ไม่มีใครรู้วันสุดท้ายของชีวิต!!….. จากใจ…”คนขายประกัน”

จากใจคนขายประกันคะ
ผมเคยไปขายประกันชีวิต ผัวกำลังจะเซ็นเมียตวาด ” ทำอะไร “
ผัวบอก ” จะทำประกัน “

เมีย ” ทำๆไมตายก็ไม่ไดใช้ สวดคืนเดียวเลี้ยงข้าวต้มเผาเลย “
ผัวเชื่อเมีย ” ไม่ทำก็ไม่ทำ “ ไม่แน่ใจว่าเชื่อเมียหรือรำคาญกันแน่
เวลาผ่านไป 9 เดือน

ผัวเลิกงานตีสองก่อนนอนแกขับมอร์เตอร์ไซด์ไปจ่ายตลาดให้เมียทุกวัน
เพราะเมียแกเป็นแม่ค้าส้มตำ ในขณะที่แกกำลังจะขึ้นสะพานข้ามแยก
รถพ่วงมาจากภาคใต้มาส่งสินค้าที่บางบอน

ช่วง” ตีสอง” มันดึกมากตำรวจนอนกันหมดแล้วคนขับรถพ่วงจึงลักไก่
ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวาเพื่อกลับรถไปข้างสะพานฝั่งขวาเพื่อกลับทางเดิม
โครม!!!! กลางลำรถพ่วง คนขับรถพ่วงยังไม่ทันสังเกตุขับเคลื่อนไปอีกนิด
รถบรรทุกหนักๆทับกลางลำตัวคนขับมอร์ไซด์ขาดครึ่ง
แกไปจ่ายตลาดครั้งสุดท้ายไม่ได้กลับมาอีกเลย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

เงินเดือน 15,000 บาท จากอาชีพขับรถขนเศษอาหาร
จากร้านอาหารไปส่งบ่อเลี้ยงปลาหายไปทันทีไม่มีอีกแล้ว
เมียร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจจากการจากไปของผัว
เมียนำร่างไร้วิญญาณของผัวไปจัดงานที่บ้านเกิดที่ภาคอิสาน
ผมก็ตามไปงานศพเช่นกัน ครั้งแรกที่เมียแกเจอหน้าผม

“เป็นเพราะมึงแช่งผัวกูๆผัวกูจึงตายเร็ว มึงยังมีหน้ามาอีกหรือ ?!”

พี่ครับ ! ผมขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ ผมไม่มีเจตนาสาปแช่งพี่เขาหรอกครับ
ที่ผมมาขายประกันเพราะผมเป็นห่วงพี่และลูก กลัวว่าวันนี้จะมาถึง พี่และลูกๆจะลำบาก
ที่สำคัญ หากผมเก็บเงินพี่ไปแค่ 28,000 บาท
บริษัท ….ต้องจ่ายงวดแรก 500,000 บาท และ ไม่เกิน 15 วันอีก 400,000 บาท
บริษัท….. คงเจ๊งพอดีครับ
หมายความว่าไง ?

คืนนั้นประมาณ”ตีสอง “หลังที่ผมไปพบพี่ที่ร้านส้มตำประมาณ 2 เดือน ผัวพี่นัดผมไปทำประกันชีวิตให้ที่ร้านอาหารแถวๆถนนพระรามสอง แกบอกว่าแกมีเงินไม่มากทำอะไรได้บ้าง ผมจึงทำประกันอุบัติเหตุให้แก ทุนประกัน 500,000 บาท และ ประกันชีวิตอีก 400,000 บาท วันนี้พี่ผู้ชายทิ้งเงินเดือนล่วงหน้าให้พี่และครอบครัวรวม 900,000 บาท มันอาจไม่มากแต่มันก็ไม่น้อยเหมือนกัน วันนี้ผมมาทำหน้าที่ของตัวแทนอย่างอาลัย แต่ผมภาคภูมิใจในตัวพี่เขามากๆ
ไม่มีใครรู้ว่าวันสุดท้ายคือเมื่อไหร่ แต่พี่เขามองไกล.

ที่มา:Cherrini Sirisub

Comments

comments