วันที่ 31 ม.ค. ตั้งแต่ช่วง 10.00น. ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้พิพากษาลงโทษจำคุก นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง นายยิ่งยง ยอดบัวงาม พร้อมพวก คนละ 20 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากคดีทำธุรกิจฉ้อโกงประชาชน ในชื่อบริษัทแทนคุณแผ่นดินสยาม จำกัด จากโทษเดิม 33 ปี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายยิ่งยง ไปฝากขังแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการขอยื่นเรื่องเพื่อประกันตัว
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ 18 พ.ย. 2556 นาย ชนะ รัตนภักดี ถือหุ้นใหญ่ 40% นาย ปริญญา นิลรัตนคุณ 30% นางสาว พิมพ์ภัทรา นาแล 15% นาย ยิ่งยง บัวงาม 10% และ นาง มลฑาทิพย์ บัวงาม 5%
นำส่งข้อมูลงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจล่าสุด ณ 31 ธันวาคม 2556 แจ้งว่า มีรายได้จากการ 60,683,140 บาท รายได้จากการบริการ 1,085,652.35 บาท รวมรายได้ 61,768,792.49 บาท
รายจ่าย มีต้นทุนสินค้าที่ขาย 17,943,943.65 บาท ค่าใช้จ่ายในการขาย 41,673,251.66 บาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 16,683,753.69 บาท รวมรายจ่าย 76,300,949 บาท ขาดทุน 14,532,156.51 บาท
และปรับบริษัทจำเลยที่ 1 , จำเลยที่ 2 , 3 , 4 รายละ 13 กระทงๆ ละ 10,000 บาท รวมปรับรายละ 130,000 บาท
ส่วนจำเลยที่ 6 , 8 , 10 , 11 , 12 นั้นพิพากษายกฟ้อง ขณะที่จำเลยที่ 13 , 14 , 15 นั้น โจทก์ ได้ถอนฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว
สำหรับ ยิ่งยง ยอดบัวงาม เป็นนักร้องลูกทุ่งชาย ที่มีผลงานเพลงออกมามากมายหลายชุด นอกจากนั้นเขาก็ยังได้ร่วมแสดงภาพยนตร์และละครอีกหลายเรื่อง ยิ่งยง โด่งดังอย่างมากจากเพลง ” สมศรี 1992 ” และเพลงนี้นี่เอง ที่ช่วยปลุกกระแสเพลงลูกทุ่งที่ซบเซาอย่างหนัก ให้กลับมาคึกคักอยู่ได้ จวบจนทุกวันนี้
ประมัน ยอดบัวงาม มีชื่อจริงว่า ประยงค์ บัวงาม เป็นบุตรนายพลอย นางใน บัวงาม เกิดเมื่อวันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2505 ที่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 3 บ้านโคกโพน ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในครอบครัวเกษตรกรที่มีฐานะยากจน เข้ารับการศึกษาในชั้นประถมที่โรงเรียนประชาบาลกันทรารมย์ ต้องหาเช้ากินค่ำ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเรียนหนังสือ เมื่อต้องออกไปทำงานช่วยครอบครัว จึงต้องเรียนซ้ำชั้น ประยงค์มีพี่น้อง 5 คน สมัยเรียนอยู่ชั้น ป.3 หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่อง ” นักเลงสามสลึง ” ประยงค์เริ่มชอบร้องเพลง และพอถึง ป.6 ก็เริ่มประกวดร้องเพลง หลังจบ ป.6 ประคงได้บวชเป็นสามเณร และระหว่างที่มาเที่ยวที่กรุงเทพ ก็ได้พบกับ “ภมร อโนทัย ” นักแต่งเพลง และนักจัดรายการวิทยุชื่อดังเป็นครั้งแรก
ด้วยความช่วยเหลือของพระที่วัดประยงค์บวช สามเณรประยงค์ได้เรียนต่อจนจบชั้น ม.3 ที่โรงเรียนขุขันราษฎร์บำรุง และลาสิกขาบทในปี 2524 เพราะหลงใหลในเสียงของสายัณห์ สัญญา จนถึงกับแอบร้องเพลงอยู่บ่อยๆช่วงที่เป็นเณร จากนั้นก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ และมาฝากเนื้อฝากตัวกับภมร แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ จึงไปทำงานเป็นจับกัง และรับจ้าง ก่อนจะกลับบ้านเมื่อท้อแท้ หลังจากหายท้อ เขาก็ลงมากรุงเทพฯอีก โดยไปสมัครเป็นนักร้องตามวงดนตรีต่างๆ และได้ไปอยู่กับวงของคนที่ประยงค์เรียกว่า ” เจ๊หมวย ” และเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า ” เสียงสน มนต์ไพร ” จากการตั้งให้ของบรรจง มนต์ไพร ประมัน ยอดบัวงาม ประยงค์จบปริญญา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด,Tnew
