เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 ม.ค. 61 บริเวณสกายวอร์ก เขตปทุมวัน กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group-DRG และกลุ่ม Start UP People จัดกิจกรรมนัดรวมพล “ประชาชนอยากเลือกตั้ง” แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจคสช. โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 200 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัยกว่า 50 นาย ในบริเวณโดยรอบทั้งใน และนอกเครื่องแบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมในครั้งนี้เป็นไปในลักษณะการพูดและแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย กระจายตามพื้นที่สกายวอร์ก ไม่ได้มีการนัดแนะหรือจัดขบวนแต่อย่างใด โดยมีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายรังสิมันต์ โรม พร้อมด้วยน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา และนายอานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์ ร่วมการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย
นายรังสิมันต์ประกาศว่า เราอยู่กับรัฐบาลคสช. มาเกือบ 4 ปีแล้ว หลายคนก็คาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้งเสียที สนช.ซึ่งเป็นแขนขาของคสช. ก็ทำให้ตอนนี้การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไป ในวันนี้พวกเราต้องการให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน พ.ย. ปีนี้เท่านั้น โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นไปเพื่อเตือนคสช. และแสดงออกสิ่งที่ประชาชนต้องการ วันนี้มาเพียงเพื่อประกาศว่า การเลือกตั้งต้องมีภายในปีนี้เท่านั้น
นายรังสิมันต์ประกาศทิ้งท้ายว่า นี่จะไม่ใช่วันสุดท้าย เราจะมามากขึ้นทุกครั้งที่จัดกิจกรรม เพื่อนำไปสู่การชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 22 พ.ค. 2561 และ “ทหารต้องออกไปจากการเมือง”
นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประกาศว่า การรวมตัวในครั้งนี้มาเพื่อที่จะบอกสังคมว่า หมดเวลาที่คสช.จะอยู่ต่อแล้ว ให้โอกาสกับลูกหลานบ้าง อยากให้ทราบว่าต่อไปนี้ทุกคนจะต้องกล้าและลุกขึ้นมา อย่าถอย ต่อสู้กับเผด็จการ เพราะประเทศนี้เป็นของพวกเราทุกๆ คน เราต้องช่วยกันปราบปรามคอรัปชัน ไม่ใช่ให้รัฐบาลที่อ้างว่าตัวเองไม่คอรัปชัน แต่จริงๆ แล้วเข้ามาคุมการเมืองแบบนี้
ด้านนายอานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์ “ทนายความ” ดูแลคดีของกลุ่มต่อต้านรัฐประหาร กล่าวว่า วันนี้มาแสดงออก 2 เรื่องคือ 1.เราต้องการที่จะเลือกตั้ง ไม่ให้มีการเลื่อนเลือกตั้งอีก และ 2.ไม่ต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจของคสช. ซึ่งข้อเรียกร้องนี้ ก็เป็นข้อเรียกร้องขั้นต่ำ และเป็นพื้นฐานที่เราสามารถทำได้ เพราะเราเชื่อว่า กรอบกฎหมายที่มีอยู่ เราสามารถมีการเลือกตั้งได้ภายในปีนี้ เพื่อจะมีรัฐบาลพลเรือนขับเคลื่อนประเทศต่อไป
นอกจากนี้ยังพบว่าเท่าที่คสช. บริหารบ้านเมืองมา มันถึงจุดต่ำสุดของประเทศแล้ว และก็ไม่น่าจะบริหารไปรอดแล้ว เราจึงต้องออกมาช่วยกัน และก็คงดำเนินกิจกรรมต่อไป ซึ่งวันนี้ก็ไม่กลัวที่จะถูกตั้งข้อหาเพิ่มแล้ว เพราะโดนมาเยอะแล้ว และก็เป็นสิทธิที่ทำได้
ขณะที่ผู้สังเกตการอย่าง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด กล่าวว่า หลังจากประเด็นเรื่องนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ถูกทำให้กระจ่าง รวมไปถึงเรื่องสนช.ลงมติเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 90 วัน ตนรู้สึกว่าประชาชนมีคำถาม ที่ต้องการคำตอบ เพราะกลไกการตรวจสอบอย่างปปช. ไม่สามารถให้คำตอบได้ จึงคิดว่าประชาชนควรออกมาเดินมาคุยกัน แต่ตนก็มีคำตอบในใจแล้วว่า การเลือกตั้งไม่ควรเลื่อนออกไป
ด้านนายวีระ สมความคิด กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างที่สุดที่คสช. วางแผนจะสืบทอดอำนาจ และการกระทำที่ปรากฏ ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าคสช. ต้องการสืบทอดอำนาจ แล้วก็ประเด็นสำคัญ คือ เรื่องนาฬิกาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุสรรณ ก็ยังไม่ทำให้คำถามในใจของประชาชนกระจ่างได้ นอกจากนี้ยังท้าทายประชาชน โดยการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก ประกอบกับ เราเห็นน้องๆ ออกมาทำประเด็นนี้ ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย จึงออกมายืนยันร่วมกัน
วันนี้ไม่มีความกลัว เพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะที่แห่งนี้ เป็นที่ที่ใครจะมาเดินก็ได้ ตนเพียงมาเดิน ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัย มาดูในสิ่งที่คนรุ่นใหม่ทำเท่านั้น และก็มองว่าสิ่งที่คนรุ่นนี้ทำ คือสิ่งที่ใครหลายคนอยากทำ และเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังเรียกร้องอยู่ เพราะเราก็อยากจะมีการเลือกตั้ง และมีประชาธิปไตยเสียที และเพียงมาให้กำลังใจน้องๆ เท่านั้น
ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสิรวิชญ์ ได้ขึ้นไฮปาร์ก เพื่อแสดงจุดยืนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ต่อประชาชนจำนวนมาก พร้อมประกาศลั่น 10 กุมภาฯ จะปักหลักที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเจรจากับแกนนำ โดยเสนอให้เวลาการชุมนุมจนถึง 19.00 น. เท่านั้น
ที่มา:ข่าวสด
