คุมตัวทำแผน! ชายคลั้งวัย 34 ปีลากมีดไปฟันพระ ปมขอเงินไปเสพยาบ้ าไม่ได้

  • Saxman
  • September 24, 2020
  • Comments Off on คุมตัวทำแผน! ชายคลั้งวัย 34 ปีลากมีดไปฟันพระ ปมขอเงินไปเสพยาบ้ าไม่ได้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ย.63 เวลา 21.30 น. พ.ต.ท. คูณทวี วันทะไชย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสรวง ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายมีผู้เสียชีวิ ตในจุดเกิดเหตุ ภายในวัดกกกุงวราราม ม.1 ต.กกกุง อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด จึงรุดออกตรวจสอบพร้อมกู้ภัยอโสกเมืองสรวง แพทย์เวร รพ.เมืองสรวง

ถึงจุดเกิดเหตุเป็นห้องพักภายในกุฎิ พบร่างของพระภิกษุนอนหงายอยู่บนที่นอนภายในห้อง ทราบชื่อคือพระนฐกร อายุ 34 ปี พระลูกวัด วัดกกกุงวราราม ตรวจสอบพบบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม เป็นแผลยาวจากบริเวณโพรงจมูกถึงกลางศรีษะด้านบน และต้นคอข้างซ้ายเป็นแผลฉกร รย์หวิ ดขาด เลือดไหลนองเต็มพื้นห้อง มรณภา พในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตรพลิกศ พ ก่อนมอบให้ญาติรับดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ยังพบพระได้รับบาดเจ็บอีก 1 รูป มีแผลถูกฟันบริเวณศรีษะและหัวไหล่ด้านขวา ทราบชื่อว่าพระประวัติอายุ 36 ปี

โดยล่าสุดเมื่อเวลา 22.15 น. ของวันที่ 23 ก.ย.63 ชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 800 เมตร ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายอัจฉริยะ อายุ 37 ปี อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ในถือมีดทั้งสองมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อม ก่อนจะเข้าจับกุม แต่ในระหว่างนั้นเกิดการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลางมีดอีโต้ 1 เล่ม และมีดปังตอยาว 1 เล่ม ซึ่งเปื้อนเลือดทั้ง 2 เล่ม โดยนายอัจฉริยะ ยังไม่ยอมให้การวกวนคล้ายคนมึนเมา

จากการสอบสวน นายอัจฉริยะให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุฆ่าพระนฐกรจริงและทำร้ายพระประวัติจริง เนื่องจากมีปากเสียงทะเลาะกันเบาะแว้งกัน ก่อนหน้านี้ตนได้เข้าไปภายในวัด เพื่อจะเข้าไปขอเงินพระณฐกรเพื่อจะเอาไปเสพยาบ้า แต่พระนฐกรไม่ให้ จึงได้ทะเลาะเบาะแว้งมีปากเสียงกัน ก่อนจะใช้มีดที่เตรียมมาทำร้ายพระทั้ง 2 รูป ก่อนจะขับรถหลบหนีไป ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่านายอัจฉริยะเคยมีคดีเส พยาบ้ า ส่วนแรงจูงใจคาดว่าอาจจะเกิดอาการคุ้มคลั่งจากการใช้สารเสพติ ด (ยาบ้ า) จนเป็นฉนวนเหตุจูงใจให้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสรวง ได้คุมตัวนายอัจฉริยะ ธุรพันธ์ อายุ 37 ปี (ผู้ต้องหา) ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่วัดกกกุงวนาราม ตำบลกกกุง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยผู้ก่อเหตุได้รับสารภาพว่าตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้ากุฏิของพระนฐกร (มรณภาพ) ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้อง ใช้มีอีโต้ฟันใส่พระนฐกร 2 ครั้ง ที่ศรีษะและคอ จนล้มลงแน่นิ่ง ก่อนจะบุกไปทำร้ายพระประวัติจนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงได้ขับรถหลบหนีไปหลบซ่อนตัวที่บ้านพักห่างจากวัดประมาณ 800 เมตร ก่อนจะถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา

สอบถามพระประวัติ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงจักรยานยนต์ขี่มาจอดใกล้กุฏิ ก่อนจะได้ยินเสียงมีดฟันพังประตูเข้ามาทำร้าย โดยใช้มีดอีโต้ฟันเข้าที่ศรีษะและหัวไหล่ ซึ่งอาตมาก็พยายามต่อสู้โดยใช้มือดันผู้ต้องหาชิดฝาผนัง จนสู้แรงไม่ไหว ผู้ต้องหาเลยบอกให้ปล่อยจะไม่ทำอะไรแล้ว ผู้ต้องหาได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป ตนจึงรีบไปดูพระนฐกรก็พบว่ามรณภาพแล้ว จึงประสานชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

พระประวัติเล่าต่อว่าผู้ต้องหาเคยบวชเป็นพระ ซึ่งอยู่วัดใกล้กัน แต่ได้ลาสิกขาออกไปเพราะถูกจับว่าเส พยาบ้ า หลังจากนั้นก็จะชอบเข้ามาที่วัดเพื่อขอขนม ขอเงินและบุหรี่อยู่เป็นประจำ โดยครั้งล่าสุดได้มาขอเงินพระนฐกร แต่ถูกปฏิเสธ จึงคาดว่าอาจจะเป็นปมเหตุในการลงมือครั้งนี้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ตั้งข้อหา 1.ฆ่ าผู้อื่นโดยเจตนา 2.พยายามฆ่ าผู้อื่น 3.ต่อสู้คัดขวางการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน 4.พกอาวุธมีดในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.บุกเคหะสถานในเวลากลางคืน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้คุมตัวผู้ต้องหา ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

Facebook Comments