จากกรณีเมื่อวันที่ 25 ก.ค.63 นี่เป็นภาพขณะหนุ่มรายหนึ่งอายุประมาณ 30-40 ปี เข้ามาเช็คอินห้องพัก โดยอ้างว่ามาพักเพื่อรอแฟนสาว ก่อนจะย่องหลบหนี ไม่ยอมจ่ายค่าห้องพัก 2 คืน
นางสาวสุภาพร วงศ์บ้านดู่ อายุ 36 ปี พนักงานของโรงแรมเล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 19.34 น.ของวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีชายทำทีเป็นลูกค้า สวมเสื้อยืดลายขาว-ดำ สวมหน้ากากอนามัย ได้มาเช็คอินเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ริมถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเข้าพักและอ้างว่ามารอแฟนสาว โดยก็ไม่ได้บอกว่าจะพักกี่คืน
หลังจากนั้นช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ค. พนักงานได้แจ้งลูกค้าคนดังกล่าว่าจะพักต่อหรือไม่ หากจะพักต่อให้ชำระเงินภายในเที่ยงของวันที่ 26 ก.ค. จนล่วงเลยมาถึงเช้าวันที่ 27 ก.ค. ลูกค้าก็ยังไม่ชำระเงินหรือลงมาติดต่อแต่อย่างใด
จึงแจ้งพนักงานทำความสะอาดให้ไปสอบถามที่ห้องพัก ชายคนดังกล่าวอ้างว่า รอแฟนสาวมาชำระค่าที่พักให้ ที่ติดค้างไว้ 2 คืน จนถึงเที่ยงของวันที่ 27 ก.ค. ก็ยังไม่มีการจ่ายค่าที่พัก ตนจึงได้ไปตรวจสอบที่ห้องพัก ซึ่งก็พบว่าไม่มีคนอยู่ภายในห้อง แถมยังทิ้งเศษขยะเป็นขวดเบียร์ และโยกย้ายสิ่งของภายในห้องไม่เหมือนที่ทางโรงแรมมจัดไว้
ซึ่งตนก็ต้องถูกหักเงินเดือน เพื่อชำระค่าห้องพัก เป็นเงิน 1,000 บาทถึงจะเป็นเงินไม่มากแต่สำหรับตนแล้วก็ถือว่าเยอะ เพราะเงินเดือนของตนก็ไม่ได้มมากมายอะไร จึงอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรสำหรับผู้ที่เปิดโรงแรม หลังวิกฤตการณ์โควิด-19 แล้วยังต้องมาเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ซึ่งยอมรับว่าลำบากมากๆ