นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2561 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ได้ออกรายงานทบทวนรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2560 (2017 Out-of-Cycle Review of Notorious Markets) ทั้งตลาดที่มีการขายสินค้าละเมิด (Physical Markets) และตลาดออนไลน์ (Online Markets) โดยในปีนี้ไม่ปรากฏชื่อย่านการค้า/ศูนย์การค้าในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการละเมิดสูง (Notorious Markets) เลยแม้แต่แห่งเดียว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2550-2559 มีย่านการค้า/ศูนย์การค้าที่เคยถูกระบุว่าเป็น Notorious Markets จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า คลองถม สะพานเหล็ก บ้านหม้อ ตลาดนัดจตุจักร ศูนย์การค้าเอ็มบีเค ตลาดนัดถนนวิทยุ ถนนสุขุมวิท ซอย 3 ถึง 19 พัฒน์พงษ์ หาดกะรน (จ.ภูเก็ต) หาดป่าตอง (จ.ภูเก็ต) ศูนย์การค้าไอทีซิตี้ (พัทยา) และตลาดโรงเกลือ (จ.สระแก้ว) ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการกวดขันปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยถูกระบุว่าเป็น Notorious Markets มีการจับกุมกว่า 700 คดี ยึดของกลางเกือบ 150,000 ชิ้น ในช่วงเดือนม.ค.-ก.ย. 2560 จนกระทั่งเหลือเพียงแห่งเดียว คือ ศูนย์การค้าเอ็มบีเค ในการประกาศครั้งที่แล้ว และไม่เหลือเลยแม้แต่แห่งเดียวในการประกาศครั้งนี้
นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากในรายงานของ USTR จะไม่มีชื่อย่านการค้า/ศูนย์การค้าของไทยเป็น Notorious Markets อีกต่อไปแล้ว USTR ยังได้ชื่นชมถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการของรัฐบาล ซึ่งได้สั่งการให้ดำเนินการปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจังจนการละเมิดได้หมดสิ้นไปในหลายพื้นที่ตั้งแต่เดือนก.ค. 2560 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ ในปีนี้ USTR ระบุรายชื่อแหล่งขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทางออนไลน์ (Online Markets) ได้แก่ เว็บไซต์ 1FICHIER.COM 4SHARED.COM DHGATE.COM และ INDIAMART.COM เป็นต้น สำหรับตลาดที่มีการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง (Physical Markets) ได้แก่ ตลาด Silk Market และ Hongqiao Market ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และแหล่งขายสินค้าละเมิดในประเทศต่างๆ เช่น อาร์เจนตินา แคนาดา อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก และสเปน เป็นต้น
นายสนธิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการปรับสถานะของไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (PWL) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2560 แล้ว รายงาน Notorious Markets ของสหรัฐในครั้งนี้ เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ยืนยันว่าไทยมีพัฒนาการในการให้ความคุ้มครองและบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการค้าการลงทุนที่ดีขึ้น ตลอดจนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของไทย ตามนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา
“ขอขอบคุณคนไทยที่ร่วมกันไม่ซื้อ ไม่ขาย และไม่ใช้ของปลอม และขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา โดยเริ่มจากเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทย “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี” ตามคำขวัญวันเด็กประจำปีนี้ และเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”นายสนธิรัตน์ กล่าว
ที่มา:ข่าวสด
