วงจรปิดภายในร้านจำหน่ายโทรศัพท์ สามารถบันทึกภาพคนร้าย ทำทีเป็นลูกค้ามาขอดูโทรศัพท์มือถือ ก่อนฉวยโอกาศหยิบโทรศัพท์ของเจ้าของร้านที่วางไว้ตู้โชว์ ก่อนหลบหนีไป ตำรวจตามรวบตัวทันควัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 เวลา 15.40 น. กล้องวงจรปิดภายในร้านจำหน่ายโทรศัพท์ ริมถนนเปรมประชาราษฎร์ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สามารถบันทึกภาพชายคนร้าย สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า มีหมวกกันน็อคเต็มใบสีขาวห้อยไว้ที่มือ เดินเข้ามาบริเวณหน้าร้าน ทำทีเอาโทรศัพท์มาเคลมประกัน ก่อนใ้ห้คุยโทรศัพท์กับหญิงที่อ้างว่าเป็นคนมาซื้อไป อาศัยช่วงเวลาที่เจ้าของร้านเผลอ ฉวยโอกาศหยิบโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป
สอบถามนางสาวรวิวรรณ สุนทรวิภาค เจ้าของร้านได้เล่าว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วง 12.00 ของวันที่ 23 มี.ค.64 คนร้ายที่ก่อเหตุได้มาซื้อโทรศัพท์มือถือไป ก่อนจะกลับมาที่ร้านโดยบอกกับตนว่า โทรศัพท์หน้าจอแตกตอนเสียบชาร์ทแบตเตอรี่ จึงได้นำมาเคลม ซึ่งมีอาการคล้ายคนเมาสุรา ตนจึงได้ตรวจสอบดูจึงได้บอกไปว่าหน้าจอแตกจากการใช้งาน ไม่ใช่เพราะชาร์ทแบต จึงไม่สามมารถเคลมได้ หลังจากนั้นชายคนร้ายทำทีต่อสายโทรศัพท์ให้คุยกับหญิงชาวพม่าซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์ที่ฝากชายคนดังกล่าวมาซื้อ ซึ่งในระหว่างนั้นชายคนร้ายได้ยืนอยู๋หน้าตู้โทรศัพท์ ก่อนจะฉวยโอกาสหยิบเอามือถือของแฟนตน ที่วางไว้ เป็นโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน XS โดยนำหมวกกันน็อคมาวางทับไว้ ซึ่งหลังจากที่แฟนตนคุยโทรศัพท์เสร็จก็ตกลงว่าไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องได้ ก่อนที่ชายคนร้ายจะเดินมาหยิบหมวกกันน็อคที่วางทับโทรศัพท์ขโมยหลบหนีไป
ซึ่งหลังจากนั้นตนจึงได้มมาตรวจดูก้พบโทรศัพท์ของแฟนหายไป หาในตู้และในห้องนอนก็ไมม่เจอจึงได้าเปิดกล้องก็พบว่าชายคนดังกล่าวขโมยไป จึงได้โพสภาพคนร้ายลงกลุ่มซื้อ-ขายโทรศัพท์ ก่อนจะนำภาพหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อเร่งติดตามตามคนร้ายมมาดำเนินคดี
หลังจากนั้นตนจึงได้เบาะแสคนร้ายจากกลุ่มซื้อ-ขายโทรศัพท์ ว่าชายคนร้ายเป็นชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหมูม้น อำเภอเชียวขวัญ จัวหสัดร้อยเอ็ด จึงได้แจ้งไปยังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มี.ค.64 ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น XS จึงได้คุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ขโมยโทรศัพท์ไปจริง โดยอ้างว่าจะนำไปขายเพื่อจะนำเงินมาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ จึงได้แจ้งข้อหาต่อนายสุนทร มหาพรม อายุ 53 ปี ข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะพาทรัพย์นั้นไป ข้อหารับของโจร ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป