เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คที่ชื่อว่า “สนามหลวง : กราบพ่อ ร.9” ได้โพสต์รูปภาพของพระเมรุมาศ ที่จะใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ๑๐๐% ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนชมได้ตั้งแต่ ๒-๓๐ พ.ย.๒๕๖๐ เวลา ๗ โมงเช้าถึง ๔ ทุ่ม
และล่าสุดทางผู้ใช้เฟสบุ๊ค ณคเรศ ธีระคำศรี ได้โพสต์รูปภาพพระเมรุมาศ ที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมข้อความที่ระบุไม่ให้ใช้คำว่า งดงาม สวยงาม ให้ใช้คำว่า สมพระเกียรติ แทนเพราะการชมนั้นเปรียบเสมือนว่า เป็นการอยากได้ อยากมี ตามความเชื่อนั้นเชื่อว่าจะทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก โดยโพสต์ดังกล่าวได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า…
“วันนี้เป็นวันที่ได้เข้าชมพระเมรุมาศในวันที่เสร็จสมบูรณ์
สมพระเกียรติเหนือคำกล่าวอ้างใดๆ
(ไม่ให้ใช้คำว่างดงาม สวยงาม ให้ใช้คำว่าสมพระเกียรติแทน)”
สำหรับควมพร้อมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวง รัชกาลที่ ๙” ขณะนี้การจัดสร้างพระเมรุมาศ อาคารประกอบ สิ่งปลูกสร้างโดยรอบ เสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ ๑๘ ต.ค.
ซึ่งภายหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาเสด็จฯ ไปทรงยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศแล้ว เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมามีการนำนั่งร้านออกหมด โดยการก่อสร้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้แต่รอยข่วนของช่างยังไม่มี ทุกอย่างสมบูรณ์ มั่นคง งดงาม สมพระเกียรติ.
โดยทั้งนี้ คุณก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ที่เคยเล่าถึง แบบพระเมรุมาศองค์ประวัติศาสตร์ นี้ว่า
แรกสุดที่ผมได้รับการประสานงานจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร ให้ออกแบบพระเมรุมาศ ผมได้สเก็ตช์ภาพพระเมรุมาศยอดบุษบกไว้ 3 รูปแบบ คือ 1. พระเมรุมาศทรงบุษบกยอดเดียว 2. พระเมรุมาศทรงบุษบก 5 ยอด และ 3. พระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด สาเหตุที่สเก็ตช์ไว้หลายแบบเพราะ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากรและศิลปินแห่งชาติที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งผมได้ทำงานใกล้ชิดกับท่านมาตลอด ท่านสอนไว้ว่า การออกแบบให้เจ้านายนั้นควรเตรียมทางออกไว้หลายๆ ทาง เพื่อตอบคำถาม
ดังนั้นผมจึงสเก็ตช์ภาพพระเมรุมาศยอดบุษบกที่เคยมีมาในอดีตทั้งหมด นั่นคือ พระเมรุมาศทรงบุษบก 5 ยอด คล้ายกับพระเมรุมาศของรัชกาลที่ 5 พระเมรุมาศทรงบุษบกยอดเดียว คล้ายกับของรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 แต่สำหรับพระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอดนั้นไม่เคยมีในประวัติศาสตร์มาก่อน
ส่วนตัวผมชอบทรงบุษบก 9 ยอดมากที่สุด เพราะสื่อถึงรัชกาลที่ 9 แต่ตอนเขียนแบบคืนนั้น หลังจากเขียนเสร็จแล้วยังรู้สึกไม่สุดใจ จนใกล้รุ่งราวตี 4 สายตาเหลือบไปเห็นภาพพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ปักหมุดไว้ข้างฝาในห้องทำงาน ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของหม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เห็นแล้วขนลุก และเกิดไอเดียในการจัดวางยอดที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นอิสระ
“เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” มีรับสั่งให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแม่งานในการออกแบบพระเมรุ ท่านอธิบดีได้นำผมเข้ากราบบังคมทูลถวายรายงานในวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อทรงพระวินิจฉัย พระองค์ท่านรับสั่งว่า สวยหมดทุกแบบ แต่ทรงปรารภว่า ‘ไม่ให้เหมือนที่เคยมีมา’ ถึง 3 ครั้ง ท้ายที่สุดทรงเลือกทรงบุษบก 9 ยอดนี้ รับสั่งว่า ‘อิสระ ลดหลั่น สวยงาม’ แล้วมีรับสั่งถามผมว่า แล้วคนออกแบบชอบแบบไหน ผมกราบบังคมทูลตอบว่า ชอบแบบ 9 ยอดครับ พูดราชาศัพท์ผิดๆ ถูกๆ เพราะตื่นเต้น
“ผมไม่ได้ภูมิใจที่ทรงเลือกแบบที่ผมเขียน เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากจะให้มีการใช้พระเมรุมาศเกิดขึ้น เพราะการออกแบบพระเมรุแต่ละครั้งหมายถึงการสูญเสียพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายแต่ละองค์ไป แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของคนกรมศิลป์ที่ต้องถวายงานในการออกแบบให้ดีที่สุด ในตอนนั้นผมยังได้กราบบังคมทูลถามเกี่ยวกับศิลปกรรมที่จะใช้ตกแต่งพระเมรุมาศ พระองค์ท่านรับสั่งว่า ให้เป็นจินตนาการของศิลปิน
“หลังการเข้าเฝ้าฯ ผมกลับมาปรับแบบให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์มากขึ้น เพราะต้องมีหีบพระบรมศพและพระบรมโกศประดิษฐานบนจิตกาธานด้วย โดยต้องมีเตาน้ำมันวางซ่อนอยู่ในจิตกาธาน ทั้งนี้ที่ไม่ใช้เตาไฟฟ้า เพราะควบคุมการไหม้ยาก ไม่สะดวกต่อการใช้งาน และการใช้เตาไฟฟ้ายังปลอดภัยน้อยกว่าเตาน้ำมันด้วย
“หลังจากนี้การลงมือก่อสร้างพระเมรุมาศก็จะคืบหน้าไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกฝ่ายที่รับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆ ก็ดำเนินการไปอย่างเต็มที่ บางคนอาจคิดว่า ทำไมทำพระเมรุมาศของพระองค์ท่านใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยไม่คิดถึงพระราชดำริในเรื่องความพอเพียง ซึ่งผมอยากบอกว่า พระองค์ท่านไม่เคยมีรับสั่งในเรื่องการทำพระเมรุ แต่การออกแบบพระเมรุมาศคือการเฉลิมพระเกียรติ และเป็นที่รู้กันดีว่าพระองค์ท่านทรงเป็น ‘คิงออฟเดอะคิงส์’
“ดังนั้นพวกเราจึงตั้งใจทำถวายให้สมพระเกียรติที่สุด”
อนึ่งในเดือนตุลาคมนี้ ที่พสกนิกรทั่วหล้า ต่างร่วมกันน้อมรำลึกถึง “ในหลวง ร.๙” ขออนุญาติเผยแพร่ บทความ ข้อมูล เกี่ยวกับพระองค์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวอันงดงามออกไปให้มากที่สุด
ขอขอบพระคุณเจ้าของข้อมูลมา ณ โอกาสนี้
ที่มา: สนามหลวง : กราบพ่อ ร.9 / ณคเรศ ธีระคำศรี / welovemyking
