
พื้นที่แห่งนี้ เคยเป็นบึงน้ำที่ชาวลาว เรียกว่า บึงธาตุหลวง แต่ปัจจุบัน ได้ถมบึงบางส่วน และปรับพื้นที่เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยทางการลาว
เปิดให้สัมปทานแก่บริษัท เซี่ยงไฮ้ วั่นเฟิง ของประเทศจีน เป็นผู้พัฒนา พ่วงด้วยสัญญาสัมปทานนาน 99 ปี
แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวง วางคอนเซ็ปต์เป็นเมืองใหม่ใจกลางนครเวียงจันทน์ ประกอบด้วย โรงเรียนนานาชาติระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย , โรงพยาบาล , สถาบันการเงิน , ศูนย์วัฒนธรรม , โรงแรมระดับ 3-5 ดาวขึ้นไป
หอประชุมนานาชาติ , ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ , โซนที่อยู่อาศัยทั้งในรูปแบบบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ล้อมรอบด้วยธรรมชาติของแหล่งน้ำและสวนสาธารณะขนาดใหญ่
นอกจากนี้ จะพัฒนาเขตศูนย์การค้าปลอดภาษี เขตนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเพื่อการส่งออก ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีอาเซียน , เขตศูนย์กลางการบริการทางธุรกิจการเงินและการลงทุน รวมถึงท่าเรือขนส่งสินค้า
บริษัทจีนที่เป็นผู้รับสัมปทาน จะรับผิดชอบการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค มูลค่าลงทุนในส่วนนี้ประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์ฯ จากนั้น จะเปิดให้เอกชนที่สนใจ
รวมถึงนักธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ ซึ่งจีนตกลงแบ่งรายได้ให้ลาว ร้อยละ 50 ของรายได้ค่าเช่า ปัจจุบัน มีนักธุรกิจจากจีนและญี่ปุ่น จองพื้นที่ลงทุนบางส่วนไปแล้ว
ทางการลาว คาดหวังว่า โปรเจ็กต์นี้จะช่วยกระตุ้นจีดีพี ของประเทศให้ขยายตัวได้ถึง 10 เท่าในอนาคต จากปัจจุบัน ขยายตัวร้อยละ 6-7 ต่อปี
ความได้เปรียบของลาว อยู่ที่การเป็นแลนด์ลิ้งค์ (Land link) เชื่อมต่อจีน ไทย เวียดนาม และกัมพูชา ช่วยอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ รวมถึงปัจจัยค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ
จึงดึงดูดนักธุรกิจให้เข้าไปแสวงหาการลงทุน แต่ด้วยจำนวนประชากรทั้งประเทศไม่ถึง 7 ล้านคน อาจทำให้เกิดคำถามว่า ลาว พร้อมหรือยังสำหรับการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะตามมาในเร็วๆ นี้
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีพลเมืองประมาณ 6 ล้านคน กำลังจะจับมือกับจีนในการเนรมิตรให้ บึงน้ำเสียกลางกรุงเวียงจันทร์เป็นศูนย์กลางการค้า การท่องเที่ยว การเงิน
และแหล่งวัฒนธรรมของเวียงจันทน์ จะเป็นสถานที่ ที่ดึงดูดนักธุรกิจ นักลงทุนและนักท่องเที่ยว ให้ไปใช้ชีวิตและทำธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ก็จะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของเวียงจันทน์ ให้เป็นเมืองที่โดดเด่นอันดับหนึ่งในลาว และเป็นเมืองที่น่าสนใจของอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่ม GMS (GREATER MAEKONG SUB-REGION) ซึ่งมี 6 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา เวียดนาม พม่า ลาวและจีน
