สลด 2 หนุ่มขับเก๋งถูกแท็กซี่สีชมพูพุ่งชนท้ายเสียหลักชนราวสะพาน ไฟลุกท่วมโดนย่างสดทั้งคู่ (คลิป)

เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 1 มี.ค. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนราวสะพานมีไฟลุกไหม้ และมีผู้ติดอยู่ภายใน บนถนนพุทธสาคร ขาเข้ากระทุ่มแบน ฝั่งตรงข้ามกับหน้าร้านอาหารเดอะไนท์รีสอร์ท หมู่ที่ 12 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.วรวุฒิ เปี่ยมสมุทร รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เข้าตรวจสอบพร้อม นายแพทย์ณัฐวุฒิ แตงร่ม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยพบรถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนเสยติดเข้าไปกับราวสะพาน มีไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน ต้องประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสวนหลวง เข้าฉีดน้ำใช้เวลาประมาณ 15 นาที ไฟจึงดับสนิทลง

แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตของคนขับรถและผู้ที่นั่งข้างมาได้ โดยถูกไฟคลอกย่างสดเสียชีวิตติดอยู่ในรถ ร่างกายไหม้เกรียม เป็นผู้ชายทั้ง 2 คน ส่วนรถคันที่เกิดเหตุเป็นรถเก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีบอร์นเงิน ทะเบียน กจ 8012 อุดรธานี เป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ไม่ติดก๊าซ ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่โครง อะไหล่รถกับเครื่องยนต์ กระเด็นตกอยู่เกลื่อนริมถนนและในคลอง

สอบถามนายทรงชัย เกิดน้อย เจ้าของร้านมายด์เมย์ มะพร้าวอ่อน ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะกำลังทำความสะอาดกวาดพื้นอยู่หน้าร้านเห็นรถคันที่เกิดเหตุขับมาในช่องทางขวาสุดด้วยความเร็วปกติ จังหวะนั้นมีรถแท็กซี่สีชมพูขับตามหลังมาในช่องทางเดียวกันด้วยความเร็วสูงแล้วเบรคกระทันหัน จึงพุ่งไปชนท้ายรถเก๋ง ทำให้รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนกับราวสะพาน ตอนแรกยังไม่เกิดไฟไหม้ แต่เนื่องจากมีน้ำมันรั่วไหลทำให้เกิดไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน ส่วนรถแท็กซี่หักหลบออกไปในช่องทางด้านซ้ายแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่นายตุ้ย เจ้าของคลิปวีดีโอขณะเกิดเหตุไฟไหม้ เล่าถึงวินาทีระทึกให้ฟังว่า ตนจอดรถอยู่ข้างทาง ใกล้กับที่เกิดเหตุ เพื่อไปขายของตลาดนัด ช่วงเวลาดังกล่าวได้ยินเสียงรถชนกัน เมื่อหันไปดูก็เห็นรถเก๋งพุ่งชนเสยเข้าไปติดอยู่กับราวสะพานแล้ว ซึ่งก็มีพลเมืองดีหลายคนได้วิ่งเข้าไปจะช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้งสองคนออกมา แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถช่วยได้ ก็มีไฟลุกไหม้ท่วมรถขึ้นเสียก่อน ทุกคนจึงต้องรีบหนีออกมา โดยตนใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้ตั้งแต่ไฟยังไม่ไหม้ จนไฟไหม้ลุกท่วมทั้งคัน ซึ่งก็นับเป็นเหตุการณ์แรกที่เห็นคาตา จึงรู้สึกตื่นเต้นและน่ากลัวมาก โดยทั้งนี้ก็อยากจะฝากเตือนไปถึงผู้ขับขี่ทุกคน ว่าให้ใช้ความระมัดระวังในการขับยานพาหนะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงจังหวะที่ลงมาจากสะพานแล้ว อย่าใช้ความเร็วสูง เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ได้

ด้าน นายกฤษฎา พิณทิพย์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 ถนนพระทรง ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี คนขับรถสิบล้อที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียชีวิตก่อนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถยนต์เล่าว่า ตนเองได้ขับรถผ่านมาพอดี เห็นมีรถยนต์พุ่งชนเสยเข้ากับราวสะพาน จึงรีบจอดรถแล้วลงไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในทั้งสองคน โดยมีพลเมืองดีคนอื่นๆ เข้ามาช่วยด้วย ซึ่งตอนนั้นแม้สภาพที่เห็นคาดว่าคนขับจะเสียชีวิตแล้ว ส่วนคนนั่งข้างก็อยู่ในอาการสาหัส แต่ทุกคนก็พยายามจะช่วยกันนำทั้งสองคนออกมา เผื่อจะช่วยชีวิตได้ แต่เนื่องจากว่า ท่อนล่างของทั้งสองคนนั้นถูกอัดติดอยู่ จึงไม่สามารถนำออกมาได้โดยง่าย จึงรีบแจ้งไปยังศูนย์ 191 และ จส.100 แต่ในจังหวะที่กำลังพยายามนำร่างออกมานั้น ปรากฏว่ามีไฟลุกไหม้ขึ้นทำให้คลอกร่างคนขับและคนนั่งข้าง ซึ่งทุกคนก็เสียใจที่ไม่สามารถช่วยออกมาได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร อีกทั้งยังจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณแยกไฟแดง ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อหารถแท็กซี่สีชมพูคันก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

Comments

comments