จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ม.ค.64 เวลา 17.20 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่นคู่อริก่อเหตุไล่ทำร้ายกัน บริเวณถนนบายพาสตัดใหม่ ช่วงบ้านหนอองตากร้า-บ้านหนองผักแว่น ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด จึงจัดกำลังสายตรวจรถจักรยานยนต์ สายตรวจรถยนต์ ออกตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
ถึงจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณถนนบายพาสตัดใหม่ ช่วงบ้านหนองผักแว่น หมู่ 23 จากการสอบถามชาวบ้านในจุดเกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นนักเรียน อายุประมาณ 15-18 ปี ประมาณ 20 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ทำร้ายวัยรุ่นในหมู่บ้าน มีการขว้างปาระเบิดขวด และมีการยิงปืนเข้าใส่กัน ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
เบื้องต้นได้มีรอยกระสุนไปถากที่รถยนต์ของชาวบ้านที่จอดไว้ริมถนน ส่วนในจุดเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ มาดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
หลังจากนั้นเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการตรวจสอบและเก็บรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ทราบว่าทั้งสองกลุ่มนั้นมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อนอยู่แล้ว โดยในวันเกิดเหตุ กลุ่มที่หนึ่งได้นัดรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถนนบายพาสตัดใหม่ ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ประมาณ 30 คน ซึ่งกลุ่มที่สอง นั่งกินข้าวอยู่อีกร้านยายหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันประมาณ 6 คน
จากนั้นกลุ่มที่สองได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางกลับมาบ้าน กลุ่มที่หนึ่งจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตาม จนมาถึงหน้าร้านอาหาร บ้านหนองผักแว่น ตำบลเหนือเมืดง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นทางเข้าบ้านของกลุ่มที่สอง จึงได้จอดรถจักรยานยนต์แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นได้แยกย้ายกันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะทำการติดตามตัว ยืนยันตัวบุคคลที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อนำตัวมาดำเนินการต่อไป
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มค.64 เวลา 14.30 น.โดย พ.ต.อ.เนติวัฒน์ จันทรา ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด,พ.ต.ท.สุดจิต ศรีศิริ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ต.นัฐพงษ์ นาอุดม สว.สอบสวนและชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ จำนวน 22 คน โดยได้เชิญผู้ปกครองและกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมาเพื่อรับฟัง ทำความเข้าใจที่ได้กระทำผิดตามข้อกฎหมาย แล้วว่ากล่าวตักเตือน และได้ดำเนินการตามกฎหมาย
โดยได้จัดทำประวัติและเปรียบเทียบปรับในกรณีที่มีอายุเกิน 15 ปี ปรับคนละ 500 บาท นอกจากนี้ยังได้ตรวจสารเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นพบว่ามีสารเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 9 ราย ซึ่งจะได้ส่งเข้าบำบัดรักษายาเสพติดต่อไป ด้านผู้ปกครองและกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้รับทราบเข้าใจและจะไม่ก่อเหตุขึ้นอีก จึงได้ทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไป
ด้าน พ.ต.อ.เนติวัฒน์ จันทรา ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการกำชับผู้ปกครองอย่าให้บุตรหลานกระทำการก่อเหตุอันเป็นความเดือดร้อนให้ประชาชนและอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ที่สัญจรไปมา และได้ทำการตรวจหาสารเสพติดโดยเยาวชนที่ก่อให้ให้ความยินยอม พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 9 คน ซึ่งจะส่งเข้าบำบัดรักษาตามระบบต่อไป