วันที่ 30 ก.ค. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 ศาลแขวงดุสิตนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีที่ 2 นักกิจกรรม เอกชัย หงส์กังวาน และโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ตกเป็นจำเลยในข้อหา ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 จากกรณีที่ทั้งสองนัดหมายไปเปิดเพลง “ประเทศกูมี” และทำกิจกรรมที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เพื่อคัดค้านการเปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2562
คดีนี้ศาลแขวงดุสิตพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้เชิญชวน เท่ากับเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ ทำให้จำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องแจ้งจัดการชุมนุมต่อผู้กำกับการ สน.นางเลิ้ง แต่จำเลยทั้งสองไม่ได้แจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท
เอกชัยและโชคชัย ยื่นอุทธรณ์ว่า การจัดกิจกรรมของจำเลยไม่เข้าลักษณะของการชุมนุมสาธารณะ จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุมสาธารณะ และไม่จำเป็นต้องแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งการชุมนุมตามกฎหมายแต่อย่างใด
ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาตรา 10 วรรคหนึ่ง และให้ลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท
หลังทราบผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เอกชัยให้สัมภาษณ์ว่า “ก็ไม่เหนือความคาดหมาย แต่ก็ไม่เห็นด้วยเพราะเรามองว่ามันเป็นเพียงแค่กิจกรรมเหมือนที่เราและโชคชัยทำมาก่อนหน้านี้ไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง ซึ่งก็ไม่เคยโดน พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เลยสักครั้ง และเราก็ทำลักษณะเดียวกันนี้ทุกครั้งคือเราจะโพสต์แจ้งก่อน ซึ่งไม่ใช่การเชิญชวนแต่เป็นแค่การประกาศ จะเห็นว่าทุกครั้งที่เราไปก็ไม่ได้มีการเชิญชวนให้ใครมาร่วมด้วยเลย”
เอกชัยแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “ที่ศาลวินิจฉัยว่า ถ้ามีการรวมตัวของคน 2 คนขึ้นไปก็ถือว่าเป็นการชุมนุม เราเห็นว่า น่าจะมีการนิยามใน พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ให้ชัดเจนกว่านี้ ไม่ใช่ครอบจักรวาล แล้วทำให้ใครทำอะไรก็ผิดไปหมด จริงๆ แล้ว การชุมนุมควรจะมีตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป แล้วต้องมีการประกาศเชิญชวนคน แต่ถ้ามากันไม่กี่คนและไม่ได้เชิญชวนคนแบบนี้ก็ควรถือเป็นแค่การจัดกิจกรรม”
ด้านโชคชัยเปิดเผยว่า “เราไม่ได้คิดจะแจ้งการชุมนุม เพราะไม่ได้ตั้งใจจะจัดการชุมนุมสาธารณะและเชิญชวนใครมาร่วมอยู่แล้ว เราแค่มายื่นหนังสือและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น พอดีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเฟซบุ๊กเราและเห็นการตั้งค่าเป็นสาธารณะก็ตีความเองว่าต้องการเชิญชวนให้คนอื่นมาร่วม”