ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือน พายุระดับ ๒ (ดีเปรสชั่น)บริเวณทะเลจีนใต้ ตอนกลาง ฉบับที่ 1 (147/2563) ซึ่งปัจจุบันมีกําลังเพิ่มขึ้นเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” และจะมี ผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กันยายน 2563
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบอันเกิดจากพายุ “โนอึล” โครงการส่งน้ําและ บํารุงรักษาชีกลาง จะดําเนินการปรับเพิ่มการระบายน้ําในแม่น้ําชีทั้ง 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนชนบท เขื่อนมหาสารคาม เขื่อนวังยาง และเขื่อนร้อยเอ็ด ขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีด ขวางทางน้ําต่างๆ แพและสถานีสูบน้ําต่างๆ เพื่อรองรับการระบายน้ํา ทั้งนี้โครงการส่งน้ําและบํารุงรักษาชีกลาง จะดําเนินการระบายน้ําในอัตราที่เพิ่มขึ้นจนกระทั่งผลกระทบจากพายุโซนร้อน “โนอึล” สิ้นสุดลง
ทั้งนี้ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://middlechi-omp.rid.go.th/main/ ของโครงการส่งน้ําและบํารุงรักษาชีกลาง หรือประสานงานกับ นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ํา และปรับปรุงระบบชลประทาน เบอร์โทรศัพท์ 089-7119943
ประกาศ ณ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2563
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18 – 20 กันยายน 2563)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 16 กันยายน 2563
เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (16 กันยายน 2563) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) คาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง และเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2563 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคอื่นๆจะมีผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้
วันที่ 18 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด
ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 19 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด
ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 20 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนัก
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และกำแพงเพชร
ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท
ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2563 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.