จากกรณีเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสภาพและข้อความว่า “ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลักลอบเข้ามาทุบบ้าน..โดยไม่ได้รับอนุญาติ..ต้องทำยังไงต้องร้องเรียนที่ไหน…ใครรู้แนะนำหน่อย ช่วยแชร์ให้เรื่องถึงที่สุดหน่อยค่ะ” โดยหลังจากโพสถูกเผยแพร่ออกไปต่างก็มีผู้คนในโลกโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ในการกระทำของผู้นำชุมชน ว่าเป็นพฤติการณ์ที่เหมาะสมหรือไม่
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านผู้เสียหาย ในชุมชนบ้านหนองขุมดิน ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด พบกับหญิง อายุ 31 ปี ลูกสาวเจ้าของล้าน เล่าว่าเหตุการณ์บ้านโดนทุบเกิดขึ้นวันที่ 6 มี.ค. 64 เวลาประมาณ 13.00 น. ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง บ้านหนองขุมดิน ต.หนองแวงควง อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ภายในบ้านหลังนี้มีคนพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน คือมีพ่อแม่ ส่วนพี่ชายและหลานวัยประถมอีก 2 คน ซึ่งเป็นลูกของพี่ชาย ก่อนหน้านี้พี่ชายมีภรรยาคนหนึ่ง แต่ก็มีปัญหากับคนในครอบครัวอยู่ตลอด ซึ่งก็เป็นปัญหาเรื้อรัง จนกระทั่งพี่ชายได้หย่ากับพี่สะใภ้เป็นเวลาเกือบ 1 ปี แต่แม่ก็ยังให้อดีตพี่สะใภ้อาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะยังไม่มีที่อยู่อาศัยใหม่
ซึ่งหลังจากนั้นคนภายในบ้านก็ใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับอดีตพี่สะใภ้ ซึ่งอดีตพี่สะใภ้ก็จะออกจากบ้านไปตอนกลางวัน แล้วกลับเข้ามานอนที่บ้านอีกทีในช่วงดึก กระทั่งในเวลาต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่ อบต. เข้ามาถ่ายรูปบ้าน พร้อมกับแจ้งแม่ว่า มีคนไปยื่นเรื่องขอเลขที่บ้านซึ่งเป็นห้องนอนของอดีตพี่สะใภ้ ขอต่อเติมกั้นเป็นห้องออกมาจากตัวบ้าน เพียงห้องเดียว ซึ่งอยู่ภายในโฉนดที่ดินของแม่ตน ซึ่งคุณแม่ก็งงว่าจะออกเลขที่บ้านทำไม ในเมื่อเป็นบ้านของตัวเองอยู่แล้ว ทาง อบต. จึงได้แสดงเอกสาร ซึ่งเป็นของแม่ให้ดูซึ่งมีสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ที่มีลายเซ็นชื่อแม่กำกับ แต่แม่ยืนยันว่าตนไม่ได้เซ็นเอกสารเหล่านี้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าอดีตพี่สะใภ้เป็นคนนำเอกสารไปยื่น โดยได้ปลอมลายเซ็นแม่ ทำให้แม่โกรธมาก จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองแวงควง พร้อมทั้งแจ้งขอให้อดีตพี่สะใภ้ออกจากบ้าน ภายใน 7 วัน คือในระหว่างวันที่ 26 ก.พ. – 4 มี.ค. 64 ซึ่งทางตำรวจก็ได้เรียกตัวอดีตพี่สะใภ้ไกล่เกลี่ย และได้พูดคุยตกลงกันว่าหากอดีตพี่สะใภ้ย้ายออกจากบ้าน ก็ให้ทุบห้องของอดีตพี่สะไภ้ออกด้วยเนื่องจากเธอเป็นคนสร้างเอง ซึ่งทางครอบครัวก็ยินดีที่จะทุบออก พร้อมกับเซ็นรับทราบข้อตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 อดีตพี่สะใภ้ได้เก็บของย้ายออกจาก ครอบครัวของตนจึงได้ทำการทุบห้องขออดีตพี่สะไภ้ออกไป แต่อดีตพี่สะใภ้ก็ยังไม่มาขนหน้าต่าง ขนประตูออกไป จึงเอาพิงไว้ข้างบ้านรอให้อดีตพี่สะใภ้เข้ามาขนไป แต่ต้องขออนุญาตเข้าบ้านก่อน เพราะเลยกำหนดตามที่ตกลงกัน
กระทั่งวันที่ 6 มี.ค. 64 ช่วงบ่ายไม่มีคนอยู่บ้าน พ่อกับแม่ก็ไปทุ่งนา พอกลับบ้านมาก็พบว่าผนังของห้องนอนแม่ ที่เป็นผนังกั้นระหว่างห้องของอดีตพี่สะใภ้ถูกทุบจนพังยับ ข้าวของในห้อง เตียงนอนของแม่ก็พังเต็มไปด้วยก้อนอิฐ ซึ่งก็พบว่าอดีตพี่สะใภ้ได้พาชาย 2 คน มาทุบทำลายผนังห้องนอนแม่ ซึ่งตนถือเป็นการบุกรุกเข้ามาในช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แม่ของตนจึงได้เดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
จากการสอบถามไปยังอดีตลูกสะไภ้ เปิดเผยข้อมูลว่าการที่ตนนำช่างไปทุบผนังห้องนอนดังกล่าว เป็นไปตามสัญญาที่ได้รับุไว้ ซึ่งตนเป็นคนสร้างก็สามารถทุบได้ โดยอ้างว่าได้มีการพูดคุยกับเจ้าของบ้านแล้ว