ประวัติโชกโชน!! คุมตัวสองสามีภรรยา ทำแผนจี้ชิงรถสาวบ้านไผ่ อ้างต้องการพาลูกไปส่ง รพ.(คลิป)

ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ คุมตัวสองสามีภรรยาก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์สาวร้านเสริมสวย ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาอ้างเพียงต้องการนำรถพาลูกไปโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พ.ค.61 พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ คุมตัวนายนนท์นริศ เนตรประชา อายุ 35 ปี และนางสาวพรศิริ เพ็งไร่ขิง อายุ 28 ปี ชาวอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ผู้ต้องหาในคดีใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ขจ 2151 ขอนแก่น ของนางสาวรัตนา วิชาศรี อายุ 25 ภายในสถานีบริการน้ำมัน ริมถนนมิตรภาพ บ้านเกิ้ง ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา

Historical embedded content is inactive.

โดยจุดแรก นายนนท์นริศ ได้พาตำรวจไปชี้จุดที่ตนเองและภรรยา ได้ไปชำระล้างตัวบริเวณก๊อกน้ำด้านหลังห้องสุขาหญิงภายในสถานีบริการน้ำมัน หลังจากร่างกายของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีคราบดินโคลนเปอะะปื้นตามตามร่างกาย จากการขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ที่ผู้ต้องหาขโมยมาที่จังหวัดนครพนม เสียหลักลงข้างทางในพื้นที่อำเภอโนนศิลา เขตรอยต่ออำเภอบ้านไผ่

จากนั้น ผู้ต้องหาได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดทำแผนในจุดที่ 2 คือที่บริเวณม้านั่งหน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาพร้อมลูกวัย 3 ขวบ นั่งรอผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ เพื่อจะกลับมาขึ้นรถ ผู้ต้องหาได้เข้าไปพูดคุย โดยขอให้ผู้เสียหายไปส่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอบ้านไผ่ โดยเสนอค่าตอบแทน เป็นเงิน 500 บาท แต่ด้วยความสงสารผู้เสียจึงอาสาไปส่งโดยไม่คิดค่าตอบแทน

โฉมหน้านายนนท์นริศ และ น.ส.พรศิริ ที่ก่อเหตุออกอุบายหลอกจี้ชิงรถเก๋งของ น.ส.รัตนา

จากนั้นผู้ต้องหาทั้งหมด จึงขึ้นไปนั่งบนเบาะด้านหลังคนขับ ก่อนที่รถจะขับออกไป โดยกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปทำแผนในจุดที่ 3 ที่บริเวณถนนมิตรภาพ ห่างจากสถานีบริการน้ำมันประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่นายนนท์นริศ ผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาออกมาจี้ชิงรถยนต์ของผู้เสียหาย ก่อนที่ผู้เสียหายจะยอมลงจากรถยนต์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามในเวลาต่อมา

นายนนท์นริศ ให้การรับสารภาพว่า ตนและภรรยาพร้อมลูกวัย 3 ขวบ เดินทางมาจากจังหวัดนครปฐม โดยรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งรับว่าเป็นรถยนต์ที่โจรกรรมมาจริง ขณะขับมาในพื้นที่อำเภอโนนศิลา ได้เกิดรถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ทำให้ตนเอง ภรรยา และลูกได้รับบาดเจ็บ และมีคราบสกปรกติดตามร่างกาย

จากนั้นจึงเดินทางต่อมายังอำเภอบ้านไผ่ โดยอาศัยโบกรถประจำทาง กระทั่งมาถึงสถานีบริการน้ำมัน จึงพากันมาชำระล้างร่างกายที่เปอะเปื้อน จากนั้นจึงพากันไปนั่งรอเหยื่ออยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งขณะนั้นมีหญิงสาว ซึ่งเป็นผู้เสียหายขับรถมาจอด แล้วเดินเข้าไปซื้อของ ตนและภารยาจึงดักรอ เมื่อหญิงสาวเจ้าของรถยนต์กลับออกมา ตนจึงเดินเข้าไปหา โดยขอให้ไปส่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยเสนอค่าจ้างให้ 500 บาท แต่หญิงสาวเจ้าของรถปฏิเสธรับเงิน แต่อาสาไปส่งตามคำขอ หลังจากที่รถวิ่งออกไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ตนจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาจี้ที่บริเวณคอของหญิงสาว พร้อมกับบอกว่า ให้ลงจากรถไป เพราะตนต้องการเพียงรถยนต์ ไม่ได้ต้องการอย่างอื่น

ซึ่งขณะนั้นหญิงสาวก็บอกกับตนว่า อาสามาช่วยทำไมถึงทำแบบนี้ แต่ตนก็บังคับให้หญิงสาวลงจากรถไป และตนก็ขับรถออกไปพร้อมกับภรรยา โดยยืนยันว่าต้องการนำรถเพื่อพาลูกไปโรงพยายาลเพื่อรักษาอาการป่วยโรคลมชักเท่านั้น ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องหาโดยเฉพาะนายนนท์นริศ ถูกตำรวจจังหวัดนครปฐมออกหมายจับในคดีลักทรัพย์นายจ้างมาก่อน และคดีชิงทรัพย์รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ คันที่ประสบอุบัติเหตุ คาดว่าจะนำรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ที่ต้องการประสงค์ ต่อทรัพย์ แต่มาประสบอุบัตเหตุก่อน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อกล่าวหากับสองสามีภรรยา คือ ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืน, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไป ในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร

Historical embedded content is inactive.

ภาพ/ข่าว:กัมพล ทีวี,ข่าวคนบ้านไผ่,KHONKAENLINK KKL

Comments

comments