สถานที่ดังกล่าว เรียกชื่อว่า “บึงธาตุหลวง” (PHA THAT LUANG LAKE)ซึ่งลาวเรียกว่า SPECIFIC ECONOMIC ZONE (SEZ) เข้าใจว่า ลาวจะให้จีนเป็นผู้ลงทุนในการก่อสร้าง “บึงธาตุหลวง” เป็นการนำบึงที่เก็บกักน้ำเสียในกรุงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่ำ มาปรับปรุงโดยทำให้น้ำเสียในพื้นที่ดังกล่าวเป็นน้ำดีและใช้เป็นศูนย์กลางธุรกิจและที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังเน้นให้มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีหอคอยแฝด 2 หอคอย ขนาดใหญ่สูง 150 เมตร พื้นที่ในเขตท่องเที่ยว สถานทูต วัฒนธรรมและธุรกิจการเงินนั้น จะเชื่อมต่อกันด้วยถนนและคลอง (คล้ายกันกับคลองเวนิสในอิตาลี)
ทำให้เกิดความคล่องตัวในด้านต่างๆ ทั้งการค้า โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว มีจุดขายที่น่าสนใจคือมีร้านขายสินค้า BRAND NAME (ปลอดภาษี) มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจระดับโลก ทั้งโรงแรม 5 ดาว และแหล่งบันเทิง ร้านอาหารระดับโลกและสนามกอล์ฟ
ลาวพยายามวางกลยุทธ์ให้ประเทศของตนเองเป็น LAND-LINK หรือคือเป็นเมืองเชื่อมเมือง หรือเป็นประเทศที่เชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ ใน GMS แทนที่จะถูกเรียกว่าเป็น LAND-LOCK หรือคือประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเหมือนแต่ก่อนหากเรากางแผนที่และพิจารณากลุ่ม GMS จะเห็นได้ว่า ลาวเป็นคู่แข่งของไทยด้านการเป็นCENTER OF INTERNATIONAL TRANDE AND LOGISTICS IN GMS
ลาวมีพื้นที่ติดต่อกับไทย พม่า เวียดนาม กัมพูชา และจีนทุกวันนี้สินค้าอุตสาหกรรมที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวันนะเขตของลาว (ที่สะหวันเซโน) ซึ่งห่างจากมุกดาหาร เพียงแค่ 30 นาที สามารถขนส่งไปลงเรือที่ท่าเรืออุ่งหวางทางตอนกลางประเทศวียดนาม
กาแฟและยางพาราที่จัมปาสักทางตอนใต้ของลาว เข้าไทยที่พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี เพื่อขนส่งไปลงเรือแหลมฉบังหรือคลองเตย ในอนาคต หากมีการปรับเส้นทางให้ดี สินค้าหลายอย่างของไทยในภาคอีสาน สามารถขนส่งจากนครพนมไปลาว เข้าเวียดนามและจีน
ขณะนี้ สินค้าหลายอย่างของจีนขนส่งผ่านลาวเข้าพม่า เพื่อเข้าไทย ที่แม่สาย หรือสินค้าไทยขนส่งจากไทยที่แม่สายไปพม่าเพื่อเข้าจีนตามเส้นทาง R3Bขณะเดียวกันสินค้าไทยไปจีนผ่านลาวที่เชียงของไปออกบ่อเต็นที่หลวงน้ำทา และต่อไปจิ่งหง (เชียงรุ้ง) ของจีน เพื่อเข้าคุนหมิง ตามเส้นทาง R3A
ในอนาคต สินค้าขนส่งโดยรถจากเวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ผ่านเข้าไทยไปพม่า ตามเส้นทาง EWEC (EAST WEST ECONOMIC CORRIDOR) หรือเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ
ที่เชื่อมเวียดนาม ลาว ไทย พม่า เข้าด้วยกัน และในอนาคตอันใกล้ สินค้าจากกลุ่ม ACMEC (5 ประเทศในแถบกลุ่มแม่น้ำโขงได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า)และมาเลเซียจะพุ่งต่อไปยังรัฐ 7 สาวน้อย (7 รัฐในภาคอีสานของอินเดีย) ในอินเดียโดยทางรถยนต์
ลองนึกภาพดูว่า หากขนส่งสินค้าทางเรือจากเวียดนาม กัมพูชา ลาวไปอินเดีย จะใช้เวลา 30 วัน แต่หากเป็นการขนส่งทางรถยนต์ จะใช้เวลาเพียง 15 วัน
ขอบคุณที่มา:‘บึงธาตุหลวง’ สปป.ลาว
