นายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม ได้ติดตามสภาวะอากาศ สถานการณ์น้ำ ร่วมกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง(กอปภ.ก.) และพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆเชิงพื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุดีเปรสชัน “ปาข่า” (PAKHAR) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางเหนือประเทศเวียดนามตอนบน โดยหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม รวมทั้งระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณที่ราบลุ่มมีระดับสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่ง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายว่า ในช่วงวันที่ 28-31 สิงหาคม จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 1-3 กันยายน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ดังกล่าว จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย กำชับหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ จัดชุดร่วมเฝ้าระวังติดตามสถานณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูง(ปริมาณมากกว่า 90 มม./24ชั่วโมง) ให้เตรียมสถานที่ปลอดภัย จุดอพยพ จุดพักพิง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) ชุดหนึงตำบลหนึ่งทีมกู้ภัย(OTOS) พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : ชัยชนะ แดงทองคำ
ผู้เรียบเรียง : อนงนาฎ สิทธิคง
แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม