พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมอุปกรณ์เจาะโพรงดอยผาหมี หลังพบข้อมูลถ้ำจุดที่ 2 ในปล่อง ห่างจากจุดที่ 3 ที่จะเป็นโถงใหญ่ของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนฝั่งขวา หากพบ 13 ชีวิตจะใช้เชือกลำเลียงออกจากปล่อง…
จากภารกิจการโรยตัวช่องโพรงจุดที่ 4 ช่วงช่องเขาดอยผาหมีเมื่อวาน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่มและผู้เชี่ยวชาญนักปีนเขา ได้ทำการโรยตัวลงไปในปล่องโพรง และสามารถทำการขุดเจาะปล่องลงไปด้วยความลึกประมาณ 60 เมตร ก่อนที่จะหยุดทำการเจาะ เนื่องจากอุปกรณ์ในการขุดเจาะไม่พร้อม
ซึ่งโดยภาพรวมของการปฏิบัติปล่องฝั่งดอยผาหมีจากเมื่อวานนั้น ตำรวจได้พบห้องโถงขนาดใหญ่จำนวน 2 ห้อง แต่ทั้ง 2 ห้องนี้ไม่ใช่ห้องที่เชื่อมต่อกับโถงใหญ่ฝั่งขวาของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่เจ้าหน้าที่พบสัญญาณที่ดีคือ มีรูอากาศที่ตรงกับจุด GPS ที่มิสเตอร์เวิร์ธได้ปักหมุดไว้ให้กับเจ้าหน้าที่
ความคืบหน้าล่าสุดมีรายงานจากผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวีจากถ้ำหลวงว่า สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติภารกิจในการเจาะโพรงวันนี้ ทางพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า วันนี้จะทำการขุดเจาะโพรงลึกลงไปอีก 30 เมตร และเชื่อว่านี่จะเป็น 30 เมตรสุดท้ายที่จะพบกับห้องโถงใหญ่ของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพราะจากข้อมูลของนักสำรวจได้ยืนยันว่าโถงในถ้ำหลวงมีความสูงอยู่ที่ 570 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และจุดที่พบปล่องหรือสันเขาดอยผาหมี ขณะนั้นวัดได้ที่ความสูง 620 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
และถ้าแผนทั้งหมดเป็นไปตามความคาดหมายและพบโค้ชและเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ทางเจ้าหน้าที่ก็จะทำการใช้เชือกนำตัวน้องๆ ขึ้นช่องปล่องโพรงจุดนี้ทันที เพราะทางเดินออกจากปากถ้ำไม่สามารถเดินไปได้ เนื่องจากในถ้ำมีมวลน้ำปิดทางออกและไม่สามารถดำน้ำออกไปได้.
ทั้งนี้ ก่อนที่ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะทีมงาน จะไปตรวจสอบปล่องถ้ำผาหมีต่อจากเมื่อวาน รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปยังบริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวง และได้พบกับพระภิกษุกำลังให้พรกับญาติของเยาวชนและโค้ชทีม”หมูป่า” 13 ชีวิตจึงได้เข้าไปสักการะ และมีโอกาสได้พูดคุยถึงความคืบหน้าในการติดตามให้ญาติได้เข้าใจ
ที่มา:https://www.thairath.co.th/content/1323033
