สลด!! ชาวนาขอนแก่น วัย67ปี วูบกลางแดดเสียชีวิต ขณะเตรียมรถไถนา   

สลด ชาวนาวัย 67 ปี วูบเสียชีวิตกลางแดด ขณะเตรียมรถไถจะทำการไถนา ภรรยาเกิดเอะใจทำไมผู้ตายไม่กลับมากินข้าวที่บ้าน มาพบนอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถไถกลางทุ่งนา

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 10 มิถุนายน 2561 พ.ต.ท.อำนาจ  เชาว์เชอรี่ สว.(สอบสวน)  สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุสภ.บ้านไผ่ว่า ชาวบ้านภูเหล็ก ตำบลภูเหล็ก อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แจ้งว่า มีชาวบ้านไถนาแล้วเป็นลม เสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา พื้นที่บ้านหนองรูแข้ ม. 2 ต.ภูเหล็ก ขอให้ไปชันสูตรศพด้วย หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ประสานแพทย์ร่วมชันสูตรศพผู้ตาย จากนั้นไปตรวจที่เกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงที่นา จุดที่มีผู้เสียชีวิต ห่างจากหมู่บ้านภูเหล็กไปประมาณ 1 กม.พบศพนายหัน  วงศ์ชารี อาย 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 2 บ้านภูเหล็ก ตำบลภูเหล็ก อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นอนตายอยู่กลางทุ่งอยู่ แพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันชันสูตรศพผู้ตาย  สภาพศพไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด เสียชีวิตประมาณ 3  ชม.

นางบุญรำ  วงศ์ชารี อายุ 64 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิตและเป็นผู้พบศพคนแรก ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งน้ำตาว่า สามีเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนจะเสียชีวอต สามีนำรถไถออกจากบ้านมาไถนาตั้งแต่เช้า พอตกบ่ายก็ยังไม่เห็นกลับไปกินข้าวที่บ้าน จึงตัดสินใจมาดูที่ทุ่งนา พบสามีนอนตายอยู่ข้างรถไถกลางทุ่งนา จึงรีบตะโกนบอกเพื่อนบ้านที่มีที่นาใกล้ๆกันให้แจ้งญาติพี่น้องและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่ชาวบ้าน ที่มีที่นาใกล้ๆกัน ให้การว่า เห็นผู้ตายติดเครื่องรถไถนา และก็ไถนาไปเรื่อย ก่อนเทียงได้หยุดพักนำวัวควายไปกินน้ำ จากนั้นก็กลับมาไถนาอีกครั้ง แต่เครื่องสตาร์ทยาก เมื่อเสียงรถไถเงียบ ทุกคนคิดว่าผู้ตายหยุดพัก กลับบ้านไปกินข้าว จึงไม่มีใครเดินมาดู จนกระทั่งภรรยามาหาสามีที่ทุ่งนาจึงรู้ว่าสามีตายแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.อำนาจ  เชาว์เชอรี่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่แล้วไม่พบร่องรอยต่อสู้ อีกทั้งตามร่างกายผู้เสียชีวิตไม่มีบาดแผล??ใดๆ จึงคาดว่า นายหัน น่าจะเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน อาจจะเกิดจากอาการเหนื่อยหล้า อีกทั้งเครื่องไถนาสตาร์ทติดยากต้องใช้แรงในการสตาร์ท  ประกอบกับอากาศร้อนจัด ทำให้นายหัน หัวใจวายเสียชีวิต ซึ่งภรรยาและญาติพี่น้องไม่ติดใจการตาย จึงมอบศพให้นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ที่มา:https://www.khonkaenlink.info/home/news/6372.html#.Wx1LNk7TO1k.facebook

Comments

comments