รอเก้อ!! ไร้เงาอธิการฯ มมส. ปัดสื่อไม่แถลงผลสอบ อาจารย์สั่งกราบ-ทุบหลังน้องแบม อ้างส่งให้เลขาฯ กกอ.แล้ว

ม.มหาสารคาม ไม่แถลงผลสอบอาจารย์ทุบหลังน้องแบม ปณิดา และสั่งกราบเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ปล่อยนักข่าวรอเก้อนานกว่า 5 ชั่วโมง ไร้เงาอธิการบดีหรือผู้เกี่ยวข้องชี้แจงหรือแถลงการณ์ใด ๆ

จากกรณีที่ นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น จน ป.ป.ท.เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบการทุจริต ล่าสุด พบการกระทำทุจริตลามไป 44 จังหวัดทั่วประเทศ

แฟ้มภาพ

โดยเมื่อวันที่12 มีนาคม 61 เป็นวันครบกำหนดการตรวจสอบข้อเท็จจริง การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ทางสภาคณาจารย์  ม.มหาสารคาม  ยื่นข้อเรียกร้องต่อมหาวิทยาลัยฯ  ให้ตรวจสอบอาจารย์ที่เกี่ยวข้องในคณะฯ ทั้ง 6 ประเด็น  แต่ได้มีการแจ้งเลื่อนนัดสื่อมวลชนออกไปเป็นวันนี้ (13 มีนาคม61)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561  ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่อาการกองกิจการนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เพื่อติดตามข่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ปรากฏว่า วันนี้ ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไม่ออกมาชี้แจงหรือแถลงข่าวให้สื่อมวลชนรับทราบต่างอย่างใด ทำให้นักข่าวต้องนั่งรอนานถึง 5 ชั่วโมง และไม่ได้มีการมอบหมายใครมาชี้แจงทั้งสิ้น

จนท้ายที่สุดได้มีการแจ้งผ่านเจ้าหน้าที่กองประชาสัมพันธ์และกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าจะไม่มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยฝากข้อความมาว่า “การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีของนิสิตกับอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตามที่เป็นข่าวแพร่หลายในสื่อต่างๆ มาแล้วนั้น ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อดังกล่าวไปแล้วนั้น บัดนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมายังมหาวิทยาลัยมหาสารคามแล้ว พร้อมทั้งได้มีการสั่งการในขั้นตอนต่อไป และได้รายงานผลการดำเนินการเบื้องต้นนี้ ไปยังเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อทราบแล้ว”

ด้าน ผศ.ดร.วิรัติ ปานศิลา ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า การที่อธิการบดีไม่ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อทางมหาวิทยาลัยฯ หากออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็จะเป็นผลดีมากกว่าปกปิด ถึงแม้จะอ้างว่าได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษาแล้ว ซึ่งในเรื่องของการตรวจสอบ 6 ประเด็นที่ทางสภาคณาจารย์ได้ยื่นหนังสือถึงทางมหาวิทยาลัย ผลการสอบเป็นการบอกว่าเป็นการสรุปว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ไม่มีการตัดสินว่าใครผิดใครถูก ส่วนประเด็นการฟาดหลัง หรือทุบหลัง ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง เพียงแต่อีกฝ่ายบอกว่าฟาดหลัง แต่อีกฝ่ายบอกว่าแค่ลูบเบา ๆ ข้อเท็จจริงก็คือมีการสัมผัสกัน ซึ่งผลที่ออกมาอธิการบดีควรออกมาแถลงต่อสาธารณชนให้ทราบ ไม่ควรนิ่งเฉยให้สังคมรู้สึกคลุมเครือ

ที่มา:sarakham360

Comments

comments