วันที่ 19 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียลว่า มีสาว อายุ 16 ปี มีพฤติกรรมคล้ายกับน้องน้ำมนต์ คือหลอกให้ชายหนุ่มมาแต่งงานแล้วเชิดเงินค่าสินสอดหลบหนีไป โดยมีญาติของหนุ่มวัย 18 ปี ได้โพสต์ข้อความลงไป ทำให้มีประชาชนพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากนั้น เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในอ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พบนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายนั่งอยู่บ้านพร้อมพ่อ แม่ โดยมีญาติๆ ที่ทราบข่าวพากันมาให้กำลังใจ ขณะที่ นายเอ มีสีหน้าที่ยังไม่คลายจากอาการเศร้าโศกเสียใจที่โดน น.ส.ออย (นามสมมุติ) ทอดทิ้งไปอย่างไม่แยแสแม้ว่าจะได้มีการแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้องตามประเพณีแล้วก็ตาม
นายเอ เล่าว่า ตนเสียใจมากที่มาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เนื่องจากว่าตนรัก น.ส.ออยมาก โดยรู้จักกันทางสื่อออนไลน์ จากนั้น น.ส.ออย ได้มาหาตนที่บ้าน และได้มาอยู่กับตนเป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นพ่อแม่ของตนจึงได้ตกลงใจไปสู่ขอและจัดพิธีแต่งงานให้ตนกับ น.ส.ออย เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันที่บ้านของฝ่ายหญิง น.ส.ออย ได้หนีออกไปจากบ้าน 2 ครั้ง โดยอ้างว่าไปกินเหล้ากับเพื่อนและเมาไม่สามารถกลับบ้านได้
ซึ่งเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ตนพบว่า น.ส.ออย เอาโทรศัพท์ของตนไปเล่นไลน์กับผู้ชายคนใหม่ โดยเรียกกันว่าที่รัก ทำให้ตนโมโหมาก แต่ตนก็อดทนมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค.61 น.ส.ออย ได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงได้โทรศัพท์บอกพ่อแม่ให้ไปรับตนกลับมาบ้าน พร้อมทั้งขอสินสอดทองหมั้นคืน โดยตนแต่งงานค่าสินสอดทั้งสิ้น 40,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งงานอีกประมาณ 20,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ของ น.ส.ออย ได้คืนเงินให้ตน 1,000 บาท และทองหนัก 1 บาท โดยอ้างว่าเงินใช้จ่ายไปหมดแล้ว
นายเอ กล่าวต่อไปว่า ตนรู้สึกผิดสังเกตตั้งแต่ช่วงที่ทำพิธีแต่งงานกัน เนื่องจากว่าไม่มีญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงมาร่วมพิธีแต่อย่างใด มีเพียงพ่อแม่ ผู้ใหญ่บ้านและญาติอีก 2 คน รวมแล้วประมาณ 6 คนเท่านั้น ขณะที่ญาติของตนไปประมาณ 50 คน และจัดพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่ายมาก เหมือนกับเกรงว่าคนจะรู้เรื่องนี้ ญาติของตนต้องเอาเสื่อไปปูนั่งใต้ต้นไม้
การที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เนื่องจากตนรู้เรื่องจากคนในหมู่บ้านของฝ่ายหญิงว่า น.ส.ออยเคยมีแฟนมาแล้ว 4 คน ตนเป็นคนที่ 5 ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนคนที่ 4 ตนทราบว่าหมดเงินไปกับการเป็นค่าสินสอดทองหมั้น ประมาณ 100,000 บาท ตนไม่ติดใจเอาความกับ น.ส.ออย แต่ตนอยากขอเตือนไปยังหนุ่มทุกคนที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ น.ส.ออยว่า ขอให้ระมัดระวังให้ดี อย่าตกเป็นเหยื่อ เพราะว่าจะหลอกแต่งงานแล้วเชิดเงินหนีเหมือนที่ตนกำลังเป็นอยู่อย่างนี้ ซึ่งผู้ชายคนใหม่ที่กำลังถูก น.ส.ออย หลอกว่าจะแต่งงานด้วย กำลังคบกันได้ 3 วัน แต่พอทราบเรื่องของตน ผู้ชายคนใหม่ก็รีบหลีกหนีหายไปทันที
ด้านพ่อของนายบอย กล่าวว่า ค่าสินสอด 40,000 บาท ที่ตนเสียไปนั้น สำหรับคนมีเงินอาจจะไม่มากนัก แต่สำหรับตนแล้วซึ่งมีฐานะไม่ได้ร่ำรวย เงินจำนวนนี้มีค่ามาก ตนคาดไม่ถึงว่า น.ส.ออย จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ และหากว่า น.ส.ออย ย้อนกลับมาหาลูกชายของตน ตนไม่ยอมรับ เพราะว่าพฤติกรรมแบบนี้รับไม่ได้ อีกทั้งลูกสาวของตนได้ค้นหาในสื่อออนไลน์พบว่า น.ส.ออย คบหากับผู้ชายอีกหลายคน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน และได้รวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว แต่จะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์และต้องการให้ผู้ชายคนอื่นๆ ได้ทราบพฤติกรรมของ น.ส.ออยเท่านั้น
ที่มา:ข่าวสด
