จับสึกทันที!! พระอ้างสีกามีปัญหาที่บ้านเลยให้มานอนห้องข้างๆ กุฏิ จนท.ตรวจค้นผงะเจอถุงยางใช้แล้ว!?(คลิป)

ปลัดอำเภอเมืองชัยนาท นำกำลัง จนท.บุกวัดเขาท่าลาภ ม.7 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท หลังทราบว่า มีพระมั่วสีกาคาห้องพัก ตรวจค้นพบสีกาอยู่กับพระ โดยเจอถุงยางอนามัยใช้แล้วตก 1 ชิ้น จับไปสึกทันที.

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ชาวบ้าน ม.7 ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท ว่า นางวารี โยมงาม อายุ 44 ปี มีท่าทีไม่ชอบมาพากล เหมือนถูกเล่นของใส่ และถูกโน้มน้าวจิตใจ มีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากเดิมที่ต้องไปตั้งร้านขายกาแฟ และเครื่องดื่มตามงานประจำปีต่างๆ แต่พักหลังนี้ไม่ยอมไปตั้งร้านหรือทำงานตามปกติ จ้องที่จะไปที่วัดอย่างเดียว ไปตั้งแต่เช้าจนดึกๆดื่นๆ ก็ไม่ยอมกลับบ้าน ซึ่งพอสามีและญาติทวงถามก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันยกใหญ่ จึงหนีไปนอนที่วัดกับหลวงพี่รูปหนึ่ง

จากนั้นเวลา 22.30 น. นายณัฐวุฒิ ตั่งสินชัย ปลัดอำเภอเมืองชัยนาท จึงประสานเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมด้วยฝ่ายปกครองจังหวัดชัยนาท เข้าตรวจค้นวัดเขาท่าลาภ ม.7 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท พบพระสมพร สุเขสิโน หรือนายสมพร สิงห์ปรีชา อายุ 49 ปี อยู่ที่กุฏิ พบว่าอยู่กับนางวารีจริง แต่อยู่คนละห้อง มีสีหน้าหวาดวิตกกังวล พร้อมยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่มีอะไรไม่ได้ทำผิดอะไร เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นห้องที่นางวารี ออกมา พบว่าใต้ที่นอนมีถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วซ่อนอยู่

ส่วนที่ห้องของพระสมพร พบกระเป๋าถือและกระเป๋าสตางค์อยู่ในลิ้นชักเก็บของ โดยระหว่างการรื้อค้น ทั้งคู่ให้การบ่ายเบี่ยงโดยเด็กวัด อายุ 12 ปี คนสนิทของพระสมพร ได้รับเป็นเจ้าของถุงยางเอง อ้างว่านำมาฉี่ใส่เล่นๆ ส่วนกระเป๋าของนางวารีนั้นตนก็เป็นคนนำมาเก็บไว้ที่ห้องของหลวงพี่เอง พร้อมนำตัวพระและเด็กวัด ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ

ด้านพระสมพร ให้การว่า นางวารี มาดูดวง และมาระบายความทุกข์เกี่ยวกับครอบครัวจนถึงขั้นเครียดมาก ขอนอนพักที่กุฏิตนเห็นว่าไม่มีที่ไป จึงให้นอนด้วยไม่มีอะไรเกินเลยและไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนถุงยางก็ไม่ใช่ของตน ตั้งแต่บวชมา 30 กว่าพรรษาไมเคยมีเรื่องแบบนี้

นางบุญชู เอี่ยมละออ อายุ 51 ปี ผู้ที่มาเป็นเพื่อนนางวารี เปิดเผยว่า ตอนที่มานั้นนางวารีชวนมาตนก็มาด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา มานอนอยู่ในห้องเดียวกันสามคน ตนนอนที่เท้าของทั้งคู่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรกันตนก็ไม่คิดว่าจะเลยเถิด

ทางด้านเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง และเสื่อมเสียชื่อเสียงศาสนาพุทธ เพราะหลักฐานทุกอย่างแน่นหนา แม้ว่าทางพระสมพร ยืนกรานว่าไม่ได้ทำ ทางเจ้าหน้าที่จึงพามาสึกที่ วัดศรีวิชัยวัฒนาราม โดยมีพระครูวิชัยกิจจาทร รองเจ้าคณะอำเภอเมือง เป็นผู้สอบสวนและสึกทันทีเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะว่า การกระทำดังกล่าวผิดวินัยร้ายแรงของวงการพระสงฆ์ ที่มิควรกระทำต่อฆราวาสที่เลื่อมใสและศรัทธา.

ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์

Comments

comments