ระทึก!!คันดินอ่างเก็บน้ำขาด! หนองโสน ทะลักท่วมโคกสำโรง จ.ลพบุรี (คลิป)

เกิดเหตุคันดินอ่างเก็บน้ำหนองโสน จ.ลพบุรี ขาดกว้างหลายเมตร น้ำไหลทะลักท่วม อ.โคกสำโรง เร่งอุดรอยรั่ว

Historical embedded content is inactive.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 04.00 น.  วันที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลาประมาณ 04.00 น. คันอ่างเก็บน้ำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เกิดชำรุดเสียหาย ซึ่งอ่างดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตลพบุรี หมู่ที่ 5 บ้านนกเขาเปล้า ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก กว้าง 500 เมตร ยาว 600 เมตร ลึก 5 เมตร ก่อสร้างโดยใช้งบของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อประมาณ 13 ปีก่อน

ต่อมาเวลา 10.30 น.วันเดียวกันนายวีระชัย นาคมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์ สกุลโสรัจจะ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พบว่าคันชำรุดเป็นระยะทางยาว 15 เมตร สาเหตุเกิดจากน้ำในอ่างมีปริมาณมากเกินไปประกอบกับคันอ่างเก็บน้ำเป็นคันดินปนทรายและไม่มีการบดอัดแน่น คาดว่าน้ำจะไหลผ่านบ้านหนองบัว ตำบลเพนียดและผ่านตำบลคลองเกตุ


อย่างไรก็ตามการดำเนินการแก้ไขขณะนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ โครงการชลประทานลพบุรี แขวงทางหลวงชนบทลพบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 16 ชัยนาท เข้าซ่อมแซมคันอ่างเก็บน้ำดังกล่าวแล้ว

สำหรับจุดเกิดเหตุดินสไลด์บริเวณคันดินอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่หมู่ที่ 4-5 ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นทางยางกว้างหลายเมตร ทำให้ปริมาณน้ำที่เก็บอยู่ในอ่างเก็บน้ำไหลทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะถนนสายเพนียด-นกเขาเป้า ขณะนี้มีระดับน้ำสูงกว่า 30 ซม.รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้แล้ว

โดยน้ำที่ไหลออกมามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอโคกสำโรงและอำเภอบ้านหมี่ ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศให้ประชาชนเก็บของขึ้นที่สูงด่วนเพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ ที่ถูกน้ำท่วมอยู่แล้วอาจจะทำให้น้ำท่วมสูงเพิ่มขึ้นอีก

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ชลประทานจ.ลพบุรีที่เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุระบุว่า สระเก็บหนองโสนแห่งนี้สามารถเก็บน้ำได้สูงสุด 1.8 แสนลบ.ม.เท่านั้น ขณะที่ช่วงเวลาที่คันดินชำรุด มีน้ำอยู่ประมาณ 4 แสนลบ.ม.  ส่วนสาเหตุคันดินที่ไม่ผ่านการบดอัดอย่างแน่นหนา ทำให้เกิดชำรุดน้ำไหลทะลักดังกล่าว โดยสระเก็บน้ำแห่งนี้ก่อสร้างโดยกรมชลประทานแล้วเสร็จเมื่อปี 2550 ก่อนถูกโอนภารกิจไปอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)จังหวัดลพบุรี

ที่มา:http://www.komchadluek.net/news/agricultural/299351

Comments

comments