วันที่ 10 ม.ค.63 ครอบครัวญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุปล้นร้านทอง จังหวัดลพบุรี เดินทางมายังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศล โดยทุกคนต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า และยังทำใจรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายอนุชา วงศ์อยู่ และ นางวิไลวรรณ ยังรอด พ่อและแม่ของน้องไทตัล กล่าวว่า หลายครั้งที่เคยได้รับฟังข่าวสารเกี่ยวกับความสูญเสียลักษณะนี้ ยังนึกทุกครั้งหากเกิดกับครอบครัวของตนเองจะทำอย่างไร จะรู้สึกอย่างไร พอเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ซึ่งเร็วและกะทันหันทำให้ยากเกินที่จะทำใจรับได้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์จนถึงตอนนี้ยังคงคิดถึงน้องที่จากไป พยายามไม่เปิดรับฟังข่าวสารหรือข้อมูลใดๆ ส่วนเรื่องคดีความก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจ
แม่ของน้องไทตัล ย้อนเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้ายังวีดีโอคอลคุยกับพ่อของน้อง ก่อนจะออกไปร่วมงานปีใหม่ที่ทำงาน ตอนที่ไปถึงห้างสรรพสินค้าได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ตนเองกำลังจูงมือน้องอยู่และน้องล้มล้งไป จึงลงไปอุ้มแต่ไม่คิดว่าน้องจะถูกยิง ตอนนั้นตกใจและทำได้แค่อุ้มน้องไปกอดหลบไว้ ความรู้สึกตอนนี้ยังคงทำใจรับไม่ได้ นึกถึงน้องตลอดเวลา น้องเป็นเด็กน่ารัก อารมณ์ดี พูดเก่ง และในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเด็กยังได้บอกน้องชายให้เตรียมมารับไปเที่ยว แต่ไม่คิดว่าจะมาจากไปเสียก่อน
หลังจากนี้จะนำร่างของน้องไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหัวช้าง เป็นเวลา 3 วัน และจึงค่อยจัดฌาปนกิจในวันจันทร์ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายตอนนี้อยู่ระหว่างขอกู้ยืมเงินนอกระบบมาจัดงานศพ
ขณะที่ นายวัลลภ นิ่มมา พ่อของพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งมารอรับศพเช่นเดียวกัน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากที่จะทำใจรับได้ทัน ทุกคนในครอบครัวสภาพจิตใจย่ำแย่ โดยเฉพาะตนเองทำงานอยู่กรุงเทพมหานคร พอได้ทราบข่าวรีบขับรถกลับบ้านกลางดึกทันที ทั้งนี้เป็นห่วงแต่ครอบครัวของลูกชายซึ่งเสียเสาหลักครอบครัวไป ซึ่งยังมีภาระคือ ลูก 3 คนที่ต้องดูแล