เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผมกลับมาไฟลต์สุดท้าย ผมบินบ่อยเพราะนกแอร์เขาให้บินฟรีครับ เป็นสายการบินเดียวที่เขามาดูแลพวกเรา อยากจะฝากบอก ณ วิกฤตแบบนี้ ช่วยได้มากเลยครับ ผู้บริหารเอาเงินส่วนตัวมาให้ผมอีก 3 แสนบาท แล้ววันที่ 4 ต.ค. เป็นวันเกิดคุณแม่ผม ผมออกจากอุบลฯ 3 ทุ่มกว่า ก็ถึงบ้าน 5 ทุ่ม เกือบเที่ยงคืน ทุกวันจะมีผม มีเอกพันธ์ มีน้องสาว มีพี่ชาย แต่ ณ ตอนนี้ มีแค่ผมกับน้องสาว เพราะผมขึ้นมากรุงเทพฯ เอกพันธ์เขาก็ต้องดูแลคนที่อยู่ที่นั่น เอาเงินไปแจกให้ พอมาถึงก็อย่างที่บอก ได้กอดแม่ พาแม่ไปทำบุญ พอเสร็จเรียบร้อยก็บินกลับไปอุบลฯ ต่อ ปีนี้เลยไม่ได้เลี้ยงอะไรให้แม่ยิ่งใหญ่ เพราะทุกคนก็รู้ว่าเรากำลังมีวิกฤตที่อุบลฯ ก็ได้กอดแม่ ได้พาไปทำบุญ ได้อยู่กับแม่ ได้กินข้าวกันสักมื้อหนึ่ง แม่มีความสุข เราก็มีความสุข เหมือนเพิ่มพลังให้เราได้กลับไปลุยงานต่อ อีกเดือนหนึ่งเต็มๆ ได้สบาย ถ้าเวลาที่รู้สึกหมดแรง ก็กลับไปหา เขารอเราตลอด พอเจอกันก็กอด หอมกันตลอด มันไม่ใช่การสร้างภาพ เรากอดกันอย่างนี้ตลอดครับ เพราะรู้ว่าสิ่งหนึ่งที่แม่ต้องการคือ ความรักจากลูก ผมอยู่กับแม่ คนอื่นเขาออกเรือนกันหมดแล้ว มีผมคนเดียว ทีนี้ก็ได้น้องสาวมาอยู่ด้วย ตอนที่ผมไม่อยู่ ไปทำภารกิจที่อุบล ก็จะได้น้องสาวมาช่วยดูแม่”
“ก็ดีครับ อยากให้ทุกคนรักแม่ครับ ถ้าใครยังมีแม่อยู่ เป็นบุญกับเรามาก ไม่ใช่ว่ามีแม่อยู่แล้วเราปล่อยปะละเลย ไม่สนใจ จะรอแม่แก่แล้วค่อยปรนนิบัติ ไม่ดีครับ ผมปรนนิบัติแม่ตั้งแต่แม่อายุ 50 ตอนนั้นผม 20 กว่าเอง ดูแลแม่มาจนตอนนี้ แม่ 80 กว่าแล้ว เพราะฉะนั้นโอกาสแบบนี้ เวลาคุณแม่เสียไปแล้ว จะเสียใจว่าไม่ได้กอดแม่ ไม่เคยได้หอมแม่ ไม่เคยได้บอกรักแม่ เป็นอะไรที่ผมอยากจะทำให้ทุกคนเห็น ไม่ต้องอาย ไม่ต้องมองว่าใครจะว่าสร้างภาพ เราทำดีกับแม่ เราก็ได้สิ่งดีกลับมา ยิ่งมีความกตัญญูเท่าไหร่ จะประสบความสำเร็จ จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาครับ”
ข้อมูลจาก ข่าวสด