วันที่ 9 ก.ค. 60 จากกรณีสมาชิกเฟซบุ๊ก “R’forey Rujirada” ได้โพสต์ภาพบุคคลและภาพหนังสือแจ้งความลงบันทึกประจำวันพร้อมข้อความลงในกลุ่ม “ร้องเรียน แจ้งข่าวสาร แสดงความคิดเห็น กับเพจเสียงประชาชนคนภูเก็ต”โดยระบุข้อความว่า “ใครพบเห็นผู้หญิงในรูปซึ่งเป็นน้าสาวแท้ๆ ของหนูเอง หายไปประมาน 7 วันแล้ว ติดต่อไม่ได้และเป็นห่วงมาก ชื่อ พิชชา นามผดุง หายไปที่หาดราไวย์ อำเภอเมือง ภูเก็ตค่ะ ตอนนี้ไปแจ้งความเรียบร้อยแล้วค่ะ ทุกคนกำลังตามหากัน ขอพลังโซเชี่ยลช่วยด้วยนะคะ ใครพบเห็นติดต่อที่เบอร์ 093-6977556 ค่ะ ขอบคุณค่ะ ”
หลังมีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความลงในกลุ่มก็มีผู้เข้ามาเเสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ขอให้พบตัวอย่างปลอดภัย เเละได้มีการเเชร์ภาพต่อๆ กันไปเพื่อช่วยตามหา ทั้งนี้จากข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือบันทึกประจำวันระบุว่า น.ส.พิชชา นามผดุง หรือเล็ก ได้หายตัวไปจากพื้นที่ต.ราไวย์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายที่ห้องเช่าหมายเลข 6 ของบ้านเลขที่ 40 หมู่ 6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง น.ส.รุจิรดา อ่อนโคราช อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้น้าสาวของตนมาทำงานอยู่ที่หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต โดยเช่าห้องพักอยู่คนเดียว หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไปและไม่ได้ไปทำงาน ซึ่งเพื่อนของน้าสาวจึงติดต่อมาที่บ้านว่าน้าสาวตนกลับมาหรือเปล่า แต่น้าสาวตนก็ไม่ได้กลับมา ซึ่งทางบ้านเป็นห่วงมากเพราะหายตัวไป 7 วันแล้ว โดยเมื่อวานนี้เพิ่งเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต หลังจากนั้นตำรวจก็ได้วางแผนเพื่อนตัวน้าสาว และเตรียมไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของน้าสาว และหากใครพบเห็นหรือมีเบาะแสสามารถติดต่อมาที่เบอร์โทรศัพท์ของตนได้ เพราะตอนนี้ที่บ้านเป็นห่วงมาก เกรงว่าจะเกิดอันตราย
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจภูเก็ตได้พบศพน.ส.พิชชา แล้ว โดยถูกทิ้งข้างทาง ในเขตสภ.วิชิต จ.ภูเก็ต เบื้องต้นเพื่อนของคนตายจำรอยสักได้ ก่อนยืนยันว่าเป็นศพของน.ส.พิชชาที่หายตัวไป
ที่เกิดเหตุเป็นป่าลึกห่างจากถนนสายดังกล่าวเข้าไปราว 2 กม. ซึ่งเป็นเนินเขาที่มีความลาดชันสูง แต่มีการตัดถนนลูกรังขึ้นไปบนยอดเขา รถยังสามารถเข้าไปได้ บริเวณเหวลึกมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยได้กลิ่นศพเน่าเหม็นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ตรวจสอบพบศพถูกห่อหุ้มด้วยเสื่อสีน้ำตาลถูกทิ้งติดกิ่งไม้ใหญ่ ห่างจากถนนลงไปราว 3 เมตร จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้ลงไปนำศพขึ้นมา โดยศพถูกห่อด้วยเสื่ออย่างมิดชิดจนไม่สามารถเห็นภายในได้ ซึ่งใช้เชือกไนล่อนสีขาวมัดเสื่อบริเวณด้านบนแล้วโยงเชือกมารัดที่บริเวณกลางและปลายเชือกไปจบที่บริเวณปลายเท้าของผู้เสียชีวิต โดยยังมีเทปกาวสีเทาปิดทับเสื่อที่ปลายเท้าและบริเวณด้านบนอีกชั้น เมื่อตัดเชือกออกมาจะพบกับสายเข็มขัดที่รัดศพอยู่ที่เอวอีกชั้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตัดสายเข็มขัดออกพร้อมกับแกะเสื่อ พบภายในศพถูกห่อหุ้มด้วยภาพปูที่นอนสีม่วงขาวและห่อด้วยผ้านวมสีขาวฟ้าเทาอีกชั้น ส่วนบริเวณศีรษะถูกคลุมด้วยถุงพลาสติกสีดำ เมื่อแกะชิ้นส่วนที่พันธนาการศพทั้งหมดออกมา พบร่างหญิงสาวสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีดำแถบสีแดง ไม่สวมเสื้อชั้นในและกางเกงใน มีรอยสักเต็มแผ่นหลังเป็นรูปนกและดอกไม้ ที่เล็บเท้าทาสีขาว เล็บมือทาสีแดง ไว้ผมยาว บริเวณใบหน้าคล้ายถูกทุบจนยุบ บริเวณชายโครงซ้ายมีบาดแผลถูกของมีคมแทง 1 แผล หน้าท้องป่องและเริ่มเน่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน ไม่หลักฐานหรือเอกสารที่ระบุตัวตน เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่อีกครั้งที่ รพ.วชิระภูเก็ต
ทั้งนี้จากข้อมูลการสอบสวนพบว่า น.ส.พิชชา พักอาศัยที่ห้องเช่าในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ตกับนาย พัปเกอร์ นิโก อายุ 36 ปี สัญชาติเยอรมนีแฟนหนุ่ม เบื้องต้นทราบว่า ก่อน น.ส.พิชชา หายตัวไปเมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียงกับห้องเช่าที่ น.ส.พิชชากับแฟนหนุ่มพักอาศัยได้ยินเสียงทะเลาะวิวาท โดยมีการโต้เถียงกัน จากนั้นเสียงได้เงียบหายไป และไม่มีผู้ใดพบเห็น น.ส.พิชชาอีกเลย จนกระทั่งเพื่อน น.ส.พิชชามาหาที่ห้องพัก แต่กลับพบเพียงแฟนหนุ่มนอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง โดยไม่พบ น.ส.พิชชาแต่อย่างใด และไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.พิชชาได้
ต่อมาแฟนหนุ่มได้นำรถเก๋งที่เช่ามาจากร้านเช่ารถแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ตไปคืน และได้หายตัวไป จนกระทั่งชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ตได้ขยายผลไปตรวจสอบรถเก๋งที่แฟนหนุ่มเช่ามา เพื่อตรวจสอบจีพีเอสที่มีการติดตั้งไว้ในรถ จนกระทั่งพบเบาะแสจีพีเอสของรถได้มาจอดที่ป่าลึกบริเวณดังกล่าว ทำให้ชุดสืบสวนนำกำลังออกปูพรมค้นบริเวณป่าลึกเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.ค. จนกระทั่งพบศพหญิงสาวดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเป็น น.ส.พิชชา
ส่วนสาเหตุคาดว่า เป็นเรื่องหึงหวงชู้สาว โดยคนร้ายหลังจากทำร้ายร่างกาย น.ส.พิชชาจนเสียชีวิต ได้ใช้ผ้านวม ผ้าปูที่นอนห่อและใช้เสื่อรัดอีกรอบ โดยใช้ถุงดำปิดรัดที่บริเวณศีรษะอย่างมิดชิดและใช้เชือกไนล่อน-เทปกาวรัดอีกชั้น ใส่ในรถเก๋งแล้วโยนศพไว้ที่บริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเข้าออกประเทศของแฟนหนุ่ม เพราะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายนิโกได้เดินทางออกนอกประเทศแล้วหรือไม่ เพื่อมาให้ปากคำหาข้อเท็จจริงต่อไป
ที่มา : ข่าวสด, อีจัน