จากคดีสุดสะเทือนใจ กรณีการจับกุมผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ หรือ โอ้ต แสนกล้า อายุ 24 ปี, นายปัฐวีร์ หรือ ทีม บุญธรรม ,นายปัญญา หรือ วิว จันสมดี อายุ 18 ปี และ นายสุรสิทธิ์ หรือ บอล ใจคำมี อายุ 24 ปี หลังร่วมกันก่อเหตุพา น.ส.กิ๊ฟ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ที่อยู่ในอาการหมดสติไปรุมโทรมข่มขืน
โดย เรื่องดังกล่าวเกิดข้อสงสัยในเชิงคดีมากมาย มีการตั้งคำถามจากญาติผู้เสียชีวิตและชาวโซเชียล เริ่มต้นจากสาวเสื้อดำสายเดี่ยวที่ปรากฎอยู่ในเหตุการณ์ แต่ภายหลังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการจับกุมหรือนำตัวมาสอบสวน
เกี่ยวกับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามถึงสาวเสื้อดำสายเดี่ยวนี้ ล่าสุดโลกโซเชียลได้มีการแชร์ คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “เพื่อนสาวของกิ๊ฟ ที่ถูกข่มขืนในคืนนั้น ….มาฟังคลิปที่มันคุยกับคนอื่นว่าเป็นอย่างไร? สิ่งที่สงสัยคือตอนทำแผนทำไมไม่มีผู้หญิงคนนี้? #คดีดังอุ้มสาวจากผับดังไปข่มขืน”
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังสาวสายเดี่ยวรายดังกล่าว ซึ่งเปิดเผยว่า ไม่ได้รู้จักกับน้องกิ๊ฟ ผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ช่วยพาออกมาจากผับเพราะล้มลง โดยที่ตนเองนั้นรู้จักกับกลุ่มผู้ชายผู้ต้องหาบางคน ซึ่งหญิงสาวสายเดี่ยว ยืนยันว่าได้เข้าไปช่วยเพียงพยุงไปที่รถ และพบว่าน้องกิ๊ฟ นั้นอยู่ในอาการเมา จนไม่ได้สติ แต่ยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน หลังจากช่วยเหลือแล้ว ตนเองก็กลับบ้านและไม่ทราบเรื่องใดๆ จนตำรวจโทรมา ถึงทราบว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว
โดยก่อนหน้านั้น แม้ว่า 3 ผู้ต้องหาจะยอมรับสารภาพลงมือข่มขืน น.ส.กิ๊ฟ จริง แต่ปฏิเสธเรื่องการมอมยาตามที่ถูกกล่าวหา และเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเบื้องต้น ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยที่ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืน อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ส่วน นายสุรสิทธิ์ หรือ บอล ผู้ต้องหารายที่ 4 ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ร่วมลงมือข่มขืน โดนข้อหา สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยที่ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืน อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง
ระหว่างรอจากแพทย์นิติเวชในการตรวจชิ้นเนื้อกระเพาะเพื่อหาว่ามีสารพิษในร่างกายผู้เสียชีวิตหรือไม่ และเกิดจากยาชนิดใด โดยหากพบว่ามีการใช้ยาเพื่อการก่อเหตุ ทางพนักงานสอบสวน จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกกระทงหนึ่ง
รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการฆาตกรรมโดยตรง เนื่องจากการสืบสวนในเชิงลึก พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มีพฤติกรรมทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ ซึ่งญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตบางส่วน เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมีเจตนาฆ่าน.ส.กิ๊ฟ เพราะมีการติดตามผู้เสียชีวิตที่เป็นเป้าหมายมาระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งในจุดเกิดเหตุการเสียชีวิต พบว่าเสื้อผ้าของ น.ส.กิ๊ฟไม่ใช่ชุดที่ใส่ไปเที่ยวผับในวันนั้น ไม่ตรงกับชุดที่พบในวันเวลาที่น.ส.กิ๊ฟนอนเสียชีวิตในบ้านเกิดเหุตทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตัดประเด็นการขัดแย้งธุรกิจดังกล่าว และเร่งสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานขยายผลต่อไป
ขอบคุณที่มา : Social Hunter V.3
