นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยในงานสัมมนา ภาษีสรรพสามิตใหม่ ใครได้ ใครเสีย ว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต 2560 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย. 2560 นี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมและลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมรายงานสถานการณ์การกักตุนสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะกฎหมายสรรพสามิตฉบับใหม่จะเป็นการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เปลี่ยนฐานคำนวณภาษีจากราคาหน้าโรงงานอุตสาหกรรม และราคานำเข้าซีไอเอฟ มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ ซึ่งจะมีการปรับลดอัตราภาษีแต่ละสินค้าให้เกิดความสมดุล ไม่สร้างภาระผู้ประกอบการและผู้บริโภค
ทั้งนี้ ยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์การกักตุนสินค้า ยังไม่พบการกักตุนสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้า เพราะกฎหมายฉบับใหม่ ไม่ได้สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ แต่เพื่อต้องการสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม และมีความเหมาะสม ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจะเป็นกลุ่มที่ไม่เคยถูกเก็บภาษีมาก่อน เช่น ภาษีน้ำหวานที่ให้แคลอรี่ โดยจะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 2 ปี ยกเว้นส่วนผสมน้ำตาลเทียม ได้รับการยกเว้น
นายเกียรติชัย โสภาเสถียรพงศ์ ผู้ช่วย รมช.คลัง กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มกระทบกับสิ่งแวดล้อม และกลุ่มสินค้าบาป ซึ่งนโยบายในอนาคตจะมุ่งเน้นให้ดูแลสุขภาพและรักษาสิ่งแวดล้อมตามภาวะสถานการณ์ในขณะนั้น โดยร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพ.ร.บ.สรรพสามิตใหม่ อยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆ นี้
นายสมเดช ศรีสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า คาดว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา จะตรวจร่างกฎกระทรวงเสร็จสิ้น ส่งให้ รมว.คลัง ลงนามได้ หลังจากนั้นจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนกรมจะประกาศกฎหมายลูกทั้งหมดลงบนเว็บไซต์ไม่เกินวันพุธที่ 13 ก.ย.นี้ต่อไป เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบและได้คำนวณภาระต้นทุน กำหนดราคาขายปลีก โดยแนะนำผู้ประกอบการให้มีการวางแผนการเสียภาษีระหว่างช่วงรอยต่อก่อนใช้กฎหมายใหม่ระหว่างวันที่ 15 ก.ย. และ 16 ก.ย. 2560
นอกจากนี้ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าจากผู้ประกอบการอยู่ต่อเนื่อง แต่ในระยะยาวกรมสรรพสามิตจะมีการพัฒนาเครื่องมือขึ้นมาเพื่อสำรวจราคา หลังกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้
นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานคณะกรรมการภาษีและกฎระเบียบของสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า การจัดทำพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่ ได้มีเอกชนเข้าร่วมจัดทำด้วย และเชื่อว่าจะไม่มีการกักตุน รวมทั้งจะไม่กระทบกับผู้ประกอบการเพราะได้ให้เวลาปรับตัวแล้ว โดยมองว่าในระยะสั้นนี้กรมสรรพสามิตยังไม่ควรปรับขึ้นภาษีใดๆ ขณะเดียวกันในอนาคตการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ยื่นแบบเสียภาษีผ่านอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ไฟลิ่ง (e-filing) ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นเดียวกัน
นายธนากร คุปตจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ดิอาจิโอ โอเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มีความกังวลรอยต่อระหว่างปรับฐานคำนวณภาษีใหม่ และเปลี่ยนอัตราสินค้าใหม่ เพราะไม่เห็นอัตราภาษีสินค้าก่อน เนื่องจากต้องรอประกาศ ทำให้ไม่สามารถยื่นแบบเสียภาษีได้ จึงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากรมสรรพสามิต ถึงสามารถคำนวณต้นทุนและกำหนดราคาปลีกแนะนำซึ่งใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีใหม่
ข้อมูล:ข่าวสด