หลังจากโด่งดังสุดขีดกับเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” นักร้องหนุ่ม “ก้อง ห้วยไร่” ก็มีผลงานตามมาทั้งเพลงประกอบละครนาคี ที่ตอนนี้ยอดวิวในยูทูบกำลังจะเเตะตัวเลข 300 ล้านวิวแล้ว ขณะที่งานร้องเพลงก็มากมายจนเรียกว่าคิวแน่นข้ามปีเลยทีเดียว วันนี้ขอหยิบเรื่องของผู้ชายมากความสามารถคนนี้มาฝาก จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลยครับ
ประวัติที่หลายคนยังไม่ทราบ
ก้อง ห้วยไร่ มีชื่อจริงว่า อัครเดช ยอดจำปา เกิดวันที่ 1 เมษายน 2530 ปัจจุบัน อายุ 28 ปี มีพี่น้อง 4 คน หญิง 3 ชาย 1 ตัวเองเป็นลูกชายคนเดียวและคนสุดท้อง ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ประกอบเป็นชาวนา ที่บ้านห้วยไร่ ตำบลธาตุ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ด้านการศึกษา ปัจจุบันก้องกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์
อดีตเด็กก่อสร้าง
ใครจะทราบบ้างว่า ก่อนหน้าจะมาร้องเพลงจริงจัง ก้อง เคยทำงานก่อสร้างมาก่อน โดยดูแลในส่วนเกี่ยวกับการติดฉนวนกันความร้อน หลังจากนั้นก็ทำงานเกี่ยวกับบริษัทเสริมความงาม (นิติพลคลินิก) โดยทำงานในส่วนงานประชาสัมพันธ์
นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เห็นมีงานเยอะ แต่หนุ่มคนนี้ก็ยังคงแบ่งเวลาให้กับการเรียนเสมอ โดยปัจจุบัน ก้อง กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ ซึ่งตอนนี้เหลืออีกไม่กี่วิชาก็จะจบแล้ว
เพลงแรกที่เขียนก็ดังเลย
สำหรับเพลงแรงที่หนุ่มก้องลงมือเขียนคือเพลงไสว่าสิบ่ถิ่มกัน เพลงนี้หนุ่มก้องเขียนในสไตส์ของตัวเอง โดยนำลงใน Facebook ซึ่งเนื้อหาของเพลงเน้นไปทางวิถีชีวิตความเป็นอีสานขนาดแท้ ความคิดถึงบ้านในอารมณ์ต่างๆ ส่วน ทำนองเอามาจากบทสวดสารภัญญ์ ที่ได้ฟังบ่อยๆ จากคุณแม่
ตอนที่แต่งเพลงนี้ไม่คิดว่าจะเป็นที่รู้จัก เพราะแต่งมาจากชีวิตจริงของตนเอง โดยเป็นเรื่องของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แล้วมาพบรักกับคนอีสานด้วยกันและสัญญากันว่าจะไม่ทิ้งกันแม้จะเจออุปสรรคเข้ามา แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตนทำงานเป็นพีอาร์สถานความงาม ต้องออกต่างจังหวัดตลอดไม่ค่อยได้อยู่กรุงเทพฯ พอกลับมาผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่ามีคนใหม่แล้ว ทำให้ตนอยากถ่ายทอดความรู้สึกตอนนั้นให้เขาได้ยิน จึงเขียนเป็นกลอนก่อนแล้วทิ้งไว้ หลังจากนั้นชีวิตตนก็เหมือนคนเร่ร่อน เพราะรู้สึกว่าไม่เจอใครและได้ลาออกจากที่ทำงาน ทั้งไม่มีงานและไม่มีเงิน เป็นแบบนี้ประมาณเกือบ 6 เดือน ประทังชีวิตด้วยการมาเล่นกีตาร์ข้างถนน ขอร้องเพลงตามร้านหมูกระทะ
“จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้ไปนั่งดีดกีตาร์แถวสนามราชมังคลากีฬาสถานและวันนั้นมีคอนเสิร์ตของพี่ตูน บอดี้สแลม ซึ่งผมรู้จักเขาแต่เพียงเพลงที่กระแทกแรง ๆ แต่พอฟังแล้วมีอยู่เพลงหนึ่งที่มีเสียงเปียโน ในเพลง ทางกลับบ้าน เนื้อหาประมาณว่า ถ้าคนเราผิดพลาด รู้สึกท้อแล้วคิดถึงบ้าน ทำไมไม่กลับบ้าน ซึ่งตรงกับผมที่โกหกที่บ้านตลอดว่าตัวเองสบายดี พอฟังเพลงนี้แล้วผมก็เดินทางกลับบ้าน พอเจอพ่อก็เข้ามากอดเราแล้วบอกว่าอย่าไปไหนอีกเลย หลังจากอยู่บ้านก็ได้ฟังแม่สวดบทสวดสรภัญญะ ทำให้คิดได้ว่าถ้ากลอนของเรากลายเป็นเพลงจะเป็นอย่างไร จึงแต่งเป็นเพลงแล้วอัดวิดีโอลงเฟซบุ๊กก็ได้เพียง 7 ไลค์ และ 1 คอมเม้นท์มาแสดงความคิดเห็นว่า กาก แต่เราก็ไม่ท้อ” ก้อง ห้วยไร่ กล่าว
จนวันหนึ่งได้ไปเจอกับพี่กบ เจ้าของค่ายซาวด์มีแฮง เรคคอร์ด หน้าเวทีหมอลำ ก็ได้ชวนมาทำเพลงเป็นอีสานพื้นบ้านโบราณจนกลายมาเป็นนักร้อง โดยไม่สนว่าจะมีคนเข้าใจภาษาของเราไหม จากนั้นพี่กบก็เลยตกลงกันว่าจะถ่ายมิวสิควิดีโอ ก็ได้เรียกน้อง ๆ นักแสดงมาถ่ายทำที่บ้านเกิดผมโดยบอกว่าไม่มีค่าตอบแทนให้นะ ซึ่งน้อง ๆ และผู้กำกับ ก็ยินดีมาช่วย ระหว่างถ่ายทำทั้งกองถ่ายมีกล้องเพียงตัวเดียว ถ่ายกันตามมีตามเกิด จนตอนนี้มียอดวิวหลายล้านวิวในเวลาไม่นานทำให้มีรายการต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาหาบอกว่าเพลงของเราเป็นเพลงดังและมีการแชร์ต่อกันไปอย่างมากมาย
เลือกทำเพลงสไตล์ลูกทุ่งอีสานเพราะซึมซับมาจากคุณแม่
มาถึงเรื่องสไตล์เพลงกันบ้าง ก้องเคยพูดถึงเรื่องนี้ว่า ด้วยความที่เขาเป็นคนอีสาน คุณแม่เป็นนักร้องสารภัญญ์ ซึ่งเขาจะฟังมาตั้งแต่เด็กๆ ทำนองเพลงของผมบางเพลงก็มาจากทำนองสารภัญญ์ กับทำนองพระสวดมนต์ ดังนั้นเขาจึงเลือกการทำเพลงแบบคนอีสานขนาดแท้ๆ
อนาคตบนเส้นทางสายดนตรี
สำหรับอนาคตในวงการเพลง ด้วยความที่ก้องชอบการร้องเพลงและเขียนเพลง เขาจึงอยากทำงานที่รักแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าแฟนเพลงยังให้การต้อนรับอยู่อย่างนี้ พร้อมกันนี้เขาอยากสร้างกำลังใจให้ทุกคนที่อยากร้องเพลง อยากมีผลงานของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาแต่ค่ายเพลงใหญ่เพียงอย่างเดียว และอยากจุดประกายความคิดทางด้านดนตรีให้กับเด็กรุ่นใหม่ อีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : sanook kapook
