แค่หยอกล้อ!!อาจารย์ มมส. ยันไม่ได้ทุบตีนิสิต ที่เปิดโปงโกงเงินคนจน-โร่แจ้งความถูกข่มขู่

วันที่ 7 มี.ค.61 ที่ห้องอินทนิล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผศ.ดร.กนกพร รัตนสุธีระกุล คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณาจารย์ภายในคณะ แถลงชี้แจงกรณีอาจารย์ในภาควิชา ทุบหลังน.ส.ปณิดา หรือน้องแบม ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 ที่ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตภายในศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น

ผศ.ดร.กนกพร กล่าวว่า น.ส.ปณิดา เหลือวิชาเรียนอีก 2 ตัวคือ วิชาพัฒนาชุมชนภาคนิพนธ์ ที่เปลี่ยนพื้นที่การทำวิจัยจาก จ.ขอนแก่น มาอยู่ที่เทศบาลเมืองมหาสารคาม เพื่อให้ได้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และเพื่อความปลอดภัยของตัวนิสิต ส่วนอีกวิชาคือ วิชาสัมมนาปัญหาพัฒนาชุมชน ที่มีการเรียนในเดือนเม.ย.นี้ ยืนยันว่าน.ส.ปณิดา จะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้ทันเพื่อนแน่นอน

ด้านน.ส.สายไหม ไชยศิรินทร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงกรณีสั่งให้กราบผู้ที่ทุจริตภายในศูนย์คนไร้ที่พึ่ง และทุบหลังน้องแบมว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีสั่งให้กราบนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ตนทราบปัญหาของนิสิต เกี่ยวกับความไม่สบายใจของนิสิตในการพบการทุจริตภายในศูนย์ ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ไปไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างนิสิตและเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนไม่สามารถก้าวล่วงได้ว่ามีการกระทำทุจริตเกิดขึ้นจริงหรือไม่

หัวหน้าภาควิชาฯ กล่าวว่า เมื่อไกล่เกลี่ยเสร็จแล้ว ได้สอบถามนิสิตว่ายังต้องการฝึกงานต่อหรือไม่ ซึ่งน.ส.ปณิดา และเพื่อนจะฝึกงานต่อ เพราะเหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะฝึกงานเสร็จ และเพื่อให้บรรยากาศการฝึกงานราบรื่น จึงให้นิสิตกราบขอโทษเจ้าหน้าที่ซึ่งตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็กล่าวขอโทษด้วย ทั้งนี้ ในตอนนั้นตนบอกให้กราบขอโทษผู้ใหญ่ ไม่ใช่ให้กราบขอโทษคนโกง

น.ส.สายไหม กล่าวว่า ส่วนกรณีทุบหลัง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นได้เรียกนิสิตเข้ามาพูดคุยเรื่องการฝึกงาน ซึ่งน.ส.ปณิดา ถามตนว่ามีจดหมายจากป.ป.ท. มาถึงคณะแล้วหรือยัง ตนก็ว่ายังไม่เห็น จึงขอดูจดหมายจากน.ส.ปณิดา แต่ไม่ได้เอามาด้วย จึงบอกไปว่าอยากให้ทางหน่วยงานทำหนังสือแจ้งมายังคณะเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งวันนั้นยังไม่มีใครทราบเรื่องที่เกิดขึ้น กลุ่มเพื่อนที่ไปฝึกงานก็ไม่ทราบว่ามีการเข้าไปให้ปากคำกับป.ป.ท. และเกิดความรู้สึกว่าน.ส.ปณิดา ปิดบังข้อมูลบางอย่าง จึงรู้สึกหมั่นเขี้ยว จึงทุบหลังน.ส.ปณิดา ไปแต่ไม่ได้มีอารมณ์โกรธเกรี้ยว เพราะถ้าหากน้องบาดเจ็บ บอบช้ำก็ต้องไปหาหมอแล้ว ไม่ได้ทำร้ายหรือข่มขู่คุกคาม

หัวหน้าภาควิชาฯ กล่าวว่า แต่พอมีข่าวออกไป ทำให้เกิดกระแสโจมตีมาที่ตนและคณะมาก จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรมว่าตนถูกละเมิดสิทธิ์ ถูกข่มขู่คุกคามสารพัด ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถูกตีตราจากสังคมว่าเราเป็นคนผิด ทั้งที่ฟังความข้างเดียว และบ่ายวันนี้ จะไปแจ้งความกรณีถูกข่มขู่ คุกคาม จากเพจข่าวละบุคคลที่นำข้อความเป็นเท็จไปโพสต์บนโลกออนไลน์ และมีคลิปเสียงที่มีคนโทรศัพท์เข้ามาภายในคณะ ลักษณะข่มขู่ว่าจะกรีดรถของอาจารย์ในคณะทุกคน หากไม่ได้พบตนเอง ทั้งนี้ ไม่อยากให้มองว่าอาจารย์มีความขัดแย้งกับลูกศิษย์ เรื่องที่เกิดขึ้นต้องให้อภัยกัน การให้อภัยถือเป็นการให้ทานอย่างสูงสุด

ที่มา:ข่าวสด,ช่อง 3

Comments

comments