เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.00 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการแถลงข่าว เรื่องสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 89 ณ ห้องรับรองบ่อพันขัน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด นายโสภณ เจริญพร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด พ.อ. กล้าณรงค์ วิสุตกุล ผู้แทนรอง ผอ.รมน.ร้อยเอ็ด และผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมแถลงข่าว
จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 (ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 20 กรกฎาคม 2563) จำนวน 373 ราย มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อรายใหม่ 1 ราย พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 สะสม จำนวน 3 ราย (รักษาหายทั้ง 3 ราย) ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 จำนวน 370 ราย การค้นหาเชิงรุกผู้ต้องขังแรกรับในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด (ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม 2563) ยอดสะสมจำนวน 284 ราย ส่งตรวจรายใหม่ 18 ราย ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 จำนวน 266 ราย รอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ 18 ราย
สถานการณ์ทั่วโลกใน 211 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ (ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม ถึง 20 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม จำนวน 14,642,861 ราย (มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 220,073 ราย) มีผู้เสี ยชีวิตสะสม 608,911 ราย (มีผู้เสี ยชีวิตเพิ่มขึ้น 4,316 ราย) ประเทศที่มีผู้ป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา 3,898,550 ราย เสี ยชีวิต 143,289 ราย รองลงมา คือ บราซิล 2,099,896ราย เสี ยชีวิต 79,533 ราย และ อินเดีย 1,118,107 ราย เสียชีวิต 27,503 ราย
สถานการณ์ในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2563) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม จำนวน 3,250 ราย มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย และ มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ในลำดับที่ 101 ของโลก
ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) ระดับจังหวัด ร่วมกับ ศปก.อำเภอเมืองร้อยเอ็ด และ ศปก.เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ได้ออกติดตามประเมินการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของสถานประกอบการ กิจกรรม ในเขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ที่ได้มีการผ่อนคลายให้ดำเนินการได้ ภายใต้มาตรการควบคุมโรคหลัก และมาตรการรอง ตามประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 นั้น ผลการออกติดตามประเมิน พบว่า ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการหย่อนพฤติกรรมลง โดยเฉพาะ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล มีเพียงร้อยละ 66.67 การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าร้อยละ 64.06 มีการลงทะเบียนใช้งานในระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชั่น ไทยชนะ ร้อยละ 11.72 และมีสมุดลงทะเบียนการเข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการเพียง ร้อยละ 7 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมหลัก ที่ยังคงน้อยอยู่มาก
จังหวัดร้อยเอ็ด จึงใคร่ขอความร่วมมือให้ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ถือปฏิบัติและรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจในการดำเนินชีวิตแบบวิถีใหม่ (New Normal) ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ดังนี้
1. จัดให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าและออกสถานที่ด้วยการใช้แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานทดแทนได้ เมื่อเข้าไปยังสถานที่หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโรคย้อนหลัง
2. ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเมื่อออกจากเคหสถานหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่มีผู้คนแออัด
3. ให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือไปในสถานที่ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
4. ให้เว้นระยะห่างทางสังคม ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อไม่ให้แออัด รวมถึงลดระยะเวลาไม่ให้ผู้ใช้บริการเข้ารับบริการนานเกินสมควรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) หรือหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
5. ให้มีมาตรการการคัดกรอง ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมหรือเข้าไปในอาคารสถานที่สาธารณะ
6. ให้ทำความสะอาดที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ประกอบกิจการหรือกิจกรรม โดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสก่อนและหลังการจัดกิจกรรม และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
7. ให้รักษาสุขอนามัยด้วยการล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบ่อยๆ