ร้อยเอ็ด…วันที่ 26 ก.ย. 2560 เวลา 08.30 น. ศูนย์ดำรงธรรม จ.รอ. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายวัชรพงษ์ เชื้อคำ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 203 ม.9 ต.รอบเมือง อ.เมืองฯ จ.ร้อยเอ็ด และ น.ส.รุจา ศรีโซ้ง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 ม.19 ต.รอบเมือง อ.เมืองฯ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่กินฉันท์สามีภรรยา มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ
โดยใช้ห้องพักหมายเลข 317 ณัฐนันท์อพาร์ทเม้น ถ.รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นสถานที่เก็บรักษายาบ้า พร้อมแจ้งว่า นายวัชรพงษ์ฯ และ น.ส.รุจาฯ ได้นัดส่งมอบยาบ้าให้แก่เครือข่ายที่ห้องพักดังกล่าว
ในเวลาประมาณ 11.00 น. ตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.รอ. จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ “พิทักษ์สาเกต” โดยชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.อส.จ.รอ. อำนวยการโดยนายเธียรชัย พุทธรังษี ปจ.รอ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.รอ. อำนวยการโดย พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผบก.ภ.จว.รอ. และเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.จว.รอ. เข้าตรวจสอบ โดยให้กำลังไปซุ่มดูอยู่บริเวณหน้าห้องพักของนายวัชรพงษ์ฯ และ น.ส.รุจาฯ พบมีวัยรุ่นเข้าออกในลักษณะไปซื้อยาบ้า ชุดปฏิบัติการฯ จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น โดยพบนายวัชรพงษ์ฯ และ น.ส.รุจาฯ อยู่ในห้องพัก ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 50 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษวางอยู่บนพื้นภายในห้องพักที่เข้าตรวจค้น สอบถามนายวัชรพงษ์ฯ และ น.ส.รุจาฯ รับว่าเป็นยาบ้าของตนเองจริง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
หลังจากทราบสิทธิตาม ม.100/2 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ผตห. ทั้ง 2 คน สมัครใจให้ข้อมูลเครือข่ายยาเสพติดจนสามารถจับกุม ผตห. เพิ่มเติมได้ ดังนี้
1. น.ส.ณัฐพร ประหา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.3 ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด และ นายพงษ์พยัคฆ์ แวงวรรณ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185/1 ม.8 ต.แวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 202 เม็ด โดยจับกุมตัว น.ส.ณัฐพรฯ ได้ที่บ้านเลขที่ 47 ม.8 ต.แวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด และจับกุมตัวนายพงษ์พยัคฆ์ฯ ได้ที่กระท่อมกลางสวนยางด้านทิศเหนือบ้านดงดิบ ม.5 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
2. นายวิทยา ธิวาพัฒน์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.13 ต.สามขา อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 20 เม็ด โดยจับกุมตัวได้ที่กระท่อมกลางสวนยางด้านทิศเหนือบ้านดงดิบ ม.5 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
จึงรวบรวมของกลางยาบ้ารวมทั้งสิ้น 272 เม็ด และ ผตห. ทั้งหมด นำส่ง พงส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป