เรื่องเล่า… น้ำท่วมที่โพธิ์ตาก นักผจญเพลิง ถิ่นภูธร

0
เรื่องเล่า… น้ำท่วมที่โพธิ์ตาก นักผจญเพลิง ถิ่นภูธร

4 ส.ค.2560 หน่วยกู้ชีพนครสาเกตจังหวัดร้อยเอ็ด และ หน่วยกู้ชีพศิลานคร อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ร่วมกันปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนางามตั้งแต่ช่วงเช้า และตั้งเป็นกองอำนวยการอยู่บริเวณทางเข้าบ้านโพธิ์ชัน โดยมีท่าน วีระวัฒน์ ภาคมฤค สท.ปี้ (ศิลา 1 ) เป็นผู้อำนวยการ

ภาระกิจสำหรับทีมเราคือลำเรียงเสบียงสิ่งของ นำ้ดื่ม เข้ายังพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ และเคลื่อนย้ายประชาชนทั้งเข้าและออกตามคำสั่ง หากแต่การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความล่าช้าเพราะเรือมีจำนวนน้อย ทั้งนี้เรือของทีมเรามี เจสกี 1 ลำ เรือทรงเตารีด 1 ลำ เรือยางเล็ก 1 ลำ ทองแบน 1 ลำ ซึ่งไม่เพียงพอกับภาระกิจที่ได้รับมอบหมายครับ

ทาง ท่าน สท.ปี้พร้อมผมและทีมงานเลยลงความเห็นว่าที่บ้านโพธิ์ตากมีเรือท้องแบนอยู่ 1 ลำเห็นควรที่เราจะไปเอามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เมื่อปรึกษากันดีแล้วทางทีมเจ้าหน้าที่ทั้งของนครสาเกตและศิลานคร 15 คนที่อาสา จึงเตรียมน้ำมันสำรองและสำภาระบางส่วนไปด้วยเพราะหนทางยาวไกลมากครับ

ซึ่งข้อมูลพื้นที่บ้านโพธิ์ตากนั้นอยู่ไกลจากจุดที่เราอยู่ประมาณ 15 กม.ทางถนนนะครับ หากเป็นทางเรือต้องไกลกว่านั้นแน่ครับเราจึงนำอาหารที่ได้เตรียมมา 200 กล่องไปด้วยเพื่อเป็นเสบียงส่วนหนึ่งและแจกประชาชนด้วยเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวครับ

จากนั้นเรือ 2 ลำ เจ้าหน้าที่ 15 คนออกเดินทางจากจุดบรรชาการณ์เมื่อเวลา 17.30 ผ่านหมู่บ้านโพธิ์ซันและสิ่งที่ลำบากในการเดินทางคือ ทีมเราต้องยกเรือข้ามถนนที่ขาดเพื่อมายังเวิ่งน้ำอีกฟากถนน ใช้เวลาเดินทางเข้าไปยังที่หมายประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงที่หมายและแบ่งหน้าที่ออกเป็น 2 ภาระกิจ ดังนี้ครับ ภาระกิจที่หนึ่งเป็นภาระกิจหลักต้องดำเนินการโดยทันที คือตามหาเรือและติดตั้งเครื่องเรือให้พร้อมเดินทาง ภาระกิจที่สองลำเรียงข้าวกล่องที่เตรียมมาแจกจ่ายประชาชนในหมู่บ้านให้ครบครับ

เวลาผ่านไป 10 นาที จากที่เราเดินทางมาถึงท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีและนำพาฝนห่าใหญ่ตกลงกลางหมู่บ้านนานกว่า 15 นาที ภาระกิจทั้ง 2 ทีมจึงต้องหยุดเพื่อรอฝนซาลงก่อนจึงจะปฏิบัติงานต่อได้ และเมื่อฝนเริ่มซาลงก็เริ่มภาระกิจต่อจนแล้วเสร็จและพร้อมที่จะเดินทางกลับไปยังจุดบัญชาการณ์ ณ ทางเข้าบ้านโพธิ์ซัน

ทีมเราเริ่มออกเดินทางจากหมู่บ้านโพธิ์ตากเมื่อเวลาประมาณ 19.20 น.โดยมีอุปสรรคในการเดินทางคือความมืดหากแต่คืนนี้ยังมีแสงพระจันทร์คอยนำทางอยู่บ้างส่องให้ให้เห็นความกว้างใหญ่ไพศาลของท้องน้ำที่ท่วมทุกพื้นที่ ซึ่งทีมเรามีเรือ 3 ลำทุกลำมีไฟฉายแต่การเดินทางนั้นยังอีกยาวไกลจึงตัดสินใจว่าจะใช้ไฟฉายเพียงลำเดียวคือลำที่นำทางเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

เราเดินทางมาได้ซักระยะหนึ่ง เครื่องเรือท้องแบนลำหนึ่งเกิดชำรุด ดับอยู่หลายครั้ง จนไม่สามารถจะใช้การได้จึงใช้เรือเล็กทรงเตารีด (#เรือศูนย์ความร่วมมือฯ) เข้าประกบและลากไปยังจุดหมายได้อย่างปลอดภัยทั้ง 3 ลำ เราถึงจุดกองอำนวยการณ์เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. หากนับเวลาในการปฏิบัติภาระกิจนี้ เราใช้เวลาเกือบ 5 ชม.ในการทำงานครับเพราะมีอุปสรรคอยู่ตลอด หากแต่ทุกอุปสรรคที่มีเราก็ฟันฝ่ามันมาได้เพราะความสามัครคีในการทำงานครับ และเราไม่ทิ้งกัน ค่อยปรึกษากันอยู่ตลอดจนจบภาระกิจครับ

ขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยนครสาเกตและกู้ภัยศิลานครที่ร่วมปฏิบัติงานจนภาระกิจนี้สำเร็จครับ

ภาพ/ข่าว:นักผจญเพลิง ถิ่นภูธร

Comments

comments