วงจรปิดจับภาพสาวท่อมแฝงตัวเป็นญาติคนไข้ ย่องขโมยกระเป๋าเงินภายในมีทอง 2 เส้นพร้อมเงินค่ารักษาผู้ป่วย นำไปขายซื้อยาบ้าเสพและเล่นการพนัน ก่อนถูกตำรวจตามรวบตัว
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เวลา 16.00 น. พ.ต.ท ไพรรัตน์ บุปผา รอง ผกก. สืบสวน พ.ต.ต นัฐพงษ์ นาอุดม สว.สืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมกันจับกุมตัว น.ส รัตนา ธุรกิจ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยของกลาง สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำ หนัก 50 สตางค์ 1 เส้น และบัตรเอทีเอ็มนับ 10 ใบ ซี่งอยู่ภายในกระเป๋าถือ
ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 29 พ.ค 64 ได้รับแจ้งจากนางจันทร เสี่ยงทองคา แจ้งว่าตนได้มานอนเฝ้าแม่ที่ป่วยหนัก อยู่ที่ชั้น 1 ของตึกจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และได้วางกระเป๋าสะพายที่เก็บเงินสดกว่า 8,000 บาท ที่เก็บไว้เป็นค่ารักษาแม่ พร้อมกับสร้อยคอทองคำจำนวน 3 เส้น ซึ่งเป็นของตนเองและแม่ที่นอนป่วยอยู่รวมถึงเอกสารบัตรเอทีเอ็ม จากนั้นได้นอนหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่ากระเป๋าใบดังกล่าวได้หายไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยตรวจสอบในเวลาต่อมา
จากนั้นชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ เพื่อหาข้อมูลจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส รัตนา ธุรกิจ เป็นสาวทอม เจ้าหน้าที่จึงได้ออกติดตามหาจนพบตัวและพบของกลางซุกซ่อนอยู่ แต่สร้อยคอทองคำเหลือเพียง 1 เส้นส่วนเงินสดก็ไม่เหลือแล้ว สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ก่อเหตุจริงโดยจะทำทีเป็ญาติผู้ป่วย เดินดูลาดเลาไปตามตึกในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด เมื่อสบโอกาส เห็นญาติผู้ป่วยที่นอนตามตึก มีกระเป๋าหรือของมีค่าก็จะลักลอบขโมยไป ส่วนเงินที่มาก็จะนำมาซื้อยาบ้าเสพและเล่นการพนัน
ด้านผู้เสียหายให้การว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ที่เร่งตามจับกุมตัวคนร้ายและทรัพย์สินคืนมาให้ได้ ถึงจะหายไปบางส่วนก็ตาม ส่วนสาเหตุที่ต้องนำสร้อยคอทองคำติดตัวมาเพราะบางส่วนเป็นของแม่ที่นอนป่วยอยู่ จึงถอดออกมาเก็บและอีกส่วนเป็นของตนเอง เพราะหากจะเก็บไว้บ้านก็กลัวจะโดนขโมยเพราะไม่มีใครอยู่บ้านเลย ก็ขอฝากเตือนไปยังญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าญาติให้เก็บรักษาของมีค่าให้ดีๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพไม่ให้ก่อเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีก
เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวมาที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อตรวจสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะ พบผลเป็นบวก มีสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป