอง ศิริจักรพงษ์ ว่ายินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ให้กับคนหาปลาทั้ง 2 คน ไม่ว่า คนที่ขาขวาขาด และ คนที่กระดูกตามร่างกายหัก และในเบื้องต้นนายสุริยา ได้รับทราบข้อกล่าวหาจาก ร.ต.อ.ทวนทอง ศิริจักรพงษ์ ว่า ขับรถประมาท เป็นเหตุให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณฉลาด สุ่มมาตย์ “ห้องข่าวธวัชชัย”
