วันที่ 23 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการอภิปรายในช่วงบ่าย ส.ส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.สลับกันขึ้นมาอภิปรายการแก้รัฐ ธรรมนูญอย่างกว้างขวาง โดยในส่วนของ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้ง ส.ส.ร.มา ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่มีปัญหามากมาย
ขณะ ที่ส.ว.ส่วนมากอภิปรายคัดค้านการตั้ง ส.ส.ร.เนื่องจากเกรงว่า เป็นการตีเช็คเปล่า ไม่รู้จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง และมีความเสี่ยงสูงที่จะสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ รวมทั้งสิ้นเปลืองงบประมาณทำประชามติ โดยสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราแทน
อาทิ นายดิเรกฤิทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว.อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำได้ยาก เพราะต้องคำนึงถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำนึงถึงแต่เสียงข้างมาก ต้องคำนึงถึงเสียงข้างน้อยด้วย และคำนึงถึงหลักนิติรัฐ การแก้รัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องตั้ง ส.ส.ร.มารื้อใหม่ทั้งฉบับ
เพราะประเด็นที่จะแก้ไขมีเพียงบ้างเรื่องเท่านั้น อีกทั้งการตั้ง ส.ส.ร.มีเป้าหมายไม่ชัดเจน เป็นการเซ็นเชคเปล่าไปแก้เรื่องที่ดีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเรื่องปราบโกง ดังนั้นควรคุยกันให้ตกผลึกก่อน ที่สำคัญการ ตั้ง ส.ส.ร. มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ แม้จะมีการทำประชามติก็ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด ควรแก้ไขเป็นรายมาตราจะเหมาะสมกว่า
พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ ส.ว.อภิปรายว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ การให้มี ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการทรยศต่อ 16.8 ล้านเสียงที่เห็นชอบรัฐ ธรรมนูญฉบับนี้ และยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 20,000 ล้านบาท ในการทำประชามติ
แทนที่จะเอาเงินไปซื้อวัคซีน โควิด-19 ไม่รู้คิดถึงคนไทยหรือคิดถึงวาระซ่อนเร้นของตัวเอง ดังนั้นควรแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตราจะเหมาะสมกว่า ตนยินดีที่จะสนับสนุนการแก้ไขรายมาตราเรื่องให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบ
นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ระบุให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มีแต่ให้แก้เพิ่มเติมเท่านั้น ดังนั้นการขอแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้งส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับคือ การล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
เกรงว่า อาจมีการไปยื่นให้อัยการสูงสุด หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ เพราะอาจถูกกล่าวหากระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49
รวมถึงอาจ ถูก ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องจงใจปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ตัดสิทธิการเมือง 10 ปี และถูกฟ้องคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ส่วนการ ปิดสวิตช์ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นั้น ถามว่า ส.ว.250 คน ทำผิดอะไร ถึงขั้นจะปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ให้ทำตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ ส.ว.อยู่มาไม่ถึง 2 ปี จะปิดสวิตช์แล้ว ขณะนี้ประเทศมีปัญหามากมาย นายกฯควรปิดสวิตช์ ส.ส.ด้วยการยุบสภา เลือกตั้งใหม่จะเป็นทางออกที่ดีกว่า