เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 พ.ต.ท.วิไชย ไถวฤทธิ์ สว.สส.สภ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งจากนางชลนิภา กมลวิบูรย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 ม.1 บ้านนาแพง ต.นาอุดม อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.45 น. ตนกำลังขายขนมเครปญี่ปุ่นอยู่ที่หน้าบ้าน ก็ได้มีชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน สงสัยว่าน่าจะเป็นสามีภรรยากัน ได้มาจอดรถไว้ตรงข้ามร้านแล้วเดินลงมาทำทีซื้อขนมเครปญี่ปุ่น 2 ชิ้น เป็นเงิน 20 บาท แต่พอเผลอได้หยิบเอากระเป๋าเงินของตนไป ซึ่งในกระเป๋ามีเงินและแหวนทองคำหนักสองสลึงที่อยู่ในกระเป๋าไปด้วย
โดยนางชลนิภา กมลวิบูลย์ ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ในขณะเกิดเหตุ ตนกำลังขายขนมเครปญี่ปุ่นอยู่ที่หน้าบ้านนั้น ก็ได้มีลูกค้าหน้าใหม่เป็นชายหนึ่งคนหญิงหนึ่งคน ซึ่งไม่ใช่คนในหมู่บ้านของตน และสงสัยว่าน่าจะเป็นสามี-ภรรยากัน โดยผู้หญิงไว้ผมสั้นย้อมผมสีแดง อายุประมาณ 30 กว่าๆ ได้ขับรถมาจอดไว้ตรงข้ามหน้าบ้านของตน เป็นรถยี่ห้อ TOYOTA รุ่น REVO สีขาวแต่จำทะเบียนไม่ได้ แต่ไม่ใช่ทะเบียนจังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาทำทีซื้อขนมเครปญี่ปุ่น ในราคา 20 บาท โดยฝ่ายผู้หญิงได้เข้ามานั่งบนแค่ไม้ไผ่ในร้าน ส่วนผู้ชายชวนคุยเรื่องราวต่างๆ พร้อมกับเดินเลือกดูสิ่งของภายในร้านแต่ไม่ยอมซื้อสักชิ้น
จนกระทั่งลูกค้าเดินขึ้นรถหนีหายไป จึงนึกขึ้นมาได้ว่า ได้วางกระเป๋าไว้บนเก้าอี้อยู่ภายในร้าน แต่เมื่อเข้าไปดูก็ต้องตกใจ เพราะว่ากระเป๋าสตางค์ได้หายไปแล้ว ซึ่งภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 4,000 บาท และแหวนทองคำน้ำหนักสองสลึง พร้อมบัตรประชาชน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมมูลค่าทั้งหมดแล้วประมาณหมื่นกว่าบาท ซึ่งตนเชื่อว่า สองสามีภรรยาคู่นี้น่าจะเป็นโจรอาชีพ เพราะดูจากการที่มาชวนคุย และทำทีเดินเลือกจะซื้อโน้นซื้อนี้ จึงขอฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนที่อยู่ใกล้อำเภอ ตลอดจนชาวบ้านในอำเภอต่างๆ ได้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ที่สำคัญอย่าไว้ใจเชื่อใจใคร โดยเฉพาะกลุ่มคนแปลกหน้า
ภาพ / ข่าว สุเทพ ลอยแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด
เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข สำนักข่าวทีนิวส์